---
title: T.TEST – ทดสอบสมมติฐานของค่าเฉลี่ย
url: https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/t-test/
type: function-explainer
program: Excel
syntax: "=T.TEST(array1, array2, tails, type)"
date: 2025-12-02
updated: 2025-12-24
scores:
  popularity: 5
  difficulty: 4
  usefulness: 6
---

# T.TEST – ทดสอบสมมติฐานของค่าเฉลี่ย

> ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

## คำอธิบาย

ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

## Syntax

```excel
=T.TEST(array1, array2, tails, type)
```

## Arguments

| Name | Required | Type | Default | Description |
| --- | --- | --- | --- | --- |
| array1 | Yes | Range/Array |  | ชุดข้อมูลแรก (ต้องมีตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า) |
| array2 | Yes | Range/Array |  | ชุดข้อมูลที่สอง (ต้องมีตัวเลขอย่างน้อย 2 ค่า) |
| tails | Yes | Number (1 or 2) |  | 1 = หางเดียว (one-tailed) ทดสอบทิศทางเดียว, 2 = สองหาง (two-tailed) ทดสอบความแตกต่างทั้งสองทิศ |
| type | Yes | Number (1, 2, or 3) |  | 1 = Paired t-test (ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน), 2 = Two-sample equal variance (ความแปรปรวนเท่ากัน), 3 = Two-sample unequal variance / Welch's t-test |

## ตัวอย่าง

### 1. Paired T-Test: เปรียบเทียบคะแนนก่อน-หลังเรียน

```excel
=T.TEST(A2:A11, B2:B11, 2, 1)
```

**ผลลัพธ์:** `0.0042`

สมมติ A2:A11 เป็นคะแนนสอบก่อนเรียน (pre-test) และ B2:B11 เป็นคะแนนหลังเรียน (post-test) ของนักเรียน 10 คน
- tails=2 เพราะต้องการทดสอบความแตกต่างไม่ว่าทิศทางไหน
- type=1 เพราะเป็นข้อมูลจากบุคคลเดียวกันสองครั้ง
- ผลลัพธ์ 0.0042 < 0.05 แสดงว่าคะแนนหลังเรียนแตกต่างจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ

### 2. Two-Sample Equal Variance: เปรียบเทียบความสูงระหว่างชายและหญิง

```excel
=T.TEST(C2:C21, D2:D21, 2, 2)
```

**ผลลัพธ์:** `0.00001`

สมมติ C2:C21 เป็นความสูงของชาย 20 คน และ D2:D21 เป็นความสูงของหญิง 20 คน
- type=2 ใช้เมื่อสมมติว่าความแปรปรวน (การกระจาย) ของสองกลุ่มเท่ากัน
- ผลลัพธ์ 0.00001 บ่งชี้ความแตกต่างที่มีนัยสำคัญมากในความสูงเฉลี่ย

### 3. Two-Sample Unequal Variance (Welch's): เปรียบเทียบรายได้ระหว่างสองอาชีพ

```excel
=T.TEST(E2:E31, F2:F31, 1, 3)
```

**ผลลัพธ์:** `0.023`

สมมติ E2:E31 เป็นรายได้รายเดือนของช่างไม้ 30 คน และ F2:F31 เป็นรายได้ของนักวิจัย 30 คน
- type=3 (Welch's t-test) ใช้เมื่อสงสัยว่าความแปรปรวนต่างกัน (ตัวอย่างนี้ช่างไม้อาจมีรายได้กระจายมากกว่า)
- tails=1 ทดสอบสมมติฐานทิศทางเดียว เช่น "รายได้ช่างไม้น้อยกว่านักวิจัย"
- ผลลัพธ์ 0.023 < 0.05 สนับสนุนสมมติฐานนี้

### 4. เปรียบเทียบกับผลสำเร็จ: ใช้ IF เพื่อตรวจสอบนัยสำคัญ

```excel
=IF(T.TEST(G2:G16, H2:H16, 2, 2) < 0.05, "แตกต่าง", "ไม่แตกต่าง")
```

**ผลลัพธ์:** `แตกต่าง`

ใช้ IF เพื่อแปลผล p-value ให้อ่านง่าย ถ้า p-value < 0.05 แสดงว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ มิฉะนั้นไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ

## หมายเหตุเพิ่มเติม

- ใช้ one-tailed (tails=1) เมื่อมีสมมติฐานทิศทาง (เช่น "A มากกว่า B") ใช้ two-tailed (tails=2) เมื่อต้องการทดสอบว่าแตกต่างหรือไม่ (ไม่สำคัญทิศทาง)

- ถ้าไม่แน่ใจว่าความแปรปรวนเท่ากันไหม ใช้ type 3 (Welch's) เสมอ เพราะมันปลอดภัยกว่า

- สำหรับ paired test (type 1) ข้อมูลต้องเรียงคู่กัน แถวแรกของ array1 ต้องจับคู่กับแถวแรกของ array2

- ผลลัพธ์ 0.05 มักใช้เป็นเกณฑ์ แต่ในบางสาขา (เช่น particle physics) ใช้ 0.0001 หรือน้อยกว่า

- ถ้าข้อมูลมี extreme outliers (ค่าผิดปกติ) t-test อาจให้ผลลัพธ์เอนเอียง ลองใช้ Mann-Whitney U test (non-parametric) แทน

- ใช้ ROUND(T.TEST(...), 4) เพื่อให้ p-value อ่านง่ายขึ้น

## คำถามที่พบบ่อย

**Q: p-value คืออะไร ต้องใช้เท่าไหร่?**

p-value คือความน่าจะเป็นที่ผลลัพธ์นี้จะเกิดขึ้นหากสมมติฐานว่าง (ค่าเฉลี่ยเท่ากัน) เป็นจริง ค่าที่น้อยกว่า 0.05 หมายถึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (ที่ระดับ 95% confidence) ที่ใช้บ่อยที่สุด

**Q: Paired test vs Two-sample test ต่างกันอย่างไร?**

Paired test ใช้เมื่อข้อมูลมาจากตัวอย่างเดียวกัน (ก่อน-หลัง, ซ้าย-ขวา, ประเทศเดียวปีต่างๆ) Two-sample test ใช้เมื่อเปรียบเทียบสองกลุ่มอิสระ (ชาย-หญิง, ทดลอง-ควบคุม)

**Q: ทำไมต้องเลือก type 2 หรือ 3?**

ถ้ากลุ่มทั้งสองมีความแปรปรวนใกล้เคียงกัน ใช้ type 2 (จะแม่นยำขึ้น) ถ้าความแปรปรวนต่างกันมาก ใช้ type 3 (Welch's) ซึ่งปลอดภัยกว่าเพราะไม่ถือว่าความแปรปรวนต้องเท่ากัน

**Q: ถ้ามีค่า 0 หรือค่าลบในข้อมูลจะเป็นปัญหาไหม?**

ไม่เป็นปัญหา T.TEST รับค่าลบและ 0 ได้ เพราะมันคำนวณจากค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

**Q: เพราะเหตุใด T.TEST ส่งคืนค่าระหว่าง 0 ถึง 1?**

เพราะมันคืน p-value ซึ่งเป็นความน่าจะเป็น (ระหว่าง 0 ถึง 1) ยิ่งค่าน้อยยิ่งแสดงว่าความแตกต่างมีนัยสำคัญ

## ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง

- [T – ตรวจสอบและส่งกลับข้อความ](https://www.thepexcel.com/functions/excel/text/t/)
- [TYPE – ตรวจสอบชนิดข้อมูล](https://www.thepexcel.com/functions/excel/information/type/)
- [TTEST – ทดสอบ T-Test (เก่า)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/compatibility/ttest/)
- [VAR – คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (Legacy)](https://www.thepexcel.com/functions/excel/compatibility/var/)
- [FDIST – คำนวณค่า F-Distribution หางขวา](https://www.thepexcel.com/functions/excel/compatibility/fdist/)

## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

- [Microsoft Support - T.TEST Function](https://support.microsoft.com/en-us/office/t-test-function-d4e08ec3-c545-485f-962e-276ea7cf9af7) _(official)_
- [Excel Statistical Functions Guide](https://support.microsoft.com/en-us/office/statistical-functions-reference-6be3f1da-cd6c-4f3b-a18a-f19c36f7bfb9) _(official)_
- [Understanding T-Tests and P-Values](https://support.microsoft.com/en-us/office/statistical-functions-in-excel-88cd1c41-a58f-41ed-8f24-46fd82e51e3e) _(official)_

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/t-test/](https://www.thepexcel.com/functions/excel/statistical/t-test/)_
