---
title: มาทำความรู้จัก Function กันเถอะ
url: https://www.thepexcel.com/get-to-know-function/
type: post
date: 2015-04-03
updated: 2022-08-22
author: Sira Ekabut
categories: [Excel ทั่วไป]
tags: [function]
---

# มาทำความรู้จัก Function กันเถอะ

> Function คืออะไร? ฟังก์ชั่น (Function) ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับ สูตรสำเร็จรูป ที่มีหน้าที่ทำสิ่งต่างๆ ที่กำหนดไว้ตามแต่ฟังก์ชั่นนั้นๆ ซึ่งฟังก์ชั่นนั้นช่วยทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากหาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในช่อง A1 ถึง A5 หากไม่ใช้ Function มาช่วยเราก็ต้องเขียนสูตรแบบนี้ =...

## Function คืออะไร?

 

ฟังก์ชั่น (Function) ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับ **สูตรสำเร็จรูป ที่มีหน้าที่ทำสิ่งต่างๆ ที่กำหนดไว้ตามแต่ฟังก์ชั่นนั้นๆ** ซึ่งฟังก์ชั่นนั้นช่วยทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากหาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในช่อง A1 ถึง A5 หากไม่ใช้ Function มาช่วยเราก็ต้องเขียนสูตรแบบนี้ = (A1+A2+A3+A4+A5)/5 แต่ถ้ามีฟังก์ชั่น แล้ว เราก็สามารถเขียนแค่

 

```
=AVERAGE(A1:A5)
```

 

เท่านั้นเองก็จะได้คำตอบเดียวกัน แต่ง่ายกว่ามาก

 

แต่ถ้าเป็นการคำนวณที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น หาค่าผ่อนบ้านแบบตัวอย่างที่แล้ว หากคุณไปนั่งเขียนสูตรเองนี่เหนื่อยตาย แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ฟังก์ชั่นแทน คุณแค่เขียนสูตร

 

```
=PMT(ดอกเบี้ยต่องวด,จำนวนงวด,ยอดเงินกู้)
```

 

ก็หาคำตอบได้อย่างง่ายดาย นี่แหละครับความสำเร็จรูปซึ่งเป็นข้อดีของฟังก์ชั่นล่ะ!

 

[![pmt-formula](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/pmt-formula.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/pmt-formula.png)

 

### การทำงานของฟังก์ชั่น (Input –> Function –> Output)

 

[![function-concept](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-concept.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-concept.png)

 

ฟังก์ชั่น ทำงานคล้ายๆ โรงงานการผลิตสินค้า ที่ต้องการ Input เข้าไปเป็นวัตถุดิบ แล้วมันจะผลิตผลลัพธ์ที่เป็น Output ออกมาให้ตามหน้าที่ของมัน โดยที่ **Function แต่ละตัว สามารถมี Input (เรียกอีกชื่อ ว่า Argument) ได้หลายตัว** และอาจเป็นข้อมูลคนประเภทกันก็ได้

  

## รูปแบบการสั่งงานฟังก์ชั่น

 

ฟังก์ชั่น จะมีรูปแบบการสั่งงาน โดยแต่ละ Argument จะถูกคั่นด้วยเครื่องหมาย comma (,) ดังนี้ครับ

 

```markdown
= ชื่อฟังก์ชั่น ( Argument1, Argument2, Argument3,… )
```

 

บางฟังก์ชั่นก็มีจำนวน Argument น้อย บางฟังก์ชั่นก็อาจจะมีจำนวน Argument เยอะ ซึ่งยิ่งมี Argument มากก็ยิ่งมักจะมีลูกเล่นเยอะ และมีความซับซ้อนมากกว่าฟังก์ชั่นที่ Argument น้อยๆ ครับ

 

เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ดู แต่**ตอนนี้ยังไม่ต้องสนใจว่าแต่ละอันเขียนยังไงนะครับ** ให้ดูเฉยๆ ว่าฟังก์ชั่นแต่ละตัวอาจมีจำนวน Argument ไม่เท่ากัน ยิ่งเยอะยิ่งซับซ้อนและใช้งานยากกว่า เช่น

 
- **ไม่มี Argument** เช่น =TODAY() เอาไว้หาวันที่ปัจจุบัน
- **มี 1 Argument** เช่น =NOT(logical) เอาไว้กลับค่า TRUE เป็น FALSE (หรือในทางกลับกัน)
- **มี 2 Argument **เช่น =LEFT(text,[num_chars]) เอาไว้ตัดคำจากทางซ้าย
- **มี 3 Argument **เช่น =MATCH(lookup_value,lookup_array,[match_type]) เอาไว้หาค่าที่ต้องการว่าอยู่ลำดับเท่าไหร่
- **มี 4 Argument** เช่น =SUBSTITUTE( text , old_text , new_text , [instance_num] ) เอาไว้แทนค่าหนึ่งด้วยอีกคำหนึ่ง

 

เมื่อคุณเขียนฟังก์ชั่นลงใน Cell ไหนก็ตาม ผลลัพธ์ก็จะถูกคำนวณออกมาใน Cell นั้นๆ เช่นเดียวกับการเขียนสูตรตามปกติครับ (แต่อาจดึงค่าจาก Cell อื่นมาคำนวณได้)

 

สำหรับคนที่เพิ่งใช้งานฟังก์ชั่นใน Excel ใหม่ๆ อาจจะยังไม่ถนัดการเขียนฟังก์ชั่นลงไปตรงๆ ใน Formula Bar ซึ่ง Excel ก็ไม่ได้ใจร้ายเกินไปครับ เค้าเลยมีวิธีการสั่งงานฟังก์ชั่นโดยที่เราไม่ต้องมานั่งเขียนเองด้วย

 

**นั่นแปลว่าจริงๆ คุณสามารถสั่งงานฟังก์ชั่นได้ 2 แบบ คือ**

 
1. การใช้งานฟังก์ชั่นโดยใช้เครื่องมือบน Ribbon (เหมาะกับผู้เริ่มต้น เพราะมีตัวช่วยเยอะ)
2. เขียนสูตรเอง (เหมาะกับผู้ที่ชำนาญแล้ว เพราะวิธีนี้เร็วกว่าเยอะครับ)** **

 

### การใช้งานฟังก์ชั่นโดยใช้เครื่องมือบน Ribbon

 

เราสามารถเลือกฟังก์ชั่นที่ต้องการได้จากเมนูที่อยู่บน Ribbon ใน [Formulas] –> Function Library

 

ซึ่งเราเลือกได้ 2 วิธี คือ 1.กดปุ่ม Insert Function 2.เลือกฟังก์ชั่นจาก Function Library

 

#### กดปุ่ม Insert Function

 

เพื่อค้นหาฟังก์ชั่นที่ต้องการ (หรือจะ**กดปุ่ม ****fx **ที่อยู่ข้างซ้ายของ Formula Bar ก็ได้)

 

[![function-insert](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-insert.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-insert.png)

 

ในเมื่อ Excel นั้นมีฟังก์ชั่นให้เลือกอยู่มากมาย การค้นหาฟังก์ชั่นจะช่วยได้พอสมควรเลยล่ะ วิธีการคือให้พิมพ์ลักษณะของฟังก์ชั่นที่ต้องการในช่องค้นหา (Search for a function: )

 

พอกด Enter มันจะ List ฟังก์ชั่นทั้งหมดที่เกี่ยวกับคำนั้นมาให้ จากนั้นค่อยอ่านคำบรรยายด้านล่างเอาว่าใช้สิ่งทีต้องการหรือไม่

 

[![function-search](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-search.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-search.png)

 

#### เลือกฟังก์ชั่นจาก Function Library

 

จะเห็นว่ามีการแบ่งประเภทฟังก์ชั่นเอาไว้แยกตามหมวดการใช้งาน

 

[![function-library](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-library.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-library.png)

 

เมื่อเลือกฟังก์ชั่นที่ต้องการแล้ว มันจะขึ้นตัวช่วยในการใช้ Function นั้นๆ ขึ้นมา (หน้าต่าง Function Argument) โดยที่มันจะบอกว่า Argument ที่ต้องใส่มีกี่ตัว แต่ละตัวต้องการข้อมูลประเภทอะไร

 

สมมติว่าผมเลือกฟังก์ชั่น LEFT ที่อยู่ใน [Formulas] –> Function Library –>Text

 

[![function-arguments](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-arguments.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-arguments.png)

 

##### อธิบายความสามารถของฟังก์ชั่นโดยรวม

 

Excel จะอธิบายว่า ฟังก์ชั่น LEFT เอาไว้แสดงบางส่วนของคำที่เราต้องการ โดยนับจากทางซ้ายมือด้วยจำนวนอักขระที่กำหนด เช่น อยากให้แสดงค่า 4 ตัวจากทางซ้าย ของคำว่า ironman ก็จะได้คำว่า iron นั่นเอง

 

##### อธิบายรายละเอียดแต่ละ Arguments

 

Text ต้องการข้อมูลประเภท Text (ตัวหนังสือ) ส่วน Num_chars ต้องการข้อมูลประเภท Number (ตัวเลข) ซึ่ง

 
- Input ตัวไหนเป็น**ตัวที่จำเป็น**ต้องใส่ จะขึ้น**เป็นตัวหนา **
- Input ตัวไหนเป็น Optional จะขึ้นเป็นตัวปกติ

 

จะเห็นว่าฟังก์ชั่น LEFT มี Input ได้ 2 ตัวคือ Text และ Num_chars ซึ่ง Text เป็นตัวหนา แปลว่าเป็น Input ที่จำเป็นต้องระบุ ส่วน Num_chars เป็น Optional ไม่จำเป็นต้องระบุ

 

หากลองเอา Mouse กดใน Argument แต่ละช่อง **จะมีคำอธิบายรายละเอียดให้ว่าแต่ละ ****Argument ต้องใส่ค่าอะไรลงไป** เช่น

 

ตอนแรกตอนผมคลิ๊กฟังก์ชั่นขึ้นมา มันจะอธิบาย Argument แรกให้ ซึ่งคือ Text โดยบอกว่า มันคือข้อความที่เราต้องการจะตัดคำออกมานั่นเอง

 

แต่เมื่อผมลองคลิ๊กที่ช่อง Num_chars บ้าง…

 

[![function-arguments2](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-arguments2.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-arguments2.png)

 

Excel ก็จะบอกว่า ในช่อง Num_chars คือจำนวนตัวอักษรที่ต้องการให้ Function LEFT ดึงออกมาแสดงให้ และหากเป็นช่อง Optional มันจะบอกด้วยว่าถ้าเราไม่ใส่ค่าอะไรลงไป มันจะใช้ค่าอะไรเป็นค่า Default เช่น ในกรณี Num_chars ของ LEFT นี้จะเป็นเลข 1 (ดึงออกมา 1 ตัวอักษร)

 

ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจอีกว่า Function ใช้งานยังไง ให้กด **Help on this function** ที่อยู่มุมซ้ายล่างได้เลย จะมีตัวอย่างเป็นรูปให้ดูด้วย

 

#### ตัวอย่างการสั่งงาน

 

**ผลลัพธ์ที่อยากได้** : อยากให้ Excel แสดงข้อความ 4 ตัวอักษรจากทางซ้าย ของคำว่า ironman

 

**วิธีสั่งงาน** : เนื่องจากอยากได้ข้อความ “ทางซ้าย” ผมจึงต้องใช่ฟังก์ชั่น LEFT โดยใส่ในแต่ละ Argument ดังนี้

 

[![function-ribbon-example](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-ribbon-example.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-ribbon-example.png)

 
- **Text** : ใส่คำว่า ironman (ช่องนี้ต้องการ Data ประเภท Text) มันจะใส่ “” ครอบให้เอง
- Num_chars : ใส่เลข 4 (ช่องนี้ต้องการ Data ประเภท Number)

 

เมื่อ OK จะได้ผลลัพธ์เป็นคำว่า iron ตามต้องการ

 

ซึ่งจะเห็นว่าใน Formula Bar มีสูตรขึ้นมาว่า

 

```
=LEFT("ironman",4)
```

 

ซึ่งเราสามารถพิมพ์สูตรแบบนี้ลงไปตรงๆได้ เช่นเดียวกับวิธีที่จะแนะนำถัดไป นั่นคือ วิธีการสั่งงานโดยพิมพ์สูตร นั่นเอง** **

 

### สั่งงานโดยพิมพ์สูตร Function ลงไปใน Formula Bar โดยตรง

 

วิธีการคือ**พิมพ์ =**** ตามด้วยชื่อ**** Function **ลงไปใน Cell ที่ต้องการให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ซึ่งพอเริ่มพิมพ์ไป 1 ตัวอักษร เช่น L มันจะขึ้นชื่อ Function ทุกตัวที่ขึ้นต้นด้วย L มาให้เลือก ซึ่งเราสามารถพิมพ์ต่อไปอีก เช่น =LE มันก็จะกรองฟังก์ชั่นให้แสดงเหลือน้อยลงอีก

 

[![Function-Typing](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/Function-Typing.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/Function-Typing.png)

 

[![Function-Typing2](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/Function-Typing2.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/Function-Typing2.png)

 

เราสามารถใช้ปุ่มลูกศรบน Keyboard เลื่อนไปเลือก ฟังก์ชั่นตัวที่ต้องการ จากนั้น**กด ****Tab เพื่อเลือกใช้ได้เลย** สมมติผมเลือกคำว่า LEFT เหมือนเดิม

 

[![function-tooltips](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-tooltips.png)](https://www.thepexcel.com/wp-content/uploads/2015/04/function-tooltips.png)

 

Excel จะแสดงตัวช่วย (Function Tooltip) ที่แสดงวิธีการกรอกฟังก์ชั่นมาให้ดูโดยคั่นแต่ละ Arguments ด้วย comma (,) ซึ่งที่เราสามารถเอา Mouse ลาก Function Tooltip ไปมาได้ หากมันบังช่องที่เราจะมอง

 

#### วิธีการอ่าน Argument จาก Function Tooltip

 
- Input ตัวไหนเป็น**ตัวที่จำเป็น**ต้องใส่ จะขึ้น**เป็นตัวหนา**
- Input ตัวไหนเป็น Optional จะมีเครื่องหมาย [ ครอบอยู่ ]

 

ดังนั้นถ้าผมจะดึง 4 ตัวแรกจากคำว่า ironman ก็ต้องใส่สูตรว่า

 

```
=LEFT("ironman",4)
```

 

นั่นเอง

 

**Tips** : จะเห็นว่า เราต้องใส่เครื่องหมายคำพูด (.) ครอบคำว่า ironman อันนี้เพื่อบอก Excel ว่าคำว่า ironman เป็น Text ไม่ใช่ชื่อของ Cell/Range ที่ถูกตั้งเอาไว้ ซึ่งต่างจากวิธีใช้ Ribbon ที่ Excel จะใส่เครื่องหมายคำพูดครอบให้เอง

 

**Tips2** : หากบางท่านอยากให้ Excel ใส่ทุก Argument ลงไปในสูตรให้ก่อนเลย สามารถกด Ctrl+Shit+A ได้ครับ

---

_Source: [https://www.thepexcel.com/get-to-know-function/](https://www.thepexcel.com/get-to-know-function/)_
