ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
Syntax
=BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
=BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชัน BETAINV ค้นหาค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น Beta แบบสะสม ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและการวางแผนโครงการ
=BETAINV(probability, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน
=BINOMDIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)
ปัดตัวเลขขึ้นไปยังจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด หรือพหุคูณของ significance ที่ระบุ (ฟังก์ชันเก่า)
=CEILING(number, significance)
[Legacy] ความน่าจะเป็น Chi-Square (หางขวา)
=CHIDIST(x, deg_freedom)
[Legacy] Inverse Chi-Square (หางขวา)
=CHIINV(probability, deg_freedom)
ฟังก์ชันเก่าสำหรับทดสอบไคสแควร์ เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระของข้อมูล ควรใช้ CHISQ.TEST แทน
=CHITEST(actual_range, expected_range)
ฟังก์ชัน CONFIDENCE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับค่าเฉลี่ยประชากร โดยใช้การแจกแจงแบบปกติ เป็นฟังก์ชันเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย CONFIDENCE.NORM และ CONFIDENCE.T เพื่อความแม่นยำและยืดหยุ่นที่สูงขึ้น.
=CONFIDENCE(alpha, standard_dev, size)
ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน
=COVAR(array1, array2)
ฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่หาจำนวนความสำเร็จขั้นต่ำที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมมากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด แนะนำให้ใช้ BINOM.INV แทน
=CRITBINOM(trials, probability_s, alpha)
Legacy ฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Exponential Distribution สำหรับวิเคราะห์เวลาระหว่างเหตุการณ์ (ใช้ EXPON.DIST แทนในไฟล์ใหม่)
=EXPONDIST(x, lambda, cumulative)
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
=FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน
=FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
ปัดตัวเลขลงไปยังพหุคูณที่ใกล้ที่สุดของค่าที่กำหนด เช่น ปัด 22 ลงให้ลงตัวที่ 5 ได้ 20 (ฟังก์ชันเก่า ควรใช้ FLOOR.MATH แทน)
=FLOOR(number, significance)
ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)
=FTEST(array1, array2)
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)
=GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)
GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน
=GAMMAINV(probability, alpha, beta)
ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)
=HYPGEOMDIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop)
หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ Lognormal (เก่า)
=LOGINV(probability, mean, standard_dev)
คำนวณค่าความน่าจะเป็นสะสมของตัวแปรสุ่มที่แจกแจงแบบ Lognormal ที่ค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของลอการิทึมของการแจกแจง ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและอาจถูกแทนที่ด้วย LOGNORM.DIST.
=LOGNORMDIST(x, mean, standard_dev)
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
=MODE(number1, [number2], ...)
หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินามลบ (เก่า)
=NEGBINOMDIST(number_f, number_s, probability_s)
ฟังก์ชัน NORMDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย NORM.DIST.
=NORMDIST(x, mean, standard_dev, cumulative)
หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (เก่า)
=NORMSDIST(z)
NORMSINV เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับหาค่าผกผันของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal) โดยรับค่า probability แล้วคืนค่า z-score ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมเท่ากับค่านั้น ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ NORM.S.INV แทน
=NORMSINV(probability)
ฟังก์ชัน PERCENTILE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของช่วงข้อมูล ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ตามสัดส่วนร้อยละ ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย PERCENTILE.INC และ PERCENTILE.EXC.
=PERCENTILE(array, k)
PERCENTRANK เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับคำนวณอันดับแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าหนึ่งภายในชุดข้อมูล โดยคืนค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ PERCENTRANK.INC หรือ PERCENTRANK.EXC แทนเพื่อความชัดเจนและรองรับเวอร์ชันใหม่
=PERCENTRANK(array, x, [significance])
ฟังก์ชัน POISSON ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย POISSON.DIST เพื่อความแม่นยำและความสอดคล้องกับ Excel เวอร์ชันใหม่.
=POISSON(x, mean, cumulative)
ฟังก์ชัน QUARTILE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณควอร์ไทล์ (Quartile) ของชุดข้อมูล ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน โดยมีค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), และ Q3 ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย QUARTILE.INC และ QUARTILE.EXC.
=QUARTILE(array, quart)
RANK จัดลำดับตัวเลขเทียบกับรายการข้อมูล คืนค่าอันดับ (1=สูงสุด/ต่ำสุด) เป็นเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย RANK.EQ และ RANK.AVG แนะนำให้ใช้ RANK.EQ แทนในไฟล์ใหม่ เหมาะสำหรับจัดอันดับยอดขาย คะแนน หรือประสิทธิภาพ
=RANK(number, ref, [order])
STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1
=STDEV(number1, ...)
หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร (เก่า)
=STDEVP(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน TDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Student's t-distribution ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเมื่อขนาดตัวอย่างมีน้อยและไม่ทราบค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย T.DIST และ T.DIST.2T.
=TDIST(x, deg_freedom, tails)
หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ t สองหาง (เก่า)
=TINV(probability, deg_freedom)
ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของ t-test (เก่า)
=TTEST(array1, array2, tails, type)
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
=VAR(number1, [number2], ...)
หาค่าความแปรปรวนของประชากร (เก่า)
=VARP(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน WEIBULL ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull (Weibull Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้พารามิเตอร์ Alpha และ Beta ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย WEIBULL.DIST.
=WEIBULL(x, alpha, beta, cumulative)
ส่งกลับค่า P-value ของการทดสอบ z-test (เก่า)
=ZTEST(array, x, [sigma])