---
title: วิธีคำนวณค่าการโจมตีในเกม Baldur’s Gate 3
url: https://www.thepexcel.com/bg3-ep01-attack-basic/
type: post
date: 2024-06-13
updated: 2025-05-02
author: Sira Ekabut
categories: [Excel and Game, "Highlights : บทความแนะนำ"]
tags: [calculation, BG3, game]
---

# วิธีคำนวณค่าการโจมตีในเกม Baldur’s Gate 3

ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ผมอินกับการเล่นเกม Baldur’s Gate 3 มากๆ (เหมือนได้เปิดประตูเข้าสู่จักรวาล Dungeons & Dragons) ซึ่งผมสนใจ Mechanic การคำนวณต่างๆ ในเกมนี้มาก โดยเฉพาะการคำนวณโอกาสและดาเมจการโจมตี รวมถึงการ Optimize เรื่องของการเปลี่ยน Class และ Stats ต่างๆ

 

จึงขอถือโอกาสเอามาเขียนสรุปเอาไว้ในบทความนี้ เพื่อที่จะปูพื้นฐานการคำนวณทั้งหมดก่อนที่จะไปพูดถึงวิธีการ Optimize อีกที (เพราะเราต้องคำนวณเป็นก่อน จึงจะ Optimize ได้เนอะ)

 

## ปูพื้นฐานระบบของเกม

 

เนื่องจากเกม Baldur’s Gate 3 (ขอย่อว่า BG3) เอาหลักการวิธีคิดต่างๆ มาจากบอร์ดเกมชื่อดังอย่าง Dungeons & Dragons (ย่อว่า D&D) ดังนั้นหลักที่ผมอธิบายในบทความนี้จึงสามารถนำไปใช้กับ D&D ได้ด้วยเช่นกัน (แม้จะไม่ 100% แต่ก็เหมือนมากๆ)

 

ระบบของ D&D นั้นใช้การทอยลูกเต๋าเป็นตัวกำหนดว่าจะทำสิ่งต่างๆ ได้หรือไม่? เช่น โจมตีโดนไหม? ถ้าโดน จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน? ดังนั้นเกม BG3 นี้จึงมีเรื่อง “**ความน่าจะเป็น” **มาเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน แค่ว่าเราไม่ได้เป็นคนมาโยนเต๋าเองจริงๆ โปรแกรมเป็นคนโยนให้ และคำนวณความน่าจะเป็นให้ด้วย (ซึ่งดีมาก)

 

### สัญลักษณ์ของการทอยลูกเต๋า

 ![1](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dice.png) 

ในเกม จะมีการใช้คำว่า 1d8 หรือ 2d6 อะไรพวกนี้ ซึ่งมีความหมายคือ

 

```
จำนวนลูกเต๋า d จำนวนหน้าของแต่ละเต๋า
```

 

เช่น

 
- **1d20** = ทอยลูกเต๋า จำนวน 1 ลูก แต่ละลูกมี 20 หน้า (มีโอกาสได้เลข 1-20)
- **3d6** = ทอยลูกเต๋า จำนวน 3 ลูก แต่ละลูกมี 6 หน้า เอาค่ามารวมกัน (มีโอกาสได้เลขรวม 3-18 เพราะมาจาก 1-6 จำนวน 3 อันรวมกัน )

 

### ค่า Ability Score

 ![2](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/stats-01.png) 

ตอนที่เราสร้างตัวละคร (หรือ Level Up จนได้เลือก Feat) เราจะสามารถกำหนด/เพิ่ม ค่า Ability Score ให้กับตัวละครของเราได้ ซึ่งมี Ability หลายด้านดังนี้

 
- **Strength (STR) ความแข็งแกร่ง** : พลังกายภาพของตัวละคร มีผลต่อความสามารถในการยกของ, น้ำหนักการพกพาไอเท็ม, ระยะการกระโดด รวมถึงการจัดการปัญหาด้วยพละกำลัง ค่านี้สำคัญสำหรับผู้ที่ใช้อาวุธโจมตีระยะใกล้
- **Dexterity (DEX) ความคล่องแคล่ว** : แทนความว่องไว ของตัวละคร มีผลต่อความสามารถในการหลบหลีกการโจมตี, การใช้อาวุธระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค่านี้สำคัญมากสำหรับ Rogue, Ranger และมีผลต่อค่า Initiative ว่าใครจะได้เริ่มเล่นก่อน
- **Constitution (CON) ความทนทาน** : ความทนทานของตัวละคร เป็นสิ่งที่กำหนดจำนวนคะแนนชีวิต (HP) ของตัวละครนั้นๆ และค่านี้ยังจำเป็นสำหรับตัวละครที่ใช้เวทย์ที่ต้องการสมาธิสูง (Concentration Spell) อีกด้วย
- **Intelligence (INT) ความฉลาด** : มีผลต่อความสามารถในการเรียนรู้และใช้เวทย์มนตร์, ค่านี้สำคัญสำหรับการร่ายเวทของ Wizard รวมถึงเวทของ Arcane Trickster (Rogue) และ Eldritch Knight (Knight)
- **Wisdom (WIS) ปัญญา** : มีผลต่อความสามารถในการต้านทานอิทธิพลทางจิตใจ ค่านี้สำคัญสำหรับการร่ายเวทของ Cleric และ Druid และเวทของ Ranger
- **Charisma (CHA) เสน่ห์ **: วัดความมีเสน่ห์, และความสามารถในการชักจูงของตัวละคร ค่านี้สำคัญสำหรับการร่ายเวทของ Bard , Paladin, Sorcerer, Warlock, และตัวละครที่พึ่งพาทักษะทางสังคม (เช่นตัวละครหลัก)

 

เรื่องของเรื่องก็คือ ค่า Ability Score เหล่านี้ จะส่งผลไปยังค่า Ability Modifier ของค่านั้นๆ ด้วย

 
- ยิ่งมี Ability Score เยอะ จะได้ Modifier เป็น Bonus เพิ่มเยอะ ถ้าน้อยก็จะมี Modifier ติดลบเลย
- ค่ามาตรฐานของ Ability Score vs ค่า Modifier สรุปได้ดังนี้ (ค่า Modifier เปลี่ยนไปเมื่อค่า Ability Score เป็นเลขคู่เท่านั้น)

 

| Ability Score | Modifier | Ability Score | Modifier |
| --- | --- | --- | --- |
| 1 | -5 | 16-17 | +3 |
| 2-3 | -4 | 18-19 | +4 |
| 4-5 | -3 | 20-21 | +5 |
| 6-7 | -2 | 22-23 | +6 |
| 8-9 | -1 | 24-25 | +7 |
| 10-11 | 0 | 26-27 | +8 |
| 12-13 | +1 | 28-29 | +9 |
| 14-15 | +2 | 30 | +10 |

 

### ค่า Proficiency Bonus

 

นอกจากนี้ ก็เวลาเรา Level Up ตัวละครเพิ่มไปเรื่อยๆ ก็จะมีค่า Proficiency Bonus เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน **ตาม Level ของตัวละครนั้นๆ** ดังนี้

 
- Level 1-4: +2
- Level 5-8: +3
- Level 9-12: +4

 

## ระบบการต่อสู้

 

เอาล่ะ เรามาดูกันว่าถ้ามีการเริ่มต่อสู้ มันจะเป็นยังไง? ใครได้เริ่มก่อนหลัง

 

### ลำดับในการเล่นในตอนต่อสู้

 

เกมจะมีลำดับในการเล่นดังนี้

 
1. **ประเมินว่ามีการ Surprise หรือไม่? ** 
    - เราจะ Surprise ศัตรูได้ คือต้องโจมตีโดยศัตรูไม่เห็นเราก่อน และศัตรูไม่ได้อยู่ในการต่อสู้อยู่แล้ว
    - คนที่ถูก Surprise จะทำอะไรไม่ได้เลยใน Turn นั้นๆ
2. **กำหนดลำดับการเล่นว่าตัวละครไหนได้เล่นก่อนหลัง** 
    - ด้วยค่าที่เรียกว่า Initiative ซึ่งใครมีค่า Initiative สูงก็ได้เล่นก่อน ซึ่งมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างรวมกัน แต่ที่สำคัญๆ คือ 
          - **Initiative Roll** : คือการโยนเต๋า 
                  - ใน D&D ใช้ 1d20
                  - แต่ใน BG3 ใช้ 1d4 (แปลว่า ถ้ามี Bonus อื่นๆ มาบวกเพิ่มให้ค่า Initiative สำหรับใน BG3 จะมีผลมากกว่า D&D มากเลย)
          - **DEX Modifier** : ยิ่ง DEX สูงยิ่งมีค่าบวกเยอะ
          - **ค่า Bonus อื่นๆ** : 
                  - เช่น Feat ที่ชื่อว่า Alert ที่ +5 initiative
                  - ความสามารถจาก Item บางตัว เช่น Soulbreaker Greatsword +2 initiative

 ![3](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/Init-01-1024x576.png)
*ตัวอย่างที่โปรแกรมทำการคำนวณ Initiative แต่ละตัวให้ ( ณ Patch ปัจจุบัน ยังไม่มีรายละเอียดให้ดูใน Log)*
 ![4](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/Init-02.png)
*อันนี้เรียงตามค่า Initiative ตอนเริ่ม Combat*
 

**ตัวอย่าง จาก Initiative ที่ได้** : ตัวละครของผมมีคิวเรียงติดกัน 3 ตัว

 

ถ้าตัวละครฝ่ายเราได้มี Initiative ต่อกัน (แบบไม่มีตัวศัตรูคั่น) เราสามารถสลับลำดับการเล่นได้ว่าจะเอาตัวไหน Take Action ก่อนได้

 
- ผมจะกดรูปตัวละครเอาตัวที่ 2 (ตัวละครผมเอง) หรือ 3 (Lae’zel) ให้เริ่มก่อนตัวแรก (Astarion) ก็ได้
- แต่จะเอาตัวที่ 4 (ตัวลูกชายผม) ขึ้นมาก่อนไม่ได้ เพราะมีศัตรูคั่นอยู่
- แต่ทั้งหมดก็ต้องเกิดหลังคิวของ Steel Watcher ทั้ง 3 ตัวแรกสุดนั้นอ่ะนะ

 ![5](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/Init-03-1024x575.png)
*ผมก็สามารถเลือกที่ Lae’zel แล้ว Take Action ก่อน Astarion ได้เลย*
 

## กลไกเกี่ยวกับการโจมตี

 

การโจมตีในเกมมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ การโจมตีที่ใช้ Attack Roll กับการโจมตีที่ใช้ Saving Throw

 
- **การโจมตีที่ใช้ Attack Roll** : การโจมตีทางกายภาพทั้งหมด ทั้งระยะใกล้และไกล และเวทบางตัว
- **การโจมตีที่ใช้ Saving Throw** : การโจมตีด้วยเวทบางตัว รวมถึงพวกทำให้สถานะผิดปกติ
- ทั้งสองเรื่องนี้ มีการคำนวณให้ดูใน Combat Log ของ BG3 อย่างละเอียด เดี๋ยวเรามาศึกษาเพิ่มเติมกัน

 

## **การโจมตีกายภาพ**

 

การโจมตีกายภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีที่ใช้ Attack Roll ซึ่งมีสิ่งสำคัญมากที่สุด 2 เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อน คือ Attack Roll และ Damage Roll

 
- **Attack Roll** : คือการคิดว่าจะโจมตีโดนหรือไม่?
- **Damage Roll** : เป็นการคิดว่าถ้าโจมตีโดน จะทำ Damage เท่าไหร่? (ถ้าโจมตีไม่โดน ก็ไม่ต้องคิดอันนี้เลย)

 

### กลไกของ **Attack Roll**

 

Attack Roll คำนวณมากจากค่าเหล่านี้บวกกัน

 
- **การโยน 1d20** : ขึ้นกับโชคของคุณล้วนๆ
- **Weapon Enchantment** : ค่าจากอาวุธที่ใส่อยู่
- **Ability Modifier** : สำหรับการโจมตีนั้นๆ (มาจาก Stats ตัวละคร) 
    - ถ้าเป็นอาวุธระยะประชิด (Melee) ทั่วไป = STR
    - อาวุธระยะไกล (Range) = DEX
    - อาวุธพลิกแพลง (Finesse) = เอาค่ามากระหว่าง STR กับ DEX = MAX(STR,DEX)
    - มือเปล่าของ Monk หรือ อาวุธ Monk = เอาค่ามากระหว่าง STR กับ DEX = MAX(STR,DEX)
    - เวท = แล้วแต่เวท
- **Proficiency Bonus** : เพิ่มตาม Level ตัวละคร
- **Bonus อื่นๆ** : เช่น 
    - สถานะ Happy ของ Astarion ที่ช่วย +1
    - ผลจาก Bless/Bane : ที่อาจส่งผลเท่ากับ 1d4
    - พลังหนอน Favorable Beginning ที่ช่วยบวกค่าเท่ากับ Proficiency bonus สำหรับการโจมตีแรก
    - ผล Penalty (ลดค่า) จาก Passive ของ Feat. Great Weapon Master All in : -5 Attack roll
    - การโจมตีระยะไกล ถ้าโจมตีจากที่สูงก็จะได้ + ถ้าโจมตีจากที่ต่ำก็จะติด –

 

**ตัวอย่างว่า Ability Modifier ขึ้นอยู่กับอาวุธที่ใช้**

 

สมมติผมใช้ Melee Weapon โจมตี ก็จะใช้ STR Modifier

 ![6](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-03.png) 

ถ้าใช้ธนู Range Weapon ก็จะใช้ DEX Modifier

 ![7](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-02.png) 

### หลักการคิดว่าจะโจมตีโดนหรือไม่?** **

 

การตีโดนหรือไม่? ขึ้นกับส่วนของ **การโยน 1d20 (โชค) **ก่อน

 
- ถ้าโยนได้ 1 คือ Miss เสมอ (เรียกว่า Critical Miss) ไม่เกี่ยวค่าบวกเพิ่มใดๆ
- ถ้าโยนได้ถึงระดับ Critical Hit (ปกติ คือ 20 แต่เกณฑ์สามารถง่ายขึ้นได้ถ้ามีความสามารถหรือ item พิเศษ) จะโดนเสมอ ไม่เกี่ยวค่าบวกเพิ่มหรือ AC (Armor Class) ใดๆ
- ถ้าโยนได้เลขอื่นๆ ค่อยเอาไปบวกกับ Weapon Enhancement, Ability Modifier, Proficiency Bonus ทั้งหมด แล้วเทียบกับค่า AC (Armor Class) ของศัตรู
- **ถ้าค่า >=AC ก็จะโจมตีโดน **
- **ถ้าค่า < AC ก็ Miss **

 

อย่างไรก็ตาม มีอีกปัจจัยที่มีผลต่อ**การโยน 1d20** ของ Attack Roll ซึ่งก็คือสถาณการณ์ Advantage และ Disadvantage

 
- **Advantage** : โยน **1d20** จำนวน 2 ลูก แล้วเลือกลูกที่ค่ามากกว่า (ถ้าได้ 1 ทั้งสองลูกก็ยัง Critical Miss เสมอนะ 555)
- **Disadvantage** : โยน **1d20** จำนวน 2 ลูก แล้วเลือกลูกที่ค่าน้อยกว่า

 

**มาลองดูตัวอย่างของการคิด Attack Roll กัน**

 

ผมลองใช้ Lae’zel เล็งโจมตีแบบไม่เปิด Passive ของ Feat. Great Weapon Master: All in (ถ้าเปิด Passive = ตีแรงขึ้น แลกกับโอกาสโดนลดลง) จะเห็นว่าโอกาสโดนคือ 80%

 ![8](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-01.png) 

แต่พอเปิด Passive เพื่อจะให้ตีแรงขึ้น โอกาสโดนเหลือแค่ 55% เท่านั้น

 ![9](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-02.png) 

ทั้งนี้เพราะมี Penalty -5 ไปที่ Attack Roll นั่นเอง   
(5/20 คือ 25% นั่นคือทำให้ ลดจาก 80%-25% = 55%)

 

เดี๋ยวลองตีจริงๆ เมื่อเปิด Passive ดูว่าจะเป็นไง…

 ![10](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-03.png) 
- ปรากฎว่าผม Roll 1d20 ได้ : 9
- มีผล จาก Weapon Enchantment : +1
- Proficiency : +4 (ตัวนี้ Level 11)
- Great Weapon Master All in : -5
- STR Modifier : +4 (ตัวนี้ STR 18)
- สรุปได้แค่ 13 ซึ่งไม่พอกับศัตรูที่ AC14 ก็เลย Miss (ถ้าไม่เปิด Great Weapon Master All in ก็ตีโดนไปแล้ว 555)

 

คราวนี้ผมลองให้ Astarion ใช้ Shadow Step ไปหลังศัตรูแล้วโจมตี ซึ่งจะขึ้นว่าได้ Advantage (หลัง Shadow Step จะได้ Advantage) โปรแกรมคำนวณให้ว่าโอกาสตีโดน 99%

 ![11](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-04.png) 

จากนั้นลองตีดู มันคิดดังนี้

 ![12](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-05-2.png) 
- ปรากฎว่าผม Advantage ทำให้ได้ Roll 1d20 2 ลูกเอาค่ามาก ได้ : 16
- มีผล จาก Weapon Enchantment : +2
- Proficiency : +4 (ตัวนี้ Level 11)
- Favorable Beginning : +4
- DEX Modifier : +5 (ตัวนี้ DEX 20)
- สรุปได้ 31 เยอะเกินพอกับศัตรูที่ AC16 ก็โดนไป

 

#### เพิ่มโอกาส Critical ได้นะ

 

ทีนี้มาดูตัวอย่างของการที่โอกาส Critical นั้นเพิ่มขึ้นจากทั้งการมีความสามารถหรือ item พิเศษ รวมถึงสถานการณ์ที่ Advantage กัน

 ![13](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-06.png) 

ผมเอา Astarion ไปโจมตี Steel Watcher ซึ่งผม Roll ได้ 17 (จากสถานการณ์ Advantage ทำให้โอกาสได้เลขสูง) **แต่ว่า 17 สามารถติด Critical Hits ได้** (ปกติต้อง 20)

 

ทั้งนี้เป็นเพราะว่าตัว Astarion ผมได้ใส่ item หลายตัวที่ช่วยลดเกณฑ์เจ้า Critical นี้ให้ติดง่ายขึ้น เช่น

 
- [Knife of the Undermountain King](https://baldursgate3.wiki.fextralife.com/Knife+of+the+Undermountain+King)
- [The Dead Shot](https://baldursgate3.wiki.fextralife.com/The+Dead+Shot)
- [Dark Justiciar Helmet](https://baldursgate3.wiki.fextralife.com/Dark+Justiciar+Helmet)

 

ทำให้เกณฑ์ค่า Critical ที่ต้องใช้นั้นลดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาส Critical ได้อีกเยอะ เช่น

 
- ความสามารถ [Improved Critical Hit](https://baldursgate3.wiki.fextralife.com/Improved+Critical+Hit) ของ Subclass Champion ของอาชีพ Fighter เป็นต้น
- item ชื่อ [Elixir of Viciousness](https://baldursgate3.wiki.fextralife.com/Elixir+of+Viciousness)

 

แต่ถึงจะเพิ่มโอกาส Critical เยอะยังไง ถ้าเกิดดวงซวย Roll ได้ 1 ก็ได้ Critical Miss (ไม่มีการบวกอะไรให้เลย) อยู่ดีนะ 555

 ![14](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/attack-roll-07.png)  

ok หลังจากคำนวณแล้วว่าตีโดน ต่อไปก็มาคำนวณดาเมจความเสียหายกัน

 

### กลไกของ **Damage Roll**

 

การคำนวณค่าความเสียหาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้

 
- **Weapon Damage Dice :** ค่าสุ่มของอาวุธที่ใช้ (แต่ละอันมีค่าเต๋าไม่เท่ากัน) 
    - **ถ้าได้ Critical Hits** จะถือว่าได้โยน Weapon Damage Dice 2 ลูกแล้วเอาค่าบวกกัน
    - **ถ้ามี Feat. Savage Attacker** จะได้โยน Weapon Damage Dice 2 รอบ แล้วเอาค่าที่มากที่สุด (มันจะขึ้นว่า Reroll) ซึ่งคนละประเด็นกับ Critical นะ
- ****Weapon Enchantment**** : เช่นเดียวกับตอนคิด Attack Roll
- **Ability Modifier** : เช่นเดียวกับตอนคิด Attack Roll   
  *(สังเกตว่า Damage Roll ไม่เกี่ยวกับ Proficiency Bonus)*
- **Bonus อื่นๆ **: ถ้ามี
- จากนั้นค่อยมาดูว่าศัตรูมีความต้านทานหรือแพ้ทางเป็นพิเศษรึเปล่า 
    - Immune = ตีไม่เข้าเลย
    - Resistant = ทำดาเมจแค่ครึ่งเดียวจากปกติ
    - Vulnerable = ทำดาเมจ 2 เท่าจากปกติ+

 

**ลองดูตัวอย่างดาเมจแบบปกติก่อน**

 

ถ้าได้ Critical Hits ก็จะทำให้ Damage Roll มีการบวกกัน 2 ลูก

 

เช่น ปกติอาวุธที่ใช้นี้คือแค่ 1d8 แต่พอติด Critical ทำให้กลายเป็น 2d8 ได้

 ![15](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-06.png)
*Damage Roll ปกติ (ไม่ติด Critical จาก Attack Roll) คือ 1d8*
 ![16](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-05.png)
*Damage Roll ที่ติด Critical จาก Attack Roll กลายเป็น 2d8*
 

และถ้ามี Savage Attacker ก็จะมีการ Reroll เอาค่ามาก   
(ในปกติอาวุธที่ใช้นี้คือแค่ 1d6   
ก็จะมีการroll 1d6 2 รอบแล้วเอาค่ามากระหว่าง 4 กับ 5 จึงได้ 5)

 ![17](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-08.png) 

ถ้ามี Savage Attacker แล้วติด Critical ด้วยก็กลายเป็นว่ามันจะ Reroll Damage Roll ที่มีการบวกกัน 2 ลูกได้อีกทีนะ (ในที่นี้ได้ค่ามากคือ 5 กับค่ามาก 6 รวมเป็น 11)

 ![18](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/dmg-roll-07.png) 

## เรื่องของการโจมตีด้วยเวท

 

การโจมตีด้วยเวทนั้น มีประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อน นั่นก็คือเรื่องของ Spellcasting Modifier ซึ่งขึ้นอยู่กับอาชีพของตัวละครที่ร่ายเวท (ถ้ามีการ Multiclass ก็อาจจะซับซ้อนขึ้นนิดนึง)

 
- **INT : Intelligence** 
    - Arcane Trickster (Rogue)
    - Eldritch Knight (Knight)
    - Wizard
- **CHA : Charisma** 
    - Bard
    - Paladin
    - Sorcerer
    - Warlock
- **WIS : Wisdom** 
    - Cleric
    - Druid
    - Ranger

 

เช่น สมมติว่าตัวละคร Warlock ที่มี Bone Chill ซึ่งอันนี้แน่นอนว่าใช้ CHA (เพราะเป็นท่าจากที่ผมได้มาจากการเป็น Warlock)

 ![19](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-05.png) ![20](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-06.png) 

ถ้าผมมีการ Multiclass เป็น Wizard แล้วเลือก Ray of Frost

 

คราวนี้มันเป็นเวทนี้เป็นของ Wizard มันก็จะใช้ INT เป็น Modifier

 ![21](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-10.png) ![22](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-09.png)
*ตัวละครนี้ INT8 เลยโดนลบ INT Modifier ไป 1*
 

ความซับซ้อนจะเกิดขึ้นเมื่อมีการ Multiclass แล้วดันเลือกเวทซ้ำกัน (ซึ่งไม่ควรทำอ่ะนะ 555)

 

เช่นถ้า เลือก Bone Chill มาอีก คราวนี้โปรแกรมจะขึ้นอย่างชัดเจนเลยว่า Bone Chill นี้ใช้ CHA เป็น Modifier (เพื่อกันความสับสน)

 ![23](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-11.png) 

### เวทที่ใช้ Attack Roll

 

ส่วนการโจมตีเวทบางตัวก็ใช้ Attack Roll (มันจะมีเขียนไว้ที่เวทนั้นๆ)

 
- วิธีคิด Attack Roll ก็แบบเดียวกับที่โจมตีกายภาพเลย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ Ability Modifier ที่เอามาบวก จะใช้ Spellcasting Modifier มาแทน
- ส่วน Damage Roll ก็แล้วแต่เวทนั้นๆ

 

เช่น ผมใช้ Eldritch Blast ซึ่งต้องใช้ Attack Roll

 ![24](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-13.png) 

มันก็จะต้องคิด Attack Roll ว่าโดนหรือไม่ เทียบกับ AC ศัตรูตามปกติเลย ถ้าโดนถึงจะคิด Damage Roll ต่อไป

 ![25](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-12.png) 

### **การโจมตีที่ใช้ Saving Throw**

 

เวทอีกหลายตัวก็จะใช้ Saving Throw (แล้วแต่ว่าจะต้องใช้ Ability อะไรในการ Save) เช่น

 ![26](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-03.png)
*อันนี้ต้องใช้ CON Save (ซึ่งเขียนไว้อย่างชัดเจน)*
 

ซึ่งหลักการว่าศัตรูจะ Save ได้หรือไม่ จะเป็นแบบนี้

 

เป้าหมายที่ถูกโจมตี จะต้องคำนวณ **Saving Throw** ขึ้นมา   
ซึ่งก็คำนวณจากค่าต่อไปนี้รวมกัน

 
- **การโยน 1d20** : ขึ้นกับโชคของคุณล้วนๆ (ถ้าโยนได้ 1 คือโดนแน่ๆ ไม่ต้องคิดอะไรต่อ ถ้าโยนได้ 20 คือรอดแน่ๆ ไม่ต้องคิดอะไรต่อ)
- **Ability Modifier ที่ใช้ Save** : เช่นในตัวอย่างต้องใช้ CON
- **Bonus อื่นๆ ถ้ามี** :

 

ส่วนผู้โจมตี จะต้องคำนวณ **Spell Save DC** (Spell Save Difficulty Class) ก่อนว่าเวทของเรามีความยากขนาดไหนในการ Save

 

**Spell Save DC** คำนวณจากค่าต่อไปนี้รวมกัน

 
- Base DC (ปกติจะเป็นเลข 8 มาให้เลย)
- Spellcasting Modifier (ในที่นี้คือ CHA)
- Proficiency Bonus
- Bonus อื่นๆ (เช่น Arcane Enchantment (+1) ที่มาจาก item บางอันที่ใช้)

 ![27](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-04.png) 

ผลคือศัตรูได้ Saving Throw แค่ 3 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ Spell Save DC 19 ที่ผมเป็นคนโจมตีไป ทำให้ศัตรูล้มเหลวในการ Save นั่นเอง

 

ทีนี้ Damage เท่าไหร่ก็ขึ้นกับเงื่อนไขของเวทอีก เช่น บางเวทถึงแม้จะ Save ได้ก็ยังโดนครึ่งนึงอยู่ดี เป็นต้น

 ![28](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-14.png)
*Roll 3d8 แล้วต้องหาร 2 เพราะศัตรู Save ได้*
 ![29](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-15.png)
*ถ้า Sav ไม่ได้ก็โดนไปเต็มๆ ในที่นี้คือ Roll 3d8*
 

บางท่าเป็นการทำให้สถานะผิดปกติอย่างเดียว ไม่มีดาเมจ ก็ใช้หลักการของ Saving Throw เช่นกัน

 ![30](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-16.png) ![31](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2024/01/magic-attack-17.png) 

## ตอนต่อไป

 

ในตอนแรกนี้เป็นพื้นฐาน Mechanic ของเกม (ยังไม่มี Math มากมายนัก) แต่[ในตอนต่อไปเราจะเริ่มมาคำนวณความน่าจะเป็นกันจริงๆ แล้ว](https://www.thepexcel.com/bg3-ep02-probability/) ใครอยากรู้ติดตามต่อได้เลย เร็วๆนี้

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/bg3-ep01-attack-basic/](https://www.thepexcel.com/bg3-ep01-attack-basic/)_
