---
title: PRICE – คำนวณราคาพันธบัตร
url: https://www.thepexcel.com/functions/excel/financial/price/
type: function-explainer
program: Excel
syntax: "=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])"
date: 2025-12-02
updated: 2026-05-31
scores:
  popularity: 4
  difficulty: 6
  usefulness: 6
---

# PRICE – คำนวณราคาพันธบัตร

> PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบ

## คำอธิบาย

PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย

## Syntax

```excel
=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
```

## Arguments

| Name | Required | Type | Default | Description |
| --- | --- | --- | --- | --- |
| settlement | Yes | Date |  | วันที่ซื้อพันธบัตร (วันที่สินทรัพย์ถูกโอนให้ผู้ซื้อ) |
| maturity | Yes | Date |  | วันที่พันธบัตรครบกำหนด (วันที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน) |
| rate | Yes | Number (Percentage) |  | อัตราดอกเบี้ยประจำปี (Coupon Rate) ของพันธบัตร เป็นเปอร์เซ็นต์เช่น 0.05 หรือ 5% |
| yld | Yes | Number (Percentage) |  | ผลตอบแทนประจำปีที่นักลงทุนต้องการ (Annual Yield) เป็นเปอร์เซ็นต์ |
| redemption | Yes | Number |  | มูลค่าไถ่ถอน (Redemption Value) ต่อ 100 บาท มูลค่าหน้า ปกติ = 100 |
| frequency | Yes | Number |  | จำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี: 1 = ปีละครั้ง, 2 = ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี), 4 = ไตรมาส |
| basis | No | Number | 0 | วิธีการนับวัน (0-4): 0=US 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 |

## ตัวอย่าง

### 1. ตัวอย่างพื้นฐาน - พันธบัตรแบบมาตรฐาน

```excel
=PRICE(DATE(2008,2,15), DATE(2017,11,15), 0.0575, 0.065, 100, 2)
```

**ผลลัพธ์:** `94.6344`

พันธบัตรซื้อในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2008 ครบกำหนด 15 พฤศจิกายน 2017 อัตราดอกเบี้ย 5.75% ผลตอบแทนที่ต้องการ 6.5% จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี) ผลลัพธ์คือ ราคาพันธบัตรควรเป็น 94.63 บาท ต่อมูลค่า 100 บาท

### 2. ตัวอย่างจริง - พันธบัตรระยะยาว

```excel
=PRICE(TODAY(), DATE(2035,12,31), 0.04, 0.05, 100, 2)
```

**ผลลัพธ์:** `ประมาณ 92-98 (ขึ้นอยู่กับวันปัจจุบัน)`

พันธบัตรจะครบกำหนดในวันสิ้นปี 2035 อัตราดอกเบี้ย 4% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทน 5% (สูงกว่า) จึงทำให้ราคาลดลงต่ำกว่า 100 บาท เพราะตลาดรู้ว่าจะได้รับเงินดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ต้องการ

### 3. ตัวอย่างขั้นสูง - พันธบัตรดอกเบี้ยสูง

```excel
=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2029,12,31), 0.08, 0.06, 100, 4)
```

**ผลลัพธ์:** `110.01`

พันธบัตรมีอัตราดอกเบี้ยสูง 8% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทนเพียง 6% (ต่ำกว่า) ดังนั้นราคาจึงสูงกว่า 100 บาท (ได้ 110.01 บาท) เพราะผู้ซื้อเต็มใจจ่ายราคาแพงเพื่อได้ดอกเบี้ยที่มากขึ้น จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน (frequency=4)

### 4. ตัวอย่างเปรียบเทียบ - ผลกระทบของผลตอบแทน

```excel
=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.05, 100, 2) vs =PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.07, 100, 2)
```

**ผลลัพธ์:** `100 vs ประมาณ 96`

เมื่อผลตอบแทนตลาดเท่ากับอัตราดอกเบี้ย (5% = 5%) ราคาจะเท่ากับ 100 บาท แต่เมื่อผลตอบแทนสูงขึ้นเป็น 7% ราคาจะลดลง นี่คือหลักการพื้นฐาน: ราคาพันธบัตรและผลตอบแทนมีความสัมพันธ์แบบผกผัน

## หมายเหตุเพิ่มเติม

- ใช้ DATE() เสมอเมื่อป้อนวันที่แทนการพิมพ์เป็นข้อความ เช่น =PRICE(DATE(2024,1,15), DATE(2035,12,31), 0.05, 0.06, 100, 2) เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

- แสดงผลลัพธ์เป็นทศนิยม 2 หลัก เช่น =TEXT(PRICE(...),"0.00") เพื่อให้มองเหมือนราคาจริง

- ใช้ร่วมกับ YIELD สำหรับการวิเคราะห์พันธบัตร PRICE คำนวณราคาจากผลตอบแทน แต่ YIELD ทำสิ่งตรงข้าม (คำนวณผลตอบแทนจากราคา)

- หากข้อมูลเปลี่ยนบ่อย (ราคาตลาด ผลตอบแทน) ให้จัดเป็นตารางข้อมูล เพื่อสูตรจะอัพเดตอัตโนมัติและเสียชำระน้อย

- ตรวจสอบความเสมอภาคระหว่าง Settlement กับ Maturity เสมอ Settlement ต้องน้อยกว่า Maturity มิฉะนั้นฟังก์ชันจะคืนค่า #NUM! error

## คำถามที่พบบ่อย

**Q: PRICE และ PRICEDISC ต่างกันอย่างไร?**

PRICE ใช้กับพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (Coupon Bond) ส่วน PRICEDISC ใช้กับพันธบัตรลดราคา (Discount Bond) ที่ซื้อต่ำกว่ามูลค่าหน้า แล้วจ่ายเต็มมูลค่าเมื่อครบกำหนด

**Q: ทำไมผลตอบแทน (Yield) สูงขึ้น ราคาพันธบัตรจึงลดลง?**

เพราะผลตอบแทนสูงขึ้นหมายความว่าตลาดรู้สึกเสี่ยงมากขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาจึงต้องลดลงเพื่อให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ตัวอย่าง: ถ้าคุณต้องการผลตอบแทน 10% แต่พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยเพียง 5% คุณต้องซื้อด้วยราคาต่ำเพื่อชดเชยผลต่างนั้น

**Q: วันทั้งสองวันที่ปะปนสูตร (Settlement vs Maturity) คำนวณแตกต่างกันหรือ?**

ใช่ Settlement คือวันที่คุณซื้อพันธบัตร ส่วน Maturity คือวันครบกำหนดที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน ระยะเวลาระหว่างสองวันนี้มีผลต่อจำนวนวันเบี้ยที่ได้รับ ดังนั้นต้องแยกให้ชัดเจน

**Q: PRICE ใช้ได้กับพันธบัตรทั้งหมดหรือ?**

ใช้ได้กับพันธบัตรแบบดั้งเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เฉพาะ แต่ไม่ใช้กับพันธบัตร Zero Coupon (ไม่มีดอกเบี้ยงวด) หรือสินทรัพย์พิเศษ ต้องใช้สูตรอื่นแทน

**Q: Basis คืออะไร ทำไมต้องใช้?**

Basis คือวิธีการนับวัน ประเทศต่างๆ ใช้วิธีต่างกัน เช่น สหรัฐใช้ 30/360 (ถือว่าเดือนหมด 30 วัน) อังกฤษใช้ Actual/Actual (นับวันจริง) การเลือก Basis ที่ถูกต้องจะทำให้ผลลัพธ์แม่นยำตามมาตรฐานประเทศ

## ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง

- [LARGE – หาค่าที่มากที่สุดเป็นอันดับที่ต้องการ (k)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/large/)
- [LINEST – วิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/linest/)
- [PEARSON – หาค่าสหสัมพันธ์ Pearson](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/pearson/)
- [ACCRINT – คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (จ่ายเป็นงวด)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/financial/accrint/)
- [DSTDEVP – หา SD (Population) จาก Database](https://www.thepexcel.com/functions/excel/database/dstdevp/)

## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

- [Microsoft Support - PRICE Function](https://support.microsoft.com/en-us/office/price-function-3ea9deac-8dfa-436d-b814-7f51329fa37d) _(official)_
- [Microsoft Learn - Bond Functions](https://learn.microsoft.com/en-us/office/excel/excel-functions) _(official)_

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/functions/excel/financial/price/](https://www.thepexcel.com/functions/excel/financial/price/)_
