ฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่หาจำนวนความสำเร็จขั้นต่ำที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมมากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด แนะนำให้ใช้ BINOM.INV แทน
=CRITBINOM(trials, probability_s, alpha)
=CRITBINOM(trials, probability_s, alpha)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| trials | Number | Yes | จำนวนครั้งทดลอง (Bernoulli trials) – ต้องเป็นตัวเลขบวก ถ้าเป็นทศนิยมจะปัดลง | |
| probability_s | Number | Yes | ความน่าจะเป็นของความสำเร็จในแต่ละครั้ง ต้องอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 | |
| alpha | Number | Yes | ค่าเกณฑ์ของความน่าจะเป็นสะสมที่ต้องการ ต้องอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 |
CRITBINOM(100, 0.5, 0.95)=CRITBINOM(100, 0.5, 0.95)
58
CRITBINOM(100, 0.1, 0.9)=CRITBINOM(100, 0.1, 0.9)
13
CRITBINOM(500, 0.02, 0.99)=CRITBINOM(500, 0.02, 0.99)
16
BINOM.INV(100, 0.5, 0.95)=BINOM.INV(100, 0.5, 0.95)
58
ตั้งแต่ Excel 2010 Microsoft ได้แนะนำ BINOM.INV เพื่อเข้ามาแทนที่ CRITBINOM เพราะ BINOM.INV มีความแม่นยำดีกว่าและตั้งชื่อให้ชัดเจนกว่า (INV = Inverse) CRITBINOM ยังใช้ได้ แต่ถือเป็น Legacy Function
ใช่ ผลลัพธ์ควรเหมือนกันหรือใกล้เคียง แต่ BINOM.INV อาจมีความแม่นยำเล็กน้อยที่ดีกว่า ทั้งสองฟังก์ชันใช้วิธีคำนวณแบบเดียวกัน คือ หาค่าที่น้อยที่สุดของ k ที่ทำให้ BINOM.DIST(k, n, p, TRUE) >= alpha
ถ้า trials เป็นตัวเลขทศนิยม Excel จะปัดลงให้เป็นจำนวนเต็ม เช่น 100.7 จะกลายเป็น 100
ถ้า alpha = 0.5 จะได้ค่า median ของการแจกแจงทวินาม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือจำนวนความสำเร็จที่ 50th Percentile
ส่วนใหญ่สำหรับไฟล์เก่าหรือเวิร์กบุ๊ก Excel ที่ใช้ฟังก์ชันนี้อยู่แล้ว ถ้าเป็นไฟล์ใหม่ แนะนำให้ใช้ BINOM.INV เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
CRITBINOM เป็นฟังก์ชันสำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ โดยจะหากำลังสองของจำนวนความสำเร็จที่น้อยที่สุดในการทดลองของเบอร์นูลลีที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมมีค่า >= ค่าเกณฑ์ที่กำหนด
ต้องระวัง! CRITBINOM เป็นฟังก์ชันเก่า (Legacy Function) ที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.INV แทน หากสร้างไฟล์ใหม่ ให้ใช้ BINOM.INV จะดีกว่า แต่หากมีไฟล์เก่าที่ใช้ CRITBINOM อยู่แล้ว ก็ยังใช้งานได้ปกติ 😊