---
title: สอนการทำ Dynamic Range ด้วย Table
url: https://www.thepexcel.com/dynamic-range-table/
type: post
date: 2016-07-08
updated: 2020-03-30
author: Sira Ekabut
categories: [Excel ทั่วไป]
tags: [dynamic, table]
---

# สอนการทำ Dynamic Range ด้วย Table

> อะไรคือ Dynamic Range? Dynamic Range มันก็คือการทำให้ Range มีความสามารถในการ “ยืดได้หดได้” ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม   เช่น พอเราใส่ข้อมูลเพิ่มปุ๊ป Dropdown List ที่สร้างไว้ก็รู้จักข้อมูลที่เรากรอกเลย หรือ แม้แต่สามารถให้ User เลือกข้อมูลที่จะแสดงผลบบนกราฟได้...

## อะไรคือ Dynamic Range?

  Dynamic Range มันก็คือการทำให้ Range มีความสามารถในการ “ยืดได้หดได้” ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม       เช่น พอเราใส่ข้อมูลเพิ่มปุ๊ป Dropdown List ที่สร้างไว้ก็รู้จักข้อมูลที่เรากรอกเลย หรือ แม้แต่สามารถให้ User เลือกข้อมูลที่จะแสดงผลบบนกราฟได้       ซึ่งจริงๆ แล้วการทำ Dynamic Range นั้น มีวิธีการทำอยู่ 2 แนวทางหลักๆ เลย ก็คือ   1.แนวทางการใช้เครื่องมือ Table กับ 2.แนวทางการเขียนสูตร       ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้การทำ Dynamic Range ด้วย Table ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดกันก่อนครับ   

## การทำ Dynamic Range ด้วย Table

 

เครื่องมือ Table (ไม่ใช่ Data Table ที่เรียนผ่านไปแล้วนะ) สามารถสร้าง Dynamic Range ได้แบบง่ายๆ ภายในพริบตา

 

สมมติ ผมมี Range อยู่ แล้วผม convert เป็น Table ก่อน โดยกด Ctrl+T แล้วติ๊ก My Table has header ด้วย จะได้แบบนี้

 

![01](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/01.png) ![02](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/02-300x191.png)

 

หากผมเอาไปสร้างกราฟแท่งธรรมดาๆ เลย ขอแบบเร็วๆ  
 ผมขอ **กดปุ่ม ****F11** เลย จะได้กราฟแบบนี้ (ซึ่งจะเห็นว่ามีข้อมูล 4 แท่ง)

 

![03](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/03-300x217.png)

 

ต่อไปเราไปเพิ่มข้อมูลต่อท้าย Table อีก สังเกตว่าสีของ Table จะงอกออกไปครอบคลุมข้อมูลใหม่โดยอัตโนมัติ

 

![04](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/04-300x216.png)

 

พอเรากลับมาดูกราฟ ก็จะเห็นว่ามีข้อมูลใหม่ถูกเพิ่มมาโดยอัตโนมัติ

 

![05](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/05-300x217.png)

 

นี่แหละครับคือความเป็น Dynamic Range แบบง่ายๆ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์กับการเลือก Data Source ของ PivotTable ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ไม่ต้องมาเลือก Source Data ใหม่ และไม่ต้องเลือกทั้งคอลัมน์เผื่อไว้ก่อน (ถ้าเลือกเผื่อไว้ก่อนจะกด Group Data แบบอัตโนมัติไม่ได้)

 

### Dynamic Dropdown List

 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือการทำ Dynamic Dropdown List เช่น จาก Table ก่อนหน้านี้ ผมจะเอาชื่อทีมมาเป็น Dropdown ให้เลือก

 

ซึ่งผมสามารถอ้างอิงรายการในทีมได้โดยเขียนสูตร = แล้วไปจิ้มตรงหัวคอลัมน์ จะได้ว่า =Table1[ทีม]

 

![06](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/06-300x144.png)

 

ผมก็เอาสูตรที่ได้เนี่ยแหละ ไปใส่ใน Data Validation List เลย แต่ปรากฏว่า Excel ไม่ยอม!

 

แต่อย่ายอมแพ้ครับ มันมีวิธีแก้เล็กน้อย โดยการใช้ Defined Name มาช่วยนั่นเอง

 

วิธีการคือ เอาสูตรที่ได้ไปตั้งชื่อก่อนครับ แล้วค่อยเอาชื่อนั้นไปใส่ใสน Data Validation อีกทีหนึ่ง

 

![07](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/07-300x230.png)

 

ใส่ใน Data Validation ได้เลย

 

![08](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/08-300x243.png)

 

จากนั้นจะเห็นว่า หากในอนาคตเรามีเพิ่มรายการเข้าไป Dropdown ของเราก็จะรู้จักรายการใหม่ๆ นั้นเองโดยอัตโนมัติครับ

 

![09](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2016/07/09-300x162.png)

 

เราได้เรียนรู้การทำ Dynamic Range ด้วย Table ไปแล้ว ซึ่งจะเห็นว่ามันทำได้ง่ายมากๆ แต่ผมจะบอกว่าเราต้องเรียนรู้วิธีอื่นเอาไว้ด้วย เพราะ Table อย่างเดียวก็ไม่ตอบโจทย์ในบางสถานการณ์

 

เช่น ถ้ามี Table อยู่ในไฟล์ เราจะใช้เครื่องมือ Custom View ไม่ได้ หรือ บางทีเราต้องการทำ Dynamic Range ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น แสดงยอดขาย 6 เดือนล่าสุดไปเรื่อยๆ แบบนี้จะต้องใช้สูตรแทนการใช่ Table แล้วครับ ซึ่งใครอยากรู้ รออ่านได้ในหนังสือเล่ม 2 นะครับ ^^

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/dynamic-range-table/](https://www.thepexcel.com/dynamic-range-table/)_
