NORM.INV ช่วยหาค่า x ของการแจกแจงปกติเมื่อทราบความน่าจะเป็น ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นฟังก์ชันผกผันของ NORM.DIST ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางสถิติและการทำนาย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| probability | Number (0-1) | ความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงปกติ ระหว่าง 0 ถึง 1 (เช่น 0.5 = 50%, 0.95 = 95%) |
| mean | Number | ค่าเฉลี่ย (μ) ของการแจกแจง (ศูนย์กลางของกราฟระฆัง) |
| standard_dev | Number (> 0) | ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) ของการแจกแจง ต้องเป็นค่าบวก (แสดงการกระจายตัวของข้อมูล) |
NORM.INV (Inverse Normal Distribution) เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ใช้หาค่า x ของการแจกแจงปกติ โดยการระบุความน่าจะเป็นสะสม ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ถ้าคิดแบบง่าย NORM.DIST คือการถามว่า “ความน่าจะเป็นที่ค่าจะ <= x คือเท่าไร" แต่ NORM.INV กลับทิศ: "ถ้าความน่าจะเป็นคือ 90% แล้วค่า x ควรเป็นเท่าไร"
ส่วนตัวผม ใช้ NORM.INV ประโยชน์ที่สุดคือการคำนวณค่า confidence interval ในสถิติ หรือการหาเกณฑ์ส่วนแบ่ง (percentile) ของข้อมูลที่ตามการแจกแจงปกติ 😎
หาค่า x ที่ 90.8% ของข้อมูลต่ำกว่าหรือเท่ากับค่านั้น โดยข้อมูลมีค่าเฉลี่ย 40 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.5 ผลลัพธ์คือ 41.99 (ประมาณ 42)
หากคะแนนสอบมีการแจกแจงปกติ มีค่าเฉลี่ย 500 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 100 คะแนนที่อยู่ที่ 75th percentile คือ 567.45 (ความหมาย: 75% ของผู้สอบได้คะแนนต่ำกว่า 567.45)
คำนวณขอบเขตบนของช่วง 95% CI เมื่อค่าเฉลี่ย 100 และ std dev 15 ใช้ 0.975 เพราะต้องการ 2.5% ที่ปลายด้านบน (100% – 97.5% = 2.5%)
เมื่อ probability = 0.5 (ค่ามัธยฐาน) ผลลัพธ์จะเป็น 0 (ศูนย์กลางของการแจกแจงมาตรฐาน) เหมือนกับ NORM.S.INV
NORM.DIST หาความน่าจะเป็นจากค่า x (ป้อน x ออก probability) แต่ NORM.INV ทำตรงกันข้าม (ป้อน probability ออก x) NORM.INV เป็นฟังก์ชันผกผัน
NORM.S.INV ใช้สำหรับการแจกแจงมาตรฐาน (mean=0, std_dev=1) แต่ NORM.INV ใช้กับการแจกแจงปกติใด ๆ ที่มี mean และ std dev ตามที่ระบุ
NORM.INV ใช้ได้ในทุก Excel เวอร์ชัน (Excel 2010 ขึ้นไป) รวม Excel 365 ฟังก์ชันเดิมคือ NORMINV แต่ NORM.INV คือชื่อใหม่ที่ Microsoft แนะนำ
probability = 0 ให้ผลลัพธ์ = -∞ (ลบอนันต์) และ probability = 1 ให้ผลลัพธ์ = +∞ (บวกอนันต์) ในทางปฏิบัติ Excel จะแสดง ค่าที่น้อยมากหรือมากมาย
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ NORM.INV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
BETA.INV ใช้หาค่าผกผันของ Beta Distribution เพื่อหาว่าต้องทำได้เท่าไหร่ถึงจะมีความมั่นใจระดับ X% ใช้เยอะในการวางแผนโครงการ
ฟังก์ชันหาจำนวนความสำเร็จที่น้อยที่สุด ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสม >= ค่าเกณฑ์ที่กำหนด เหมือนจะตอบว่า 'ต้องลองกี่ครั้งถึงจะมั่นใจได้'
CHISQ.INV ค้นหาค่าตัวแปร X ที่ทำให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้ายเท่ากับความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อการทดสอบสมมติฐาน
CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
LOGNORM.INV คำนวณค่าผกผันของการแจกแจง Lognormal โดยรับค่าความน่าจะเป็นและส่งคืนค่า X ที่สอดคล้องกับความน่าจะเป็นนั้น ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงิน
NORM.DIST คำนวณความน่าจะเป็นหรือความหนาแน่นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) ใช้ในสถิติหรือการวิเคราะห์ข้อมูล
ฟังก์ชัน NORM.S.INV ใช้หาค่า Z-score (ค่าผกผัน) จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, std=1) ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและการประเมินความเสี่ยง
NORMINV หาค่า x ที่ตรงกับความน่าจะเป็นในการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เหมือนการย้อนกลับจากความน่าจะเป็นไปหาค่าข้อมูล
ฟังก์ชัน PHI ส่งกลับค่าฟังก์ชันความหนาแน่นความน่าจะเป็น (PDF) สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal Distribution) ที่ค่า Z ที่ระบุ มีประโยชน์ในการวิเคราะห์สถิติและความน่าจะเป็น
STANDARDIZE คำนวณค่า Z-Score ซึ่งแสดงว่าค่านั้นอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ในการทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่บนสเกลเดียวกันได้
T.INV.2T ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงแบบ Student's t-distribution แบบสองหาง ตัวช่วยสำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
คำนวณค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของชุดข้อมูล เช่น P90 หรือ P50 เหมาะสำหรับวิเคราะห์การกระจายตัวของข้อมูลและกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่