---
title: FALSE – คืนค่าตรรกะ FALSE สำหรับใช้ในสูตรและเงื่อนไข
url: https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/excel-false/
type: function-explainer
program: Excel
syntax: =FALSE()
date: 2025-12-19
scores:
  popularity: 8
  difficulty: 3
  usefulness: 10
---

# FALSE – คืนค่าตรรกะ FALSE สำหรับใช้ในสูตรและเงื่อนไข

> คืนค่าตรรกะ FALSE สำหรับใช้ในสูตรเงื่อนไขและการควบคุม logic

## คำอธิบาย

FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์
.
ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข
.
ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ

## Syntax

```excel
=FALSE()
```

**excel**

```excel
=FALSE()
```

คืนค่าตรรกะ FALSE โดยตรง เทียบเท่ากับการพิมพ์ FALSE ในเซลล์หรือสูตร

**excel**

```excel
=IF(condition, value_if_true, FALSE())
```

ใช้ FALSE เป็นผลลัพธ์เมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จในฟังก์ชัน IF เพื่อความชัดเจน

**excel**

```excel
=AND(condition1, condition2, FALSE())
```

ใช้ FALSE กับ AND เพื่อบังคับให้ผลลัพธ์เป็น FALSE เสมอ (ใช้ในการทดสอบ logic)

**excel**

```excel
=OR(condition1, condition2, FALSE())
```

ใช้ FALSE กับ OR โดยจะได้ TRUE ก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขอื่นที่เป็น TRUE

## Arguments

| Name | Required | Type | Default | Description |
| --- | --- | --- | --- | --- |
| (ไม่มี argument) | No | N/A | N/A | ฟังก์ชัน FALSE ไม่รับ argument ใดๆ เป็นฟังก์ชันที่คืนค่า FALSE คงที่โดยไม่ต้องการข้อมูลเข้า สามารถเรียกใช้ด้วย FALSE() เท่านั้น ไม่สามารถส่งค่าใดๆ เข้าไปในวงเล็บได้ |

## เคสการใช้งาน

### ใช้เป็นค่าเริ่มต้นหรือ fallback ในสูตรเงื่อนไข

เมื่อต้องการกำหนดผลลัพธ์เป็น FALSE อย่างชัดเจนในฟังก์ชัน IF, IFS หรือ SWITCH เพื่อให้สูตรมีความชัดเจนและอ่านง่าย โดยเฉพาะในสูตรที่ซับซ้อนหรือมีหลายเงื่อนไข

_เหมาะกับ:_ conditional-logic

### Compatibility กับ spreadsheet และ macro อื่นๆ

ใช้ FALSE() แบบมีวงเล็บเมื่อต้อง export/import ไฟล์ไปยังโปรแกรมอื่นที่ต้องการรูปแบบ function หรือเมื่อเขียน VBA macro ที่ต้องการเรียกใช้ฟังก์ชันแบบมาตรฐาน

_เหมาะกับ:_ compatibility

### การคำนวณด้วยค่าตรรกะ (Boolean arithmetic)

ใช้คุณสมบัติที่ FALSE=0 และ TRUE=1 เพื่อนับจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริง หรือคำนวณค่าตามเงื่อนไขโดยไม่ต้องใช้ IF เช่น การใช้ SUMPRODUCT กับเงื่อนไขหลายข้อ

_เหมาะกับ:_ boolean-arithmetic

### การทดสอบและ debugging สูตรตรรกะ

ใช้ FALSE() เพื่อทดสอบสูตรตรรกะ เช่น บังคับให้เงื่อนไขใน AND เป็น FALSE เสมอ หรือใช้เป็นค่าทดสอบใน unit testing ของสูตรที่ซับซ้อน

_เหมาะกับ:_ testing-debugging

## ตัวอย่าง

### 1. ตัวอย่างที่ 1: การใช้งานพื้นฐาน - คืนค่า FALSE โดยตรง

```excel
=FALSE()
```

**ผลลัพธ์:** `FALSE`

สูตรนี้คืนค่าตรรกะ FALSE โดยตรงโดยไม่ต้องการข้อมูลเข้าใดๆ ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการพิมพ์ FALSE ลงในเซลล์โดยตรง (ไม่มีเครื่องหมาย = และไม่มีวงเล็บ)
.
Excel จะแสดงคำว่า FALSE ในเซลล์ และสามารถนำค่านี้ไปใช้ในสูตรเงื่อนไขอื่นๆ ได้ทันที
.
ส่วนตัวผมชอบใช้แบบไม่มีวงเล็บเพราะสั้นกว่า แต่บางคนชอบใช้ FALSE() เพื่อความชัดเจนว่ากำลังเรียกฟังก์ชัน ก็แล้วแต่สะดวกครับ 😊

### 2. ตัวอย่างที่ 2: FALSE เป็นตัวเลข 0 ในการคำนวณ

```excel
=FALSE()+FALSE()+TRUE()
```

**ผลลัพธ์:** `1`

เมื่อใช้ค่าตรรกะในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ Excel จะแปลง FALSE เป็น 0 และ TRUE เป็น 1 โดยอัตโนมัติ
.
ในตัวอย่างนี้ FALSE()+FALSE()+TRUE() จะคำนวณเป็น 0+0+1 = 1 ที่เจ๋งคือทำให้เราสามารถนับจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงได้โดยตรง 💡
.
เช่น =SUM(A1>100, A2>100, A3>100) จะนับว่ามีกี่เซลล์ที่มีค่ามากกว่า 100 โดยไม่ต้องใช้ COUNTIF หรือ SUMPRODUCT ที่ซับซ้อนกว่า
.
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากครับ ช่วยให้สูตรกระชับและอ่านง่ายขึ้นเยอะ 😎

### 3. ตัวอย่างที่ 3: ใช้ FALSE ใน IF เพื่อความชัดเจน

```excel
=IF(A1>=50, "ผ่าน", FALSE())
```

**ผลลัพธ์:** `FALSE (ถ้า A1 < 50)`

สมมติว่าเซลล์ A1 มีค่า 25 ซึ่งน้อยกว่า 50 สูตร IF จะตรวจสอบเงื่อนไข A1>=50 พบว่าเป็นเท็จ จึงคืนค่า FALSE() จากส่วน value_if_false
.
การใช้ FALSE() อย่างชัดเจนแบบนี้ทำให้คนอ่านสูตรเข้าใจได้ทันทีว่าเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จจะได้ค่าตรรกะ FALSE กลับมา ไม่ใช่ข้อความ "FALSE" หรือค่าว่าง
.
ส่วนตัวผมมักใช้ FALSE() เมื่อต้องการให้โค้ดอ่านง่ายขึ้น แต่ถ้าเขียนสั้นๆ ก็แค่ =IF(A1>=50, "ผ่าน") ก็พอครับ 😊

### 4. ตัวอย่างที่ 4: NOT กลับค่า FALSE เป็น TRUE

```excel
=NOT(FALSE())
```

**ผลลัพธ์:** `TRUE`

ฟังก์ชัน NOT เป็นฟังก์ชันตรรกะที่กลับค่า Boolean เมื่อรับ FALSE จะคืนค่า TRUE และเมื่อรับ TRUE จะคืนค่า FALSE
.
ในตัวอย่างนี้ NOT(FALSE()) จะกลับค่า FALSE เป็น TRUE ที่เจ๋งคือเราสามารถใช้ NOT กลับเงื่อนไขได้ง่ายๆ
.
เช่น ถ้าคุณมีสูตร =A1>100 ที่ให้ผลเป็น FALSE แต่ต้องการผลตรงข้าม คุณสามารถใช้ =NOT(A1>100) ซึ่งเทียบเท่ากับ =A1

### 5. ตัวอย่างที่ 5: ใช้ FALSE กับ AND/OR

```excel
=OR(FALSE(), FALSE(), TRUE())
```

**ผลลัพธ์:** `TRUE`

ฟังก์ชัน OR ตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขใดเป็น TRUE หรือไม่ ถ้ามีอย่างน้อย 1 เงื่อนไขที่เป็น TRUE ผลลัพธ์จะเป็น TRUE
.
ในตัวอย่างนี้แม้จะมี FALSE สองตัว แต่เนื่องจากมี TRUE หนึ่งตัว OR จึงคืนค่า TRUE
.
ในทางตรงข้าม ฟังก์ชัน AND จะต้องการให้ทุกเงื่อนไขเป็น TRUE เช่น =AND(TRUE(), TRUE(), FALSE()) จะได้ FALSE เพราะมีเงื่อนไขหนึ่งที่เป็น FALSE นะครับ

### 6. ตัวอย่างที่ 6: เปรียบเทียบ FALSE() กับ FALSE

```excel
=FALSE()=FALSE
```

**ผลลัพธ์:** `TRUE`

ใน Excel ค่าที่ได้จาก FALSE() (มีวงเล็บ) กับ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) เป็นค่าเดียวกันทุกประการ เมื่อเปรียบเทียบกันจึงได้ TRUE
.
นี่แสดงให้เห็นว่าใน Excel คุณสามารถใช้ FALSE และ FALSE() แทนกันได้ทุกกรณี
.
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) เพราะสั้นกระชับและเป็นมาตรฐานใน Excel มากกว่า เว้นแต่จะเขียน VBA หรือต้องการ compatibility กับโปรแกรมอื่นครับ 👍

## หมายเหตุเพิ่มเติม

💡 **Tips สำคัญ:**
.
ส่วนใหญ่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ฟังก์ชัน FALSE() เลยครับ แค่พิมพ์ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) ลงในเซลล์ก็ได้ค่า Boolean FALSE แล้ว สั้นกว่าและเป็นมาตรฐานใน Excel
.
**ที่เจ๋งคือ FALSE มีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณ:**
```
=FALSE + FALSE + TRUE    → 0 + 0 + 1 = 1
=SUM(A1>100, A2>100)     → นับจำนวนเซลล์ที่มากกว่า 100
```
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากในการนับเงื่อนไขแบบ dynamic ร่วมกับ SUMPRODUCT เพราะเขียนสูตรได้สั้นและเร็วกว่า COUNTIFS เยอะ 😎
.
**เมื่อไหร่ควรใช้ FALSE():**
- เขียน VBA macro ที่ต้องเรียกแบบฟังก์ชัน
- Export/import ไปยังโปรแกรม spreadsheet อื่นที่ต้องการรูปแบบฟังก์ชัน
- ต้องการความสอดคล้องกับ TRUE() ในสูตร
.
แต่จริงๆ แล้ว 90% ของเวลาผมแค่พิมพ์ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) โดยตรงครับ ง่ายกว่า 👍

## คำถามที่พบบ่อย

**Q: FALSE() กับ FALSE ต่างกันอย่างไร ใช้แบบไหนดีกว่า?**

ใน Excel ทั้งสองแบบให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการครับ FALSE() เป็นฟังก์ชัน (มีวงเล็บ) ขณะที่ FALSE เป็นค่าคงที่ทางตรรกะ (ไม่มีวงเล็บ)
.
คุณสามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณี ไม่มีผลต่างกันเลย 😊
.
FALSE() มีประโยชน์เมื่อต้องการ compatibility กับโปรแกรม spreadsheet อื่นที่อาจต้องการรูปแบบฟังก์ชัน หรือเมื่อเขียน VBA macro ที่ต้องการเรียกใช้แบบฟังก์ชัน
.
แต่ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) เพราะสั้นกระชับและเป็นมาตรฐานใน Excel มากกว่า 👍

**Q: FALSE มีค่าเท่ากับตัวเลขเท่าไร สามารถใช้คำนวณได้อย่างไร?**

FALSE มีค่าเท่ากับ 0 และ TRUE มีค่าเท่ากับ 1 เมื่อใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ครับ
.
ที่เจ๋งคือทำให้เราสามารถนับเงื่อนไขได้โดยตรง 💡 เช่น =SUM(A1>100, A2>100, A3>100) จะนับจำนวนเซลล์ที่มีค่ามากกว่า 100 หรือ =SUMPRODUCT((A1:A10>100)*1) จะนับจำนวนเซลล์ในช่วงที่มีค่ามากกว่า 100
.
วิธีแปลงค่าตรรกะเป็นตัวเลขก็ทำได้ง่ายๆ เช่น =FALSE*1 = 0, =TRUE-FALSE = 1, =--FALSE = 0 (double negative)
.
ผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากครับ โดยเฉพาะกับ SUMPRODUCT ช่วยให้เขียนสูตรนับแบบมีเงื่อนไขได้สั้นและเร็วกว่า COUNTIFS เยอะ 😎

**Q: เมื่อไหร่ควรใช้ FALSE() แทนการพิมพ์ FALSE โดยตรง?**

จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ FALSE() ครับ ใช้ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) โดยตรงก็ได้เลย สั้นกว่าและเป็นมาตรฐานใน Excel 😊
.
แต่มีกรณีที่ควรใช้ FALSE() บ้าง:
1) Export/import ไฟล์ไปยังโปรแกรม spreadsheet อื่นที่อาจต้องการรูปแบบฟังก์ชัน
2) เขียน VBA macro ที่ต้องการเรียกใช้แบบฟังก์ชัน
3) ต้องการให้โค้ดสอดคล้องกับการใช้ TRUE() ในส่วนอื่นของสูตร
.
ส่วนตัวผมใช้ FALSE (ไม่มีวงเล็บ) เกือบตลอดครับ เว้นแต่จะเขียน VBA 👍

**Q: สามารถใช้ FALSE ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้อย่างไร?**

เนื่องจาก FALSE=0 คุณสามารถใช้ในสูตรคำนวณได้โดยตรง เช่น =FALSE*10 = 0, =TRUE-FALSE = 1, =10+FALSE = 10, =SUM(TRUE, FALSE, TRUE) = 2
.
ที่เจ๋งคือวิธีนี้มีประโยชน์มากในการสร้างสูตรนับแบบมีเงื่อนไข 💡
.
เช่น =SUMPRODUCT((A1:A10>100)*(B1:B10="Active")) จะนับจำนวนแถวที่ A>100 และ B="Active" โดยการแปลงเงื่อนไข TRUE/FALSE เป็น 1/0 แล้วคูณกัน แล้วรวมผลลัพธ์ครับ

**Q: FALSE รองรับใน Excel เวอร์ชันไหนบ้าง มีใน Google Sheets ไหม?**

FALSE เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีใน Excel ทุกเวอร์ชันตั้งแต่เริ่มต้น (Excel 2003 ขึ้นไป) รวมถึง Excel for Microsoft 365, Excel 2019, 2016, 2013, 2010, Excel for Mac และ Excel for the web
.
นอกจากนี้ยังมีใน Google Sheets, LibreOffice Calc และ spreadsheet program อื่นๆ ทุกตัว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ Boolean logic มาตรฐานที่ทุกโปรแกรม spreadsheet รองรับครับ

**Q: จะใช้ FALSE ร่วมกับ IF OR AND NOT ได้อย่างไร?**

FALSE ใช้งานร่วมกับฟังก์ชันตรรกะได้หลากหลาย:
.
1) IF: =IF(A1>100, "ผ่าน", FALSE) คืนค่า FALSE เมื่อไม่ผ่านเงื่อนไข
2) OR: =OR(A1>100, FALSE) จะเป็น TRUE ก็ต่อเมื่อ A1>100
3) AND: =AND(A1>100, FALSE) จะเป็น FALSE เสมอ (ใช้ในการทดสอบ)
4) NOT: =NOT(FALSE) คืนค่า TRUE เพราะกลับค่า FALSE
5) IFERROR: =IFERROR(A1/B1, FALSE) คืนค่า FALSE เมื่อเกิด error
.
การผสมผสานเหล่านี้ช่วยให้คุณสร้าง logic ที่ซับซ้อนได้อย่างยืดหยุ่นครับ 😎

## ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง

- [TRUE – ฟังก์ชันคืนค่าตรรกะจริง](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/excel-true/)
- [IF – ฟังก์ชันตรรกะพื้นฐาน](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/if/)
- [AND – ตรวจสอบเงื่อนไขทั้งหมดว่าเป็นจริง](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/and/)
- [OR – ตรวจสอบเงื่อนไขอย่างน้อยหนึ่งข้อว่าเป็นจริง](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/or/)
- [NOT – กลับค่าตรรกะ (Logical Negation)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/not/)
- [IFERROR – ดักจับ Error และเปลี่ยนเป็นค่าอื่น](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/iferror/)
- [ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel](https://www.thepexcel.com/functions/excel/math-and-trigonometry/sumproduct/)
- [COUNTIF – นับจำนวนแบบมีเงื่อนไข](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/countif/)
- [COUNTIFS – ฟังก์ชันนับเซลล์ตามหลายเงื่อนไขพร้อมกัน](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/countifs/)

## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

- [Microsoft Support: FALSE function - Official Documentation](https://support.microsoft.com/en-us/office/false-function-2d58dfa5-9c03-4259-bf8f-f0ae14346904) _(official)_
- [ExcelJet: How to use the FALSE function](https://exceljet.net/excel-functions/excel-false-function) _(guide)_
- [Microsoft Support: Logical functions reference](https://support.microsoft.com/en-us/office/logical-functions-reference-e093c192-278b-43f6-8c3a-b6ce299931f5) _(official)_

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/excel-false/](https://www.thepexcel.com/functions/excel/logical/excel-false/)_
