Thep Excel

Function Explainer

Statistical · Excel 114 ฟังก์ชัน

114 ฟังก์ชัน

เรียงตาม

ฟังก์ชัน ใช้ทำอะไร มีตั้งแต่ นิยม ยาก ประโยชน์
AVERAGE Statistical =AVERAGE(number1, [number2], ...)

AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย

นิยม 10 ยาก 1 ประโยชน์ 10

2003 10 1 10
COUNT Statistical =COUNT(value1, [value2], ...)

COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) โดยเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ ค่า Logic และ error values โดยอัตโนมัติ รวมถึงตัวเลขลบ เปอร์เซ็นต์ วันที่ เวลา เศษส่วน และผลลัพธ์จากสูตรที่คืนค่าเป็นตัวเลข ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะนับข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง

นิยม 10 ยาก 1 ประโยชน์ 10

2003 10 1 10
COUNTIFS Statistical =COUNTIFS(criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว.ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่.ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2007 9 5 9
MIN Statistical =MIN(number1, [number2], ...)

MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด

นิยม 9 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 9 1 9
COUNTIF Statistical =COUNTIF(range, criteria)

COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร

นิยม 9 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2003 9 4 9
MAX Statistical =MAX(number1, [number2], ...)

MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย

นิยม 9 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 9 1 9
AVERAGEIFS Statistical =AVERAGEIFS(average_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

AVERAGEIFS คำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน โดยใช้ AND Logic (ต้องตรงทุกเงื่อนไข) รองรับเงื่อนไขได้สูงสุด 127 คู่ สามารถใช้กับข้อความ ตัวเลข วันที่ และ wildcard characters ทุก criteria_range ต้องมีขนาดเท่ากับ average_range เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึกตามหลายมิติ เช่น วิเคราะห์ยอดขายตามภูมิภาค สินค้า และช่วงเวลา หรือวิเคราะห์คะแนนตามห้อง เพศ และระดับคะแนน

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2007 8 5 9
COUNTA Statistical =COUNTA(value1, [value2], ...)

COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง ("") ที่เกิดจากสูตร.เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือนับจำนวนรายการโดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็น Data Type ใดก็ตาม

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
AVERAGEIF Statistical =AVERAGEIF(range, criteria, [average_range])

AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก

นิยม 8 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2007 8 4 9
LARGE Statistical =LARGE(array, k)

LARGE คืนค่าตัวเลขที่มากที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MAX ถ้า k=n จะได้ค่าที่น้อยที่สุด (MIN) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Top N ออกมาวิเคราะห์

นิยม 7 ยาก 3 ประโยชน์ 7

2003 7 3 7
SMALL Statistical =SMALL(array, k)

SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์

นิยม 7 ยาก 3 ประโยชน์ 7

2003 7 3 7
RANK.AVG Statistical =RANK.AVG(number, ref, [order])

RANK.AVG จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับเฉลี่ย เหมาะสำหรับการจัดอันดับทางสถิติที่ต้องการความเป็นธรรม

นิยม 7 ยาก 4 ประโยชน์ 7

2010 7 4 7
RANK.EQ Statistical =RANK.EQ(number, ref, [order])

RANK.EQ จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับที่ดีที่สุดเหมือนกัน เหมาะสำหรับการจัดอันดับการแข่งขัน ยอดขาย หรือคะแนน

นิยม 7 ยาก 4 ประโยชน์ 7

2010 7 4 7
VAR.P Statistical =VAR.P(number1, [number2], ...)

VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง

นิยม 6 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 6 4 6
MODE.MULT Statistical =MODE.MULT(number1, [number2], ...)

MODE.MULT ค้นหาค่าที่ซ้ำกันมากที่สุด (ฐานนิยม) ของข้อมูล และคืนค่าเป็น Array หากมีหลายค่าที่ซ้ำเท่าๆ กัน

นิยม 6 ยาก 3 ประโยชน์ 6

2010 6 3 6
MODE.SNGL Statistical =MODE.SNGL(number1, [number2], ...)

MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A

นิยม 6 ยาก 3 ประโยชน์ 6

2010 6 3 6
VAR.S Statistical =VAR.S(number1, [number2], ...)

VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่

นิยม 6 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 6 4 6
STDEV.P Statistical =STDEV.P(number1, [number2], ...)

STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)

นิยม 6 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 6 4 6
MEDIAN Statistical =MEDIAN(number1, [number2], ...)

MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)

นิยม 6 ยาก 3 ประโยชน์ 7

2003 6 3 7
STDEV.S Statistical =STDEV.S(number1, [number2], ...)

STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด

นิยม 6 ยาก 4 ประโยชน์ 7

2010 6 4 7
COUNTBLANK Statistical =COUNTBLANK(range)

COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล

นิยม 6 ยาก 2 ประโยชน์ 7

2003 6 2 7
Z.TEST Statistical =Z.TEST(array, x, [sigma])

ฟังก์ชันทางสถิติที่คำนวณค่า P-value สำหรับการทดสอบ Z-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยประชากรที่สมมติหรือไม่

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
MAXIFS Statistical =MAXIFS(max_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

MAXIFS ใช้หาค่าสูงสุดจากช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งหรือมากกว่า แตกต่างจาก MAX ที่หาเพียงค่าสูงสุดทั้งหมด MAXIFS มีความยืดหยุ่นในการกรองข้อมูลก่อนหาค่าสูงสุด

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2019 5 4 6
TRIMMEAN Statistical =TRIMMEAN(array, percent)

หาค่าเฉลี่ยโดยตัดค่าหัวท้ายออกตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด เหมาะสำหรับข้อมูลที่มี Outliers

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
MINIFS Statistical =MINIFS(min_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

MINIFS ช่วยหาค่าต่ำสุดของข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมือนการใช้ MIN แต่มีความสามารถในการกรองข้อมูลก่อน

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2019 5 4 6
BETA.DIST Statistical =BETA.DIST(x, alpha, beta, cumulative, [A], [B])

BETA.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Beta ใช้หาโอกาส/ความหนาแน่นของค่าข้อมูลที่อยู่ระหว่าง 0-1 หรือช่วงใด ๆ มักใช้ในการบริหารโครงการและวิเคราะห์ตัวแปรเปอร์เซ็นต์

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
WEIBULL.DIST Statistical =WEIBULL.DIST(x, alpha, beta, cumulative)

WEIBULL.DIST ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull สำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและอายุการใช้งานของอุปกรณ์

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
GROUPBY Statistical =GROUPBY(row_fields, values, function, [field_headers], [total_depth], [sort_order], [filter_array], [field_relationship])

GROUPBY เป็นฟังก์ชันใหม่ใน Excel 365 ที่ใช้จัดกลุ่มข้อมูลและคำนวณผลสรุป (เช่น SUM, COUNT, AVERAGE) ตามกลุ่มนั้นๆ คล้ายกับการทำงานของ Pivot Table แต่ยืดหยุ่นกว่าเพราะเป็นสูตร สามารถกำหนดหัวตาราง ผลรวมย่อย และการเรียงลำดับได้ในตัว

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

9999 5 4 6
SKEW.P Statistical =SKEW.P(number1, [number2], ...)

SKEW.P ใช้คำนวณค่าความเบ้ของการแจกแจงข้อมูลทั้งหมด (ประชากร) ต่างจาก SKEW ที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2013 5 4 6
F.INV Statistical =F.INV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
TREND Statistical =TREND(known_y's, [known_x's], [new_x's], [const])

TREND ใช้หา linear regression line (เส้นตรงที่ลดความเบี่ยงเบนของข้อมูล) เพื่อพยากรณ์ค่า Y ในอนาคตจากข้อมูลเดิม หรือสร้างค่า fitted line สำหรับกราฟแนวโน้ม

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
NORM.DIST Statistical =NORM.DIST(x, mean, standard_dev, cumulative)

NORM.DIST คำนวณความน่าจะเป็นหรือความหนาแน่นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) ใช้ในสถิติหรือการวิเคราะห์ข้อมูล

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
VARA Statistical =VARA(value1, [value2], ...)

VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
BINOM.INV Statistical =BINOM.INV(trials, probability_s, alpha)

ฟังก์ชันหาจำนวนความสำเร็จที่น้อยที่สุด ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสม >= ค่าเกณฑ์ที่กำหนด เหมือนจะตอบว่า 'ต้องลองกี่ครั้งถึงจะมั่นใจได้'

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
T.TEST Statistical =T.TEST(array1, array2, tails, type)

ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
COVARIANCE.P Statistical =COVARIANCE.P(array1, array2)

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
F.INV.RT Statistical =F.INV.RT(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

F.INV.RT หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F ทางหางขวา ใช้หาค่าวิกฤต (Critical Value) ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการเปรียบเทียบความหลากหลายของข้อมูล

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
RSQ Statistical =RSQ(known_y's, known_x's)

ฟังก์ชันที่ส่งคืนค่า R-squared (R²) หรือสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ แสดงสัดส่วนของความแปรปรวนในตัวแปรตามที่สามารถอธิบายได้จากตัวแปรอิสระ ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
FORECAST.ETS.SEASONALITY Statistical =FORECAST.ETS.SEASONALITY(values, timeline, [data_completion], [aggregation])

ฟังก์ชัน FORECAST.ETS.SEASONALITY ตรวจจับความยาวของรอบฤดูกาล (seasonality) ในข้อมูลอนุกรมเวลา โดยใช้อัลกอริทึม Exponential Triple Smoothing (ETS) ที่ Excel ใช้สำหรับพยากรณ์

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2016 5 4 6
NORM.S.DIST Statistical =NORM.S.DIST(z, cumulative)

ฟังก์ชัน NORM.S.DIST ช่วยหาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Mean=0, SD=1) ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
VARPA Statistical =VARPA(value1, [value2], ...)

VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
CHISQ.DIST Statistical =CHISQ.DIST(x, deg_freedom, cumulative)

CHISQ.DIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared ซึ่งใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
T.INV.2T Statistical =T.INV.2T(probability, deg_freedom)

T.INV.2T ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงแบบ Student's t-distribution แบบสองหาง ตัวช่วยสำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
SKEW Statistical =SKEW(number1, [number2], ...)

SKEW คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของข้อมูล ซึ่งบอกว่าการแจกแจงเบ้ไปทางไหน ค่าบวก = เบ้ขวา ค่าลบ = เบ้ซ้าย ค่าศูนย์ = สมมาตร

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2003 5 4 6
COVARIANCE.S Statistical =COVARIANCE.S(array1, array2)

COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
F.TEST Statistical =F.TEST(array1, array2)

F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
FORECAST.ETS.CONFINT Statistical =FORECAST.ETS.CONFINT(target_date, values, timeline, [confidence_level], [seasonality], [data_completion], [aggregation])

FORECAST.ETS.CONFINT หาช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าที่พยากรณ์จากข้อมูลชุดเวลา โดยใช้วิธี Exponential Triple Smoothing (ETS)

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2016 5 4 6
NORM.S.INV Statistical =NORM.S.INV(probability)

ฟังก์ชัน NORM.S.INV ใช้หาค่า Z-score (ค่าผกผัน) จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, std=1) ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและการประเมินความเสี่ยง

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
NEGBINOM.DIST Statistical =NEGBINOM.DIST(number_f, number_s, probability_s, cumulative)

ฟังก์ชันที่ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินามลบ (Negative Binomial Distribution) ใช้เมื่อต้องการหาความน่าจะเป็นของการล้มเหลว x ครั้งก่อนที่จะสำเร็จครบ r ครั้ง

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6
CHISQ.DIST.RT Statistical =CHISQ.DIST.RT(x, deg_freedom)

CHISQ.DIST.RT คำนวณความน่าจะเป็นหางขวา (P-Value) ของการแจกแจง Chi-Square ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

นิยม 5 ยาก 4 ประโยชน์ 6

2010 5 4 6