Thep Excel

22 functions

BYCOL ส่งแต่ละคอลัมน์ทั้งคอลัมน์เข้า LAMBDA แล้ว return ผลลัพธ์เป็น Array แถวเดียว ต่างจาก MAP ที่ส่งทีละเซลล์ และ BYROW ที่ส่งทีละแถว ทำให้สามารถคำนวณ SUM, MAX, AVERAGE ของทุกคอลัมน์พร้อมกันในสูตรเดียว แทนที่จะต้องเขียนสูตรซ้ำหลายครั้ง ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดและทำให้แก้ไข logic ได้ง่ายกว่ามาก เหมาะสำหรับงาน dashboard summary, quality checking และการวิเคราตลัพธ์ทีละคอลัมน์แบบเป็นระบบ

Syntax
=BYCOL(array, lambda)

BYROW เป็น LAMBDA Helper Function ที่ประมวลผลข้อมูลทีละแถว โดยส่งแต่ละแถวทั้งหมด (เป็น array) เข้าไปใน LAMBDA แล้ว return ผลลัพธ์เป็นคอลัมน์เดียว ที่เจ๋งคือ BYROW รองรับทั้ง short-form syntax (=BYROW(array, SUM)) สำหรับการ aggregate ง่ายๆ และ custom LAMBDA สำหรับ logic ซับซ้อนที่ต้องตรวจสอบหลายคอลัมน์พร้อมกัน เช่น ตรวจว่านักเรียนผ่านทุกวิชา (MIN>=50) หรือรวมข้อความหลายคอลัมน์ด้วย TEXTJOIN ต่างจาก MAP ที่ทำงานทีละ cell และ BYCOL ที่ทำงานทีละคอลัมน์ BYROW ทำให้คุณเขียน logic ครั้งเดียว แล้วประมวลผลทุกแถวพร้อมกันทันที

Syntax
=BYROW(array, lambda)

CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)

Syntax
=CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)

CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)

Syntax
=CHOOSEROWS(array, row_num1, [row_num2], ...)

DROP จะตัดข้อมูลออกตามจำนวนที่ระบุ ถ้าใส่เลขบวกจะตัดจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ทิ้งไป ถ้าใส่เลขลบจะตัดจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) ทิ้งไป ส่วนที่เหลือจะถูกนำมาแสดงผล

Syntax
=DROP(array, rows, [columns])

EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK

Syntax
=EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])

GROUPBY เป็นฟังก์ชันใหม่ใน Excel 365 ที่ใช้จัดกลุ่มข้อมูลและคำนวณผลสรุป (เช่น SUM, COUNT, AVERAGE) ตามกลุ่มนั้นๆ คล้ายกับการทำงานของ Pivot Table แต่ยืดหยุ่นกว่าเพราะเป็นสูตร สามารถกำหนดหัวตาราง ผลรวมย่อย และการเรียงลำดับได้ในตัว

Syntax
=GROUPBY(row_fields, values, function, [field_headers], [total_depth], [sort_order], [filter_array], [field_relationship])

HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ

Syntax
=HSTACK(array1, [array2], ...)

IMAGE แสดงรูปภาพจาก URL ในเซลล์ Excel โดยรูปจะเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ สามารถกำหนดขนาด อัตราส่วน และ Alt Text ได้ เหมาะสำหรับสร้างรายการสินค้าหรือ Dashboard

Syntax
=IMAGE(source, [alt_text], [sizing], [height], [width])

MAKEARRAY สร้าง Dynamic Array ตามขนาดที่กำหนด (rows × cols) โดยใช้ LAMBDA function คำนวณค่าในแต่ละเซลล์ตามตำแหน่ง row และ column index (เริ่มที่ 1) ต่างจาก SEQUENCE ที่สร้างเฉพาะตัวเลขเรียงลำดับ MAKEARRAY สามารถสร้างข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบตามการคำนวณที่กำหนดใน LAMBDA เช่น ตารางสูตรคูณ matrix ทางคณิตศาสตร์ pattern ข้อความ หรือค่าสุ่ม เหมาะสำหรับสร้าง dataset ขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบเฉพาะ หรือ lookup table แบบ dynamic โดย LAMBDA จะถูกเรียกทำงานสำหรับทุกเซลล์ใน array ผลลัพธ์ ทำให้สร้างข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วด้วยสูตรเดียว

Syntax
=MAKEARRAY(rows, cols, lambda)

MAP ส่งค่าทีละ element จาก Array หนึ่งหรือหลายตัวเข้าไปประมวลผลใน LAMBDA แล้วคืน Array ผลลัพธ์ที่มีขนาดเท่ากับ input array ต้นฉบับ เหมาะสำหรับ element-wise operations เช่น การแปลงค่าทุกตัว การตรวจสอบเงื่อนไขทีละเซลล์ หรือการคำนวณจากหลาย Array พร้อมกัน ต่างจาก BYROW/BYCOL ที่ส่งทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์ MAP จะส่งเฉพาะค่าเดี่ยวๆ ทีละตำแหน่ง

Syntax
=MAP(array1, [array2, ...], lambda)

PIVOTBY เป็นฟังก์ชัน Excel 365 ที่สร้าง Pivot Table แบบไดนามิก โดยกำหนด Row Fields, Column Fields และ Values ผ่านสูตร พร้อมตั้งค่าการแสดงผลรวมและการเรียงลำดับได้ทันที

Syntax
=PIVOTBY(row_fields, col_fields, values, function, [field_headers], [row_total_depth], [row_sort_order], [col_total_depth], [col_sort_order], [filter_array])

REDUCE เป็นฟังก์ชัน Helper ที่ทำงานร่วมกับ LAMBDA เพื่อวนลูปประมวลผลข้อมูลใน Array โดยรับค่าเริ่มต้น (initial_value) และส่งค่าเข้า LAMBDA ทีละ element เพื่อคำนวณค่าสะสม (accumulator) ที่สืบเนื่องจากรอบก่อนหน้า แล้ว return ผลลัพธ์สุดท้ายเพียงค่าเดียว ต่างจาก SCAN ที่ return Array ของทุกขั้นตอน REDUCE เหมาะสำหรับการสร้าง custom aggregation ที่ซับซ้อนกว่าฟังก์ชันมาตรฐาน

Syntax
=REDUCE([initial_value], array, lambda)

SCAN วนลูปผ่าน array โดยใช้ LAMBDA function คำนวณค่าสะสม (accumulator) และ return array ที่แสดงค่าสะสมในทุกขั้นตอนของการคำนวณ ต่างจาก REDUCE ที่ return เฉพาะค่าสุดท้าย SCAN เหมาะสำหรับ Running Total, Running Maximum/Minimum, การคำนวณดอกเบี้ยทบต้น หรือการแสดงผลลัพธ์แบบต่อเนื่องที่ต้องการเห็นทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง ใช้งานได้ใน Excel 365 และ Excel 2024

Syntax
=SCAN([initial_value], array, lambda)

TAKE ช่วยตัดข้อมูลบางส่วนออกมาใช้งาน โดยระบุจำนวนที่ต้องการ ถ้าใส่เลขบวกจะดึงจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ถ้าใส่เลขลบจะดึงจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) คล้ายกับคำสั่ง LIMIT หรือ TOP/BOTTOM ใน Database

Syntax
=TAKE(array, rows, [columns])

TEXTBEFORE ดึงข้อความก่อนหน้าตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า LEFT+FIND ใช้คู่กับ TEXTAFTER TEXTSPLIT

Syntax
=TEXTBEFORE(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])

TEXTSPLIT เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ช่วยแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นอาร์เรย์ของค่า (Spill) ตามตัวคั่นที่ระบุ สามารถแยกข้อมูลออกไปทางขวา (คอลัมน์) หรือลงด้านล่าง (แถว) หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลนำเข้าที่รวมกันอยู่ในเซลล์เดียว

Syntax
=TEXTSPLIT(text, col_delimiter, [row_delimiter], [ignore_empty], [match_mode], [pad_with])

TOCOL ช่วย "ตบ" ข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นคอลัมน์เดียว สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และยังมี Option ให้กรองช่องว่างหรือ Error ทิ้งไปโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการเตรียมข้อมูล (Data Preparation)

Syntax
=TOCOL(array, [ignore], [scan_by_column])

VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ

Syntax
=VSTACK(array1, [array2], ...)

WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล

Syntax
=WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])

WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล

Syntax
=WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])