ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number_s | Number | จำนวนครั้งที่สำเร็จในการทดลองทั้งหมด (ต้องเป็นจำนวนเต็ม Excel จะตัดทศนิยมออก) | |
| trials | Number | จำนวนการทดลองทั้งหมด ต้องมากกว่า 0 (ต้องเป็นจำนวนเต็ม) | |
| probability_s | Number | ความน่าจะเป็นของการสำเร็จในแต่ละครั้ง ต้องอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 | |
| cumulative | Logical | FALSE | TRUE = สะสม (at most) – ความน่าจะเป็นของการสำเร็จไม่เกิน number_s; FALSE = exact – ความน่าจะเป็นของการสำเร็จพอดี number_s |
BINOMDIST ใช้สำหรับคำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม (Binomial Distribution) เมื่อมีจำนวนการทดลองคงที่และแต่ละการทดลองมีผลลัพธ์สองแบบเท่านั้น (สำเร็จหรือล้มเหลว).
ฟังก์ชันนี้สามารถคำนวณได้สองแบบ คือ probability mass function (ความน่าจะเป็นที่ได้ผลลัพธ์สำเร็จจำนวนพอดี) หรือ cumulative distribution function (ความน่าจะเป็นที่ได้ผลลัพธ์สำเร็จไม่เกินจำนวนที่กำหนด).
ที่ต้องระวัง: BINOMDIST เป็นฟังก์ชันเก่าแล้ว Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน เพราะมีความแม่นยำดีกว่าและจะไม่มีในเวอร์ชัน Excel ในอนาคต แต่ยังใช้ได้ปกติในเวอร์ชันปัจจุบัน
ในการทำการทดลอง 10 ครั้ง มีความน่าจะเป็นของการสำเร็จ 50% ต่อครั้ง ความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จพอดี 6 ครั้งคือ 0.2051 หรือ 20.51%
ความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จไม่เกิน 5 ครั้ง (0, 1, 2, 3, 4, หรือ 5 ครั้ง) ในการทดลอง 10 ครั้งคือ 0.6230 หรือ 62.30%
นักเรียนตอบคำถาม 10 ข้อ แต่ละข้อมีความน่าจะเป็น 60% ที่จะถูก ความน่าจะเป็นที่จะตอบถูกพอดี 7 ข้อคือ 21.50%
ในการทดลอง 8 ครั้ง มีความน่าจะเป็นของการสำเร็จ 50% ต่อครั้ง ความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จ 0, 1, 2, หรือ 3 ครั้ง คือ 0.3633 หรือ 36.33%
BINOMDIST เป็นฟังก์ชันเก่า BINOM.DIST เป็นฟังก์ชันใหม่ ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ BINOM.DIST มีความแม่นยำดีกว่า Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST สำหรับสูตรใหม่
ใช้ FALSE เมื่อต้องการความน่าจะเป็นของการสำเร็จพอดีจำนวนที่ระบุ ใช้ TRUE เมื่อต้องการความน่าจะเป็นของการสำเร็จไม่เกินจำนวนที่ระบุ
Excel จะตัดทศนิยมออก ให้ 5.7 เป็น 5 ก่อนคำนวณ ดังนั้น =BINOMDIST(5.7, 10, 0.5, FALSE) จะให้ผลเหมือน =BINOMDIST(5, 10, 0.5, FALSE)
จะเกิดข้อผิดพลาด #NUM! เพราะความน่าจะเป็นต้องอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 เท่านั้น
ใช้ได้กับเหตุการณ์ที่มีเงื่อนไข: จำนวนการทดลองคงที่, ผลลัพธ์สองแบบเท่านั้น (สำเร็จ/ล้มเหลว), การทดลองเป็นอิสระจากกัน, และความน่าจะเป็นของสำเร็จในแต่ละครั้งเท่าเดิม
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ BINOMDIST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่หาจำนวนความสำเร็จขั้นต่ำที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมมากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด แนะนำให้ใช้ BINOM.INV แทน
ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)
คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงทวินามลบ — หาโอกาสที่จะล้มเหลว k ครั้ง ก่อนจะสำเร็จครบตามเป้า ใช้ในงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและ QC
คำนวณโอกาสที่จะ 'สำเร็จ' จำนวน k ครั้ง จากการทดลอง n ครั้ง (เช่น โยนเหรียญ 10 ครั้ง ออกหัว 5 ครั้ง มีโอกาสกี่ %)
POISSON.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง ใช้คำนวณความน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนครั้งในช่วงเวลาที่กำหนด
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่