---
title: AREAS – นับจำนวนพื้นที่ในการอ้างอิง
url: https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/areas/
type: function-explainer
program: Excel
syntax: =AREAS(reference)
date: 2025-12-02
updated: 2025-12-24
scores:
  popularity: 6
  difficulty: 3
  usefulness: 6
---

# AREAS – นับจำนวนพื้นที่ในการอ้างอิง

> AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เด

## คำอธิบาย

AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน

## Syntax

```excel
=AREAS(reference)
```

## Arguments

| Name | Required | Type | Default | Description |
| --- | --- | --- | --- | --- |
| reference | Yes | Reference |  | การอ้างอิงเซลล์หรือช่วงข้อมูล สามารถเป็นเซลล์เดี่ยว ช่วงต่อเนื่อง หรือหลายช่วงแยกกัน เมื่อระบุหลายช่วงแยกกัน ต้องใส่วงเล็บเพิ่มเติมเพื่อให้ Excel รับรู้ว่าเป็นพารามิเตอร์เดียว |

## ตัวอย่าง

### 1. นับพื้นที่เดียว

```excel
=AREAS(A1:C10)
```

**ผลลัพธ์:** `1`

ช่วง A1:C10 เป็นช่วงต่อเนื่องหนึ่งช่วง ดังนั้นมี 1 พื้นที่ แม้ว่ามี 30 เซลล์

### 2. นับหลายพื้นที่แยกกัน

```excel
=AREAS((A1:B5, D1:E5, G1:H5))
```

**ผลลัพธ์:** `3`

ระบุ 3 ช่วงแยกกัน (A1:B5, D1:E5, G1:H5) ด้วยวงเล็บเพิ่มเติมเพื่อให้ Excel รับรู้เป็นการอ้างอิงชุดเดียว ผลลัพธ์คือ 3

### 3. นับพื้นที่กับ Named Range

```excel
=AREAS(Print_Area)
```

**ผลลัพธ์:** `จำนวนพื้นที่`

ถ้า Print_Area เป็น Named Range ที่ตั้งไว้หลายช่วง สูตรจะบอกจำนวนช่วงทั้งหมดที่รวมอยู่ในนั้น

### 4. นับเซลล์เดี่ยว

```excel
=AREAS(A1)
```

**ผลลัพธ์:** `1`

เซลล์เดี่ยวถือเป็น 1 พื้นที่

## หมายเหตุเพิ่มเติม

- ใช้ AREAS กับ Named Range ที่ตั้งไว้หลายช่วง เพื่อตรวจสอบความเสียหาย (integrity) ของข้อมูล

- ใช้ได้ร่วมกับ INDIRECT และ OFFSET เพื่อทำ dynamic ranges ที่มีหลายพื้นที่

- เมื่อระบุหลายช่วง ต้องใช้เซมิโคลอน (;) หรือจุลภาค (,) ขึ้นอยู่กับ Locale Settings ของคอมพิวเตอร์

- AREAS เป็นฟังก์ชันที่ไม่ recalculate ตามปกติ มันจะ update เมื่อเปลี่ยน Named Range ไม่ใช่เมื่อข้อมูลเปลี่ยน

## คำถามที่พบบ่อย

**Q: ทำไมต้องใส่วงเล็บเพิ่มเติมเมื่อระบุหลายช่วง?**

เมื่อไม่มีวงเล็บเพิ่มเติม Excel จะตีความเครื่องหมายจุลภาค (,) ว่าเป็นตัวแยกพารามิเตอร์ ด้วยวงเล็บพิเศษ AREAS((range1, range2)) Excel จะรับรู้ว่าเป็นการอ้างอิงหนึ่งรายการที่มีหลายพื้นที่

**Q: ความแตกต่างระหว่าง AREAS และ ROWS/COLUMNS คืออะไร?**

ROWS นับจำนวนแถว COLUMNS นับจำนวนคอลัมน์ ส่วน AREAS นับจำนวนพื้นที่ (ช่วงแยกกัน) การอ้างอิง (A1:B5, D1:D5) มี 2 แถว 2 คอลัมน์ แต่มี 2 พื้นที่

**Q: ใช้ได้กับ Excel เวอร์ชันไหน?**

AREAS ใช้ได้กับทุกเวอร์ชัน Excel ตั้งแต่ Excel 2007 ขึ้นไป รวมถึง Excel for the web และ Excel 365

## ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง

- [ADDRESS – แปลงแถวและคอลัมน์เป็นชื่อเซลล์](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/address/)
- [CELL – ดูข้อมูลเซลล์ (Format/Type)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/information/cell/)
- [COLUMN – บอกเลขคอลัมน์](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/column/)
- [INDEX – ดึงค่าจากตำแหน่งที่ระบุใน Range หรือ Array](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/index/)
- [INDIRECT – อ้างอิงเซลล์แบบไดนามิก](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/indirect/)
- [ROW – บอกเลขแถว](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/row/)

## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

- [Microsoft Support - AREAS Function](https://support.microsoft.com/en-us/office/areas-function-8392ba32-7a41-43b3-96b0-3695d2ec6152) _(official)_
- [ExcelJet - AREAS Function](https://exceljet.net/functions/areas) _(guide)_

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/areas/](https://www.thepexcel.com/functions/excel/lookup-and-reference/areas/)_
