MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | ตัวเลข เซลล์ หรือช่วงแรกที่ต้องการหาค่าสูงสุด | |
| [number2]ไม่บังคับ | Number/Range | – | ตัวเลข เซลล์ หรือช่วงเพิ่มเติม รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน MAX ใช้หาค่าสูงสุด (maximum value) จากชุดข้อมูลตัวเลขครับ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เดี่ยว ช่วงเซลล์ หรือใส่ค่าตัวเลขโดยตรงก็ได้
ที่เจ๋งคือ MAX รองรับได้สูงสุด 255 พารามิเตอร์ แถมยังเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะมีอย่างอื่นปนอยู่เลย 😎
ส่วนตัวผมชอบใช้ MAX เป็นเทคนิค “Clamp” (จำกัดค่า) โดยใส่ =MAX(0, value) เพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ใช้บ่อยมากในการคำนวณยอดคงเหลือหรือป้องกันไม่ให้มีค่าติดลบครับ 💡
ใช้ MAX เพื่อหาคะแนนสูงสุดของนักเรียนแต่ละคน หรือคะแนนสูงสุดของทั้งห้อง
หายอดขายสูงสุดรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการขาย
หาวันที่ล่าสุดจากชุดข้อมูล เช่น วันที่ทำธุรกรรมล่าสุด วันที่อัปเดตล่าสุด
ใช้ MAX ร่วมกับ 0 เพื่อแปลงค่าลบให้เป็น 0 และคงค่าบวกไว้ เช่น =MAX(0, A1)
ใช้ได้กับ Excel ทุกเวอร์ชัน ทั้ง Windows, Mac และ Web ไม่ต้องการเวอร์ชันพิเศษ
MAX มีประสิทธิภาพสูงแม้กับข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถหาค่าสูงสุดจากข้อมูลหลักหมื่นหรือหลักแสนแถวได้รวดเร็ว
หาค่าที่มากที่สุดจากตัวเลข 4 ตัว ได้ 50
นี่คือการใช้งานแบบพื้นฐานที่สุด ใส่ตัวเลขเข้าไปตรงๆ แล้ว MAX จะหาค่าที่สูงที่สุดให้
หายอดขายสูงสุดจากคอลัมน์ Amount สมมติค่าสูงสุดคือ 125,000
การใช้กับตารางข้อมูลนี่สะดวกมากครับ ไม่ต้องคอยระบุช่วงเซลล์ทีละเซลล์ แค่อ้างถึงชื่อคอลัมน์ในตารางก็ได้แล้ว
ใช้ MAX(0, value) เพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 เทคนิคนี้เรียกว่า Clamp ครับ
ส่วนตัวผมใช้เทคนิคนี้บ่อยมากในการคำนวณยอดคงเหลือ หรือป้องกันไม่ให้มีค่าติดลบแสดงออกมา 😎
วันที่ใน Excel จริงๆ แล้วเก็บเป็นตัวเลข (Serial Number) อยู่เบื้องหลัง
ดังนั้น MAX จึงสามารถหาวันที่ล่าสุดได้ เพราะค่าตัวเลขที่มากที่สุด = วันที่ล่าสุดนั่นเอง (45657 = 15 ธ.ค. 2024)
ใช้ MATCH หาตำแหน่งของค่าสูงสุด พบที่แถวที่ 3
เทคนิคนี้เจ๋งตรงที่เราสามารถนำไปใช้กับ INDEX เพื่อดึงข้อมูลอื่นๆ จากแถวเดียวกันได้ เช่น ชื่อคนที่ได้คะแนนสูงสุด
สมมติ A2:A5 มีค่า 100, ข้อความ "N/A", 75 และ 200 — MAX เพิกเฉยข้อความ "N/A" ที่อยู่ในช่วงเซลล์ คำนวณเฉพาะตัวเลข ได้ 200
นี่คือจุดแข็งของ MAX ครับ ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลในช่วงจะมีข้อความหรือค่าว่างปนอยู่ มันจะข้ามไปเลยอัตโนมัติ (แต่ถ้าพิมพ์ข้อความตรงๆ เช่น =MAX(100,"N/A",75,200) จะได้ #VALUE!)
MAX เพิกเฉยค่า Logic (TRUE/FALSE) และข้อความ ส่วน MAXA จะนับ TRUE = 1, FALSE = 0, และข้อความ = 0
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ MAX สำหรับข้อมูลตัวเลขทั่วไป เพราะปลอดภัยกว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะมีค่า Logic แอบปนมา 😅
ใช้ MAXIFS (Excel 2016 ขึ้นไป) ได้เลยครับ เช่น =MAXIFS(D2:D10, A2:A10, "กรุงเทพ", C2:C10, ">100")
ถ้าเวอร์ชันเก่า ต้องใช้สูตรแบบ Array เช่น =MAX(IF(A2:A10="กรุงเทพ", B2:B10)) แล้วกด Ctrl+Shift+Enter แต่ถ้ามี MAXIFS อยู่แล้ว ใช้ MAXIFS จะง่ายกว่าเยอะครับ 😎
MAX จะคืนค่า 0 ถ้าช่วงเซลล์ที่อ้างถึงมีแต่เซลล์ว่าง ข้อความ หรือค่า Logic
ตัวอย่าง =MAX(A1:A3) เมื่อ A1:A3 มีแต่ข้อความ จะได้ 0 เพราะไม่มีตัวเลขในช่วงเลย (หมายเหตุ: ถ้าพิมพ์ข้อความตรงๆ เช่น =MAX("ก","ข","ค") จะได้ #VALUE! ไม่ใช่ 0) ส่วนตัวผมมักจะใช้ IF ตรวจสอบก่อนว่ามีข้อมูลตัวเลขหรือเปล่า เพื่อป้องกันปัญหานี้
ใช้ LARGE ได้เลยครับ เช่น =LARGE(A1:A10, 2) จะหาค่าสูงสุดอันดับที่ 2
สูตร LARGE(range, k) จะคืนค่าสูงสุดอันดับที่ k โดย k=1 คือค่าสูงสุด, k=2 คือค่าสูงสุดที่ 2 เป็นต้น เจ๋งมากครับตัวนี้ 😎
ใช่ครับ MAX พิจารณาค่า 0 เป็นตัวเลขปกติ
ตัวอย่าง =MAX(0, -5, -10) จะได้ 0 เพราะ 0 มากกว่า -5 และ -10 นี่แหละครับที่ทำให้เทคนิค Clamp (บังคับค่าลบเป็น 0) ใช้ได้
ใช้ MATCH ร่วมกับ MAX ได้ครับ เช่น =MATCH(MAX(A1:A10), A1:A10, 0) จะหาตำแหน่งแถว (row number) ของค่าสูงสุด
ถ้าต้องการดึงข้อมูลจากคอลัมน์อื่น เช่น ชื่อคนที่ได้คะแนนสูงสุด ให้ใช้ INDEX-MATCH แบบนี้ =INDEX(Names, MATCH(MAX(Scores), Scores, 0))
MAX เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีใน Excel ทุกเวอร์ชันครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้
ใช้ได้ทั้ง Excel for Microsoft 365, Excel 2024, 2021, 2019, 2016, 2013, 2010, 2007 และเวอร์ชันเก่ากว่า ทั้ง Windows, Mac และ Excel for the web
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MAX จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
LARGE คืนค่าตัวเลขที่มากที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MAX ถ้า k=n จะได้ค่าที่น้อยที่สุด (MIN) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Top N ออกมาวิเคราะห์
MAXA หาค่าสูงสุดของรายการ โดยนับรวมข้อความ (=0) และค่าตรรกะ (TRUE=1, FALSE=0) ต่างจาก MAX ที่ไม่รู้จักค่าเหล่านี้
MAXIFS ใช้หาค่าสูงสุดจากช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งหรือมากกว่า แตกต่างจาก MAX ที่หาเพียงค่าสูงสุดทั้งหมด MAXIFS มีความยืดหยุ่นในการกรองข้อมูลก่อนหาค่าสูงสุด
MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด
หาค่าต่ำสุดของรายการ พร้อมนับรวมข้อความและค่าตรรกะ ต่างจาก MIN ที่ไม่สนใจข้อความ
หาค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k (แบบ Inclusive: 0 ≤ k ≤ 1) ซึ่งรวมค่าขอบ 0% และ 100% ในการคำนวณ
PERCENTRANK.INC หาว่าค่าที่ระบุอยู่ที่ตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ไหน (0-100%) โดยรวม 0% และ 100% ได้
ฟังก์ชันที่หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยอิงจากการแบ่งข้อมูล 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
SUBTOTAL คำนวณผลรวมย่อยหรือสถิติอื่นๆ ที่สามารถ "ตัดแถวซ่อนออก" ได้อัตโนมัติ ต่างจาก SUM ที่รวมทุกอย่าง
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่