Thep Excel

Function Explainer

อธิบาย Functions ทั้งหมด

ค้นหาและเรียนรู้ Functions ที่ครอบคลุมสำหรับ Excel, Power Query, DAX, Google Sheets และ Python

515 ฟังก์ชัน

เรียงตาม

ฟังก์ชัน ใช้ทำอะไร มีตั้งแต่ นิยม ยาก ประโยชน์
SUM Math and trigonometry =SUM(number1, [number2], ...)

SUM รวมเฉพาะข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) เท่านั้น ไม่สนใจข้อความและค่า Logic ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะรวมข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ และอัปเดตอัตโนมัติเมื่อข้อมูลเปลี่ยน เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในงาน Excel

นิยม 10 ยาก 1 ประโยชน์ 10

2003 10 1 10
IF Logical =IF(logical_test, value_if_true, [value_if_false])

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข

นิยม 10 ยาก 3 ประโยชน์ 10

2003 10 3 10
COUNT Statistical =COUNT(value1, [value2], ...)

COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) โดยเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ ค่า Logic และ error values โดยอัตโนมัติ รวมถึงตัวเลขลบ เปอร์เซ็นต์ วันที่ เวลา เศษส่วน และผลลัพธ์จากสูตรที่คืนค่าเป็นตัวเลข ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะนับข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง

นิยม 10 ยาก 1 ประโยชน์ 10

2003 10 1 10
AVERAGE Statistical =AVERAGE(number1, [number2], ...)

AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย

นิยม 10 ยาก 1 ประโยชน์ 10

2003 10 1 10
VLOOKUP Lookup and reference =VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, [range_lookup])

VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้

นิยม 10 ยาก 5 ประโยชน์ 10

2003 10 5 10
MAX Statistical =MAX(number1, [number2], ...)

MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย

นิยม 9 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 9 1 9
SUMIFS Math and trigonometry =SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

SUMIFS บวกค่าจาก sum_range เฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขทุกข้อพร้อมกัน (AND logic) รองรับได้สูงสุด 127 คู่เงื่อนไข สามารถใช้ comparison operators (>, =, <=, ), wildcard characters (*, ?), และ cell references ใน criteria ได้ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ multi-dimensional filtering เช่น รายงานยอดขายตามภูมิภาค ช่วงเวลา และสถานะพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ helper columns หรือฟังก์ชันซ้อนซับซ้อน

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2007 9 5 9
MATCH Lookup and reference =MATCH(lookup_value, lookup_array, [match_type])

MATCH คืนเลขลำดับตำแหน่งของค่าที่ค้นหาในช่วงข้อมูลแถวเดียวหรือคอลัมน์เดียว รองรับการค้นหา 3 โหมด คือ Exact Match (0) ที่ไม่ต้องเรียงข้อมูล, Approximate Match แบบ Less Than or Equal (1) ที่ต้องเรียงจากน้อยไปมาก, และ Greater Than or Equal (-1) ที่ต้องเรียงจากมากไปน้อย รองรับ Wildcard (* และ ?) ในโหมด Exact Match และมักใช้คู่กับ INDEX เป็นรูปแบบ INDEX-MATCH ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 10

2003 9 5 10
IFERROR Logical =IFERROR(value, value_if_error)

IFERROR ช่วยดักจับ Error ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในสูตร (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) แล้วเปลี่ยนเป็นค่าที่เราต้องการแทน.ที่เจ๋งคือมันช่วยให้รายงานและ Dashboard ดูสะอาด ไม่มี Error แสดงให้ผู้ใช้งานเห็น โดยถ้าสูตรไม่มี Error ก็จะ return ผลลัพธ์ปกติ.ส่วนตัวผมคิดว่าฟังก์ชันนี้เป็น "ตัวช่วยมหาเทพ" สำหรับคนทำรายงานเลยครับ 😎

นิยม 9 ยาก 3 ประโยชน์ 10

2007 9 3 10
MAKEARRAY Logical =MAKEARRAY(rows, cols, lambda)

MAKEARRAY สร้าง Dynamic Array ตามขนาดที่กำหนด (rows × cols) โดยใช้ LAMBDA function คำนวณค่าในแต่ละเซลล์ตามตำแหน่ง row และ column index (เริ่มที่ 1) ต่างจาก SEQUENCE ที่สร้างเฉพาะตัวเลขเรียงลำดับ MAKEARRAY สามารถสร้างข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบตามการคำนวณที่กำหนดใน LAMBDA เช่น ตารางสูตรคูณ matrix ทางคณิตศาสตร์ pattern ข้อความ หรือค่าสุ่ม เหมาะสำหรับสร้าง dataset ขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบเฉพาะ หรือ lookup table แบบ dynamic โดย LAMBDA จะถูกเรียกทำงานสำหรับทุกเซลล์ใน array ผลลัพธ์ ทำให้สร้างข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วด้วยสูตรเดียว

นิยม 9 ยาก 7 ประโยชน์ 9

9999 9 7 9
SUMIF Math and trigonometry =SUMIF(range, criteria, [sum_range])

SUMIF จะทำการบวกตัวเลขในเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ (1 เงื่อนไข) โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้ หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้ ที่เจ๋งคือมันทำงานได้เร็วกว่า SUMPRODUCT หรือ Array Formula มาก เลยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรวมค่าแบบมีเงื่อนไขครับ

นิยม 9 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2003 9 4 9
CONCATENATE Text =CONCATENATE(text1, [text2], ...)

CONCATENATE เป็นฟังก์ชันแบบเก่าที่ใช้นำข้อความ ตัวเลข หรือค่าจากเซลล์ต่างๆ มาต่อกันให้เป็นข้อความยาวๆ เพียงเส้นเดียว ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องหมาย & หรือฟังก์ชัน CONCAT/TEXTJOIN ซึ่งสะดวกกว่าได้

นิยม 9 ยาก 2 ประโยชน์ 10

2003 9 2 10
MAP Logical =MAP(array1, [array2, ...], lambda)

MAP ส่งค่าทีละ element จาก Array หนึ่งหรือหลายตัวเข้าไปประมวลผลใน LAMBDA แล้วคืน Array ผลลัพธ์ที่มีขนาดเท่ากับ input array ต้นฉบับ เหมาะสำหรับ element-wise operations เช่น การแปลงค่าทุกตัว การตรวจสอบเงื่อนไขทีละเซลล์ หรือการคำนวณจากหลาย Array พร้อมกัน ต่างจาก BYROW/BYCOL ที่ส่งทั้งแถวหรือทั้งคอลัมน์ MAP จะส่งเฉพาะค่าเดี่ยวๆ ทีละตำแหน่ง

นิยม 9 ยาก 7 ประโยชน์ 10

9999 9 7 10
SWITCH Logical =SWITCH(expression, value1, result1, [value2, result2], ..., [default])

SWITCH ประเมินนิพจน์หรือค่าหนึ่งค่า แล้วเปรียบเทียบกับรายการค่าที่กำหนดตามลำดับ เมื่อพบค่าที่ตรงกันจะส่งคืนผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงทันที หากไม่ตรงกับค่าใดเลยสามารถกำหนด default value ได้ เหมาะสำหรับแทนที่ nested IF หลายชั้นด้วยไวยากรณ์ที่อ่านง่ายกว่ามาก

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 10

2019 9 5 10
COUNTIF Statistical =COUNTIF(range, criteria)

COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร

นิยม 9 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2003 9 4 9
LAMBDA Logical =LAMBDA([parameter1, parameter2, ...], calculation)

LAMBDA สร้าง custom function ที่ใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องเขียน VBA กำหนด parameter และ calculation แล้วบันทึกผ่าน Name Manager (Ctrl+F3) ด้วยชื่อที่จดจำง่าย เรียกใช้เหมือนฟังก์ชันมาตรฐาน สูตรอยู่ที่เดียว แก้ไขที่เดียวมีผลทั้ง workbook ใช้ร่วมกับ helper functions (MAP, REDUCE, SCAN, BYROW, BYCOL, MAKEARRAY) สร้างสูตร dynamic array ขั้นสูงได้ รองรับ recursive LAMBDA เรียกตัวเองซ้ำจนถึงเงื่อนไข แทนที่สูตรยาวๆ ด้วย custom function ที่อ่านง่าย

นิยม 9 ยาก 8 ประโยชน์ 10

2024 9 8 10
LET Logical =LET(name1, value1, [name2, value2, ...], calculation)

LET ช่วยให้คุณกำหนดชื่อตัวแปร (Named Variables) ภายในสูตร Excel เพื่อเก็บค่าหรือผลลัพธ์การคำนวณ จากนั้นนำชื่อเหล่านั้นมาใช้ซ้ำในสูตรเดียวกัน.ทำให้สูตรที่ซับซ้อนอ่านง่ายขึ้นเยอะ ลดข้อผิดพลาดจากการเขียนซ้ำ และเพิ่มความเร็วเพราะแต่ละการคำนวณจะทำงานเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะถูกอ้างอิงกี่ครั้งก็ตาม

นิยม 9 ยาก 7 ประโยชน์ 10

2021 9 7 10
COUNTIFS Statistical =COUNTIFS(criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว.ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่.ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2007 9 5 9
INDEX Lookup and reference =INDEX(array, row_num, [column_num])

INDEX คืนค่าหรือ reference ของเซลล์จากตำแหน่งที่ระบุใน range หรือ array โดยอ้างอิงจากหมายเลขแถวและคอลัมน์ที่เราระบุ มักถูกใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อสร้าง INDEX-MATCH pattern ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เยอะ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากทิศทางไหนก็ได้ และไม่พังเมื่อมีการแทรกหรือลบคอลัมน์

นิยม 9 ยาก 5 ประโยชน์ 10

2003 9 5 10
REDUCE Logical =REDUCE([initial_value], array, lambda)

REDUCE เป็นฟังก์ชัน Helper ที่ทำงานร่วมกับ LAMBDA เพื่อวนลูปประมวลผลข้อมูลใน Array โดยรับค่าเริ่มต้น (initial_value) และส่งค่าเข้า LAMBDA ทีละ element เพื่อคำนวณค่าสะสม (accumulator) ที่สืบเนื่องจากรอบก่อนหน้า แล้ว return ผลลัพธ์สุดท้ายเพียงค่าเดียว ต่างจาก SCAN ที่ return Array ของทุกขั้นตอน REDUCE เหมาะสำหรับการสร้าง custom aggregation ที่ซับซ้อนกว่าฟังก์ชันมาตรฐาน

นิยม 9 ยาก 8 ประโยชน์ 10

9999 9 8 10
IFS Logical =IFS(logical_test1, value_if_true1, [logical_test2, value_if_true2], ...)

IFS ทดสอบหลายเงื่อนไขตามลำดับที่กำหนด และคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็น TRUE แล้วหยุดทำงานทันที โครงสร้างเป็นคู่ (เงื่อนไข, ผลลัพธ์) ซ้ำได้สูงสุด 127 คู่ ทำให้อ่านและเขียนง่ายกว่า Nested IF แบบซ้อนชั้น ควรใส่ TRUE เป็นเงื่อนไขสุดท้ายเพื่อกำหนดค่า default ป้องกัน #N/A error มีตั้งแต่ Excel 2019 และ Microsoft 365 เท่านั้น

นิยม 9 ยาก 6 ประโยชน์ 9

2019 9 6 9
SCAN Logical =SCAN([initial_value], array, lambda)

SCAN วนลูปผ่าน array โดยใช้ LAMBDA function คำนวณค่าสะสม (accumulator) และ return array ที่แสดงค่าสะสมในทุกขั้นตอนของการคำนวณ ต่างจาก REDUCE ที่ return เฉพาะค่าสุดท้าย SCAN เหมาะสำหรับ Running Total, Running Maximum/Minimum, การคำนวณดอกเบี้ยทบต้น หรือการแสดงผลลัพธ์แบบต่อเนื่องที่ต้องการเห็นทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง ใช้งานได้ใน Excel 365 และ Excel 2024

นิยม 9 ยาก 8 ประโยชน์ 9

9999 9 8 9
MIN Statistical =MIN(number1, [number2], ...)

MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด

นิยม 9 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 9 1 9
DATE Date and Time =DATE(year, month, day)

DATE สร้างวันที่จากตัวเลขปี เดือน วัน แยกกัน รองรับการบวก/ลบเดือนที่เกิน 12 หรือค่าลบ และปรับวันที่ให้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้างวันที่จากสูตรหรือใช้ในเงื่อนไข SUMIFS COUNTIFS AVERAGEIFS

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
NOT Logical =NOT(logical)

NOT ใช้กลับค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE เอาไว้เขียนเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เข้าเงื่อนไข' โดยเฉพาะตอนสูตรซับซ้อนจนเขียนแบบเทียบตรงๆ ด้วย ไม่ไหว เช่น กรองข้อมูลไม่ซ้ำ หรือเช็คว่าค่าไม่หลุดช่วงที่กำหนด

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
TODAY Date and Time =TODAY()

TODAY คืนค่า Serial Number ของวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเวลาจะเป็น 0:00:00 เสมอ.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท ที่ต้องระวังคือไม่เหมาะกับการบันทึกวันที่ทำรายการ (Transaction Date) ที่ต้องการให้คงที่ครับ เพราะมันจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์

นิยม 8 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 8 1 9
FALSE Logical =FALSE()

FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 10

2003 8 3 10
MID Text =MID(text, start_num, num_chars)

MID ตัดข้อความออกจากตำแหน่งเริ่มต้นที่คุณกำหนด โดยระบุความยาวของข้อความที่ต้องการ สะดวกมากสำหรับดึงข้อมูลบางส่วนจากข้อความที่ยาว เช่น รหัสสินค้า, รหัสพนักงาน, หรือวันที่ที่ฝังตัวในข้อความ

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
AVERAGEIF Statistical =AVERAGEIF(range, criteria, [average_range])

AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก

นิยม 8 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2007 8 4 9
OR Logical =OR(logical1, [logical2], ...)

OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 10

2003 8 2 10
SORT Lookup and reference =SORT(array, [sort_index], [sort_order], [by_col])

SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์

นิยม 8 ยาก 4 ประโยชน์ 9

2021 8 4 9
COLUMN Lookup and reference =COLUMN([reference])

COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 9

2003 8 3 9
IFNA Logical =IFNA(value, value_if_na)

IFNA เป็นฟังก์ชันที่ช่วยจัดการ #N/A errors โดยแทนค่าเป็นข้อความหรือค่าอื่นที่คุณกำหนด เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลที่อาจไม่พบผลลัพธ์

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 9

2013 8 3 9
DATEDIF Date and Time =DATEDIF(start_date, end_date, unit)

DATEDIF เป็นฟังก์ชัน 'ลับ' (Hidden Function) ที่ใช้คำนวณระยะเวลาระหว่างวันที่สองวัน โดยสามารถเลือกหน่วยได้: ปี, เดือน, วัน, หรือการรวมกัน เหมาะใช้คำนวณอายุ, อายุงาน, หรือระยะเวลาโครงการอย่างแม่นยำ

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 8

2003 8 3 8
LEFT Text =LEFT(text, [num_chars])

LEFT ดึงตัวอักษรจากด้านซ้ายสุดของข้อความตามจำนวนที่ต้องการ ถ้าไม่ระบุจำนวนจะดึงมา 1 ตัว ผลลัพธ์เป็น Text เสมอแม้ดึงตัวเลขออกมา

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
XLOOKUP Lookup and reference =XLOOKUP(lookup_value, lookup_array, return_array, [if_not_found], [match_mode], [search_mode])

ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้

นิยม 8 ยาก 4 ประโยชน์ 10

2021 8 4 10
TEXTJOIN Text =TEXTJOIN(delimiter, ignore_empty, text1, [text2], ...)

TEXTJOIN รวมข้อความจากหลายเซลล์หรือทั้งช่วงเป็นข้อความเดียว โดยกำหนดตัวคั่นเองได้และสั่งข้ามเซลล์ว่างได้ในคำสั่งเดียว ต่างจาก CONCATENATE ที่ต้องพิมพ์ตัวคั่นและเชื่อมทีละเซลล์เอง งานที่ใช้บ่อยคือรวมที่อยู่หลายบรรทัด สร้างลิสต์คั่นด้วยคอมม่าไว้ส่งออก หรือรวมผลลัพธ์จาก FILTER ให้ออกมาเป็นข้อความเดียว

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 8

2019 8 3 8
AND Logical =AND(logical1, [logical2], ...)

AND ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 เงื่อนไข โดยจะคืนค่า TRUE ก็ต่อเมื่อ Logical ทุกตัว (logical1, logical2,…) ให้ผลเป็น TRUE ทั้งหมด.เรียกได้ว่าเป็นแบบ 'เข้มงวด' ที่ต้องผ่านทุกข้อถึงจะได้ TRUE ครับ ถ้าสักข้อเดียวเป็น FALSE… จบเลย 😅

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 10

2003 8 2 10
COUNTA Statistical =COUNTA(value1, [value2], ...)

COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง ("") ที่เกิดจากสูตร.เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือนับจำนวนรายการโดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็น Data Type ใดก็ตาม

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
ROUND Math and trigonometry =ROUND(number, num_digits)

ROUND จะปัดตัวเลขไปยังค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามจำนวนหลักที่ระบุ (num_digits) สามารถปัดทศนิยม (ค่าบวก), ปัดเป็นจำนวนเต็ม (0), หรือปัดหลักสิบ หลักร้อย (ค่าลบ) ได้ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสรุปตัวเลข

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 9

2003 8 2 9
SORTBY Lookup and reference =SORTBY(array, by_array1, [sort_order1], [by_array2, sort_order2], ...)

SORTBY เรียงลำดับข้อมูลตาม Array อื่นที่กำหนด รองรับหลายระดับการเรียง (multi-level) และสามารถกำหนดลำดับเอง (custom sort order) ด้วย XMATCH ต่างจาก SORT ที่เรียงตามคอลัมน์ภายในตัวเอง SORTBY ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์ได้

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2021 8 5 9
AVERAGEIFS Statistical =AVERAGEIFS(average_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

AVERAGEIFS คำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน โดยใช้ AND Logic (ต้องตรงทุกเงื่อนไข) รองรับเงื่อนไขได้สูงสุด 127 คู่ สามารถใช้กับข้อความ ตัวเลข วันที่ และ wildcard characters ทุก criteria_range ต้องมีขนาดเท่ากับ average_range เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึกตามหลายมิติ เช่น วิเคราะห์ยอดขายตามภูมิภาค สินค้า และช่วงเวลา หรือวิเคราะห์คะแนนตามห้อง เพศ และระดับคะแนน

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2007 8 5 9
FILTER Lookup and reference =FILTER(array, include, [if_empty])

FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2021 8 5 9
TRUE Logical =TRUE()

TRUE คืนค่าบูลีน TRUE ซึ่งมีค่าตัวเลขเท่ากับ 1 ใช้เป็น fundamental building block ในการสร้าง logical formulas ร่วมกับ IF, AND, OR, NOT.ใน Excel สมัยใหม่สามารถพิมพ์ TRUE โดยตรงได้โดยไม่ต้องใช้ =TRUE() ทั้งสองวิธีให้ผลเหมือนกัน.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้มีประโยชน์สำหรับการนับจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริง การแปลง Boolean เป็นตัวเลข และการสร้าง formula switches นะครับ

นิยม 8 ยาก 3 ประโยชน์ 10

2003 8 3 10
DAY Date and Time =DAY(serial_number)

DAY คืนค่าวันที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 ถึง 31 จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ ทำให้เราสามารถดึงเฉพาะ "เลขวัน" ออกมาใช้งานได้ โดยไม่ต้องสนใจเดือนหรือปี

นิยม 8 ยาก 2 ประโยชน์ 8

2003 8 2 8
XMATCH Lookup and reference =XMATCH(lookup_value, lookup_array, [match_mode], [search_mode])

XMATCH คืนค่าตำแหน่งของข้อมูลที่ค้นหาในช่วงหรืออาร์เรย์ ถือเป็นฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่ Microsoft พัฒนามาแก้จุดอ่อนของ MATCH โดยเฉพาะเรื่องค่า Default ที่เป็น Exact Match แทน Approximate Match ทำให้ใช้ง่ายและปลอดภัยกว่ามาก นอกจากนี้ยังรองรับการค้นหาย้อนกลับ Binary Search สำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ และการค้นหาแบบ Wildcard ทำให้ยืดหยุ่นกว่า MATCH เดิมหลายเท่า

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2021 8 5 9
RTD Lookup and reference =RTD(ProgID, server, topic1, [topic2], ...)

ฟังก์ชัน RTD ใช้สำหรับดึงข้อมูลแบบ Real-time จากโปรแกรมที่รองรับ COM automation เช่น ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน หรือข้อมูลที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง.ที่เจ๋งคือ RTD จะอัพเดทข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อ Excel อยู่ในโหมดคำนวณอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งกด F9 หรือรีเฟรชด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับการติดตามข้อมูลตลาดการเงิน การวิเคราะห์หุ้น หรือการเชื่อมต่อกับ Data Server ภายนอก

นิยม 8 ยาก 5 ประโยชน์ 9

2003 8 5 9
BYCOL Logical =BYCOL(array, lambda)

BYCOL ส่งแต่ละคอลัมน์ทั้งคอลัมน์เข้า LAMBDA แล้ว return ผลลัพธ์เป็น Array แถวเดียว ต่างจาก MAP ที่ส่งทีละเซลล์ และ BYROW ที่ส่งทีละแถว ทำให้สามารถคำนวณ SUM, MAX, AVERAGE ของทุกคอลัมน์พร้อมกันในสูตรเดียว แทนที่จะต้องเขียนสูตรซ้ำหลายครั้ง ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดและทำให้แก้ไข logic ได้ง่ายกว่ามาก เหมาะสำหรับงาน dashboard summary, quality checking และการวิเคราตลัพธ์ทีละคอลัมน์แบบเป็นระบบ

นิยม 8 ยาก 6 ประโยชน์ 9

9999 8 6 9
LEN Text =LEN(text)

LEN คืนค่าเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม แสดงความยาวของข้อความในเซลล์ มีประโยชน์มากในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) เช่น เช็ครหัสพนักงาน, เบอร์โทรศัพท์, หรือเลขบัตรประชาชน ว่ามีความยาวครบถ้วนหรือไม่

นิยม 8 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 8 1 9
NOW Date and Time =NOW()

NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่

นิยม 8 ยาก 1 ประโยชน์ 9

2003 8 1 9