NORM.DIST คำนวณความน่าจะเป็นหรือความหนาแน่นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) ใช้ในสถิติหรือการวิเคราะห์ข้อมูล
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| x | Number | ค่าข้อมูลที่ต้องการหาความน่าจะเป็น |
| mean | Number | ค่าเฉลี่ย (ศูนย์กลางของการแจกแจง) |
| standard_dev | Number | ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ความกว้างของกราฟระฆังคว่ำ) ต้องมากกว่า 0 |
| cumulative | Boolean | TRUE=หาความน่าจะเป็นสะสม (CDF) ค่ามีสัก X, FALSE=หาความหนาแน่น (PDF) ค่าณ จุด X |
NORM.DIST เป็นฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าการแจกแจงปกติ (Bell Curve) โดยสามารถหาค่าความน่าจะเป็นสะสม (CDF) หรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (PDF) ได้
ความเจ๋งคือ NORM.DIST มี 2 โหมดให้เลือก: cumulative=TRUE จะบอกว่า “โอกาสที่ค่าจะน้อยกว่าหรือเท่ากับ X เป็นเท่าไหร่” ส่วน cumulative=FALSE บอกค่าความสูงของกราฟระฆังคว่ำที่จุด X นั่นเอง
ส่วนตัวผม ถ้าต้องการหาว่า “เก้า score 75 คะแนนของนักเรียนคนหนึ่งดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับเพื่อน ๆ” ก็ใช้ NORM.DIST กับ cumulative=TRUE หาได้ว่าเก้าอยู่ top กี่เปอร์เซ็นต์ของชั้น
หากคะแนนเฉลี่ยเป็น 70 กับ SD=5 คะแนน 75 จะอยู่ที่ประมาณ 84.13% (เก้าดีกว่าคนอื่น ๆ ประมาณ 84%)
ที่คะแนน 70 (บริเวณที่เป็นจุดศูนย์กลาง) ความหนาแน่นของกราฟเป็น 0.0798 (ค่าสูงสุดของกราฟระฆังคว่ำ)
โอกาสที่คะแนนจะอยู่ระหว่าง 60-80 = 95.44% (ประมาณช่วง mean±2SD)
คำนวณ Z-score ก่อน แล้วใช้ NORM.DIST กับ mean=0, SD=1 ได้ผลเดียวกับ NORM.S.DIST
cumulative=TRUE (CDF) หาโอกาสที่ค่าจะน้อยกว่าหรือเท่ากับ X เป็นผลรวมจากขอบด้านซ้ายของกราฟ; cumulative=FALSE (PDF) หาค่าความสูงของกราฟที่จุด X เท่านั้น
ใช้ NORM.DIST เมื่อข้อมูลมี mean และ SD ที่แตกต่างจาก 0 และ 1; ใช้ NORM.S.DIST เมื่อข้อมูลเป็นค่า Z-score (mean=0, SD=1) แล้ว
ต้องเป็นจำนวนบวกเท่านั้น ถ้าเป็น 0 หรือติดลบ จะเกิด error #NUM!
NORM.DIST ใช้ได้ใน Excel 2010 ขึ้นไป (รวม Excel 365, Excel 2019, 2021) ฟังก์ชันเก่าชื่อ NORMDIST ยังใช้ได้แต่เก่ากว่า
CDF (cumulative=TRUE) ให้ผลลัพธ์ระหว่าง 0 ถึง 1 เสมอ (หรือ 0% ถึง 100%)
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ NORM.DIST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
BETA.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Beta ใช้หาโอกาส/ความหนาแน่นของค่าข้อมูลที่อยู่ระหว่าง 0-1 หรือช่วงใด ๆ มักใช้ในการบริหารโครงการและวิเคราะห์ตัวแปรเปอร์เซ็นต์
หาโอกาสความสำเร็จในช่วงที่กำหนด (เช่น สำเร็จระหว่าง 3 ถึง 5 ครั้ง) สะดวกกว่าการใช้ BINOM.DIST มาลบกัน
CONFIDENCE.NORM คำนวณ margin of error สำหรับช่วงความเชื่อมั่นของค่าเฉลี่ยประชากร เมื่อทราบค่า standard deviation แบบ Normal Distribution (Z-Test)
EXPON.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง โดยอ้างอิงจากการแจกแจงแบบ Exponential
GAMMA.DIST คำนวณความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma โดยรับค่า x, alpha, beta และการเลือกระหว่าง PDF (probability density function) หรือ CDF (cumulative distribution function)
GAUSS คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าจะอยู่ระหว่างค่าเฉลี่ยและค่า Z-score ที่กำหนด โดยคืนค่า NORM.S.DIST(z, TRUE) – 0.5
HYPGEOM.DIST หาความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบไฮเพอร์จีโอเมทริก ใช้สำหรับสถานการณ์การสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัดโดยไม่มีการใส่คืน
LOGNORM.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Lognormal สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงเบ้ขวา (โดยทั่วไปข้อมูลที่เป็นบวก)
LOGNORM.INV คำนวณค่าผกผันของการแจกแจง Lognormal โดยรับค่าความน่าจะเป็นและส่งคืนค่า X ที่สอดคล้องกับความน่าจะเป็นนั้น ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงิน
NORM.INV ช่วยหาค่า x ของการแจกแจงปกติเมื่อทราบความน่าจะเป็น ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นฟังก์ชันผกผันของ NORM.DIST ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางสถิติและการทำนาย
ฟังก์ชัน NORM.S.DIST ช่วยหาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Mean=0, SD=1) ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ
ฟังก์ชัน NORM.S.INV ใช้หาค่า Z-score (ค่าผกผัน) จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, std=1) ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและการประเมินความเสี่ยง
NORMINV หาค่า x ที่ตรงกับความน่าจะเป็นในการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เหมือนการย้อนกลับจากความน่าจะเป็นไปหาค่าข้อมูล
POISSON.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง ใช้คำนวณความน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนครั้งในช่วงเวลาที่กำหนด
PROB คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าสุ่มจะตกอยู่ในช่วงที่คุณระบุ โดยใช้ชุดค่าและความน่าจะเป็นของแต่ละค่า
STANDARDIZE คำนวณค่า Z-Score ซึ่งแสดงว่าค่านั้นอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ในการทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่บนสเกลเดียวกันได้
T.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ t (Student's t-distribution) หางซ้าย ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานกับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
T.DIST.2T ใช้หาค่าความน่าจะเป็น (p-value) ของการแจกแจงแบบ t สองหาง ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)
ฟังก์ชัน NORMDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย NORM.DIST.
NORMSDIST หาความน่าจะเป็นสะสมของค่า Z ในการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, SD=1) ใช้เทียบทีมขายหรือตรวจคุณภาพว่าค่าที่วัดได้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือผิดปกติแค่ไหน เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Excel แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ NORM.S.DIST แทน
ฟังก์ชัน POISSON ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย POISSON.DIST เพื่อความแม่นยำและความสอดคล้องกับ Excel เวอร์ชันใหม่.
ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().
ERFC.PRECISE คำนวณค่า Complementary Error Function ที่จุด x โดยใช้ความแม่นยำสูง สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติและความน่าจะเป็น
ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
WEIBULL.DIST ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull สำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและอายุการใช้งานของอุปกรณ์
ฟังก์ชันทางสถิติที่คำนวณค่า P-value สำหรับการทดสอบ Z-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยประชากรที่สมมติหรือไม่
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่