| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| VLOOKUP Lookup and reference | =VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, [range_lookup])
VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้
|
2003 | 10 | 5 | 10 |
| INDEX Lookup and reference | =INDEX(array, row_num, [column_num])
INDEX คืนค่าหรือ reference ของเซลล์จากตำแหน่งที่ระบุใน range หรือ array โดยอ้างอิงจากหมายเลขแถวและคอลัมน์ที่เราระบุ มักถูกใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อสร้าง INDEX-MATCH pattern ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เยอะ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากทิศทางไหนก็ได้ และไม่พังเมื่อมีการแทรกหรือลบคอลัมน์
|
2003 | 9 | 5 | 10 |
| MATCH Lookup and reference | =MATCH(lookup_value, lookup_array, [match_type])
MATCH คืนเลขลำดับตำแหน่งของค่าที่ค้นหาในช่วงข้อมูลแถวเดียวหรือคอลัมน์เดียว รองรับการค้นหา 3 โหมด คือ Exact Match (0) ที่ไม่ต้องเรียงข้อมูล, Approximate Match แบบ Less Than or Equal (1) ที่ต้องเรียงจากน้อยไปมาก, และ Greater Than or Equal (-1) ที่ต้องเรียงจากมากไปน้อย รองรับ Wildcard (* และ ?) ในโหมด Exact Match และมักใช้คู่กับ INDEX เป็นรูปแบบ INDEX-MATCH ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP
|
2003 | 9 | 5 | 10 |
| SORT Lookup and reference | =SORT(array, [sort_index], [sort_order], [by_col])
SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์
|
2021 | 8 | 4 | 9 |
| XLOOKUP Lookup and reference | =XLOOKUP(lookup_value, lookup_array, return_array, [if_not_found], [match_mode], [search_mode])
ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้
|
2021 | 8 | 4 | 10 |
| FILTER Lookup and reference | =FILTER(array, include, [if_empty])
FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ
|
2021 | 8 | 5 | 9 |
| ROW Lookup and reference | =ROW([reference])
ROW ส่งคืนหมายเลขแถว (Row Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขแถว 1, 2, 3… มีประโยชน์ในการกำหนดหมายเลขลำดับแบบไดนามิก และสร้างสูตรที่ปรับตัวตามตำแหน่ง
|
2003 | 8 | 3 | 9 |
| COLUMN Lookup and reference | =COLUMN([reference])
COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก
|
2003 | 8 | 3 | 9 |
| RTD Lookup and reference | =RTD(ProgID, server, topic1, [topic2], ...)
ฟังก์ชัน RTD ใช้สำหรับดึงข้อมูลแบบ Real-time จากโปรแกรมที่รองรับ COM automation เช่น ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน หรือข้อมูลที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง.ที่เจ๋งคือ RTD จะอัพเดทข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อ Excel อยู่ในโหมดคำนวณอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งกด F9 หรือรีเฟรชด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับการติดตามข้อมูลตลาดการเงิน การวิเคราะห์หุ้น หรือการเชื่อมต่อกับ Data Server ภายนอก
|
2003 | 8 | 5 | 9 |
| GETPIVOTDATA Lookup and reference | =GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)
GETPIVOTDATA ช่วยดึงข้อมูลจาก PivotTable โดยอ้างอิงชื่อฟิลด์และเงื่อนไข แทนที่จะอ้างอิงตำแหน่งเซลล์.เหมาะสำหรับการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง เพราะสูตรจะยังคงทำงานได้ถูกต้องแม้ PivotTable จะเปลี่ยนแปลง 💡
|
2003 | 8 | 5 | 9 |
| SORTBY Lookup and reference | =SORTBY(array, by_array1, [sort_order1], [by_array2, sort_order2], ...)
SORTBY เรียงลำดับข้อมูลตาม Array อื่นที่กำหนด รองรับหลายระดับการเรียง (multi-level) และสามารถกำหนดลำดับเอง (custom sort order) ด้วย XMATCH ต่างจาก SORT ที่เรียงตามคอลัมน์ภายในตัวเอง SORTBY ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์ได้
|
2021 | 8 | 5 | 9 |
| XMATCH Lookup and reference | =XMATCH(lookup_value, lookup_array, [match_mode], [search_mode])
XMATCH คืนค่าตำแหน่งของข้อมูลที่ค้นหาในช่วงหรืออาร์เรย์ ถือเป็นฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่ Microsoft พัฒนามาแก้จุดอ่อนของ MATCH โดยเฉพาะเรื่องค่า Default ที่เป็น Exact Match แทน Approximate Match ทำให้ใช้ง่ายและปลอดภัยกว่ามาก นอกจากนี้ยังรองรับการค้นหาย้อนกลับ Binary Search สำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ และการค้นหาแบบ Wildcard ทำให้ยืดหยุ่นกว่า MATCH เดิมหลายเท่า
|
2021 | 8 | 5 | 9 |
| UNIQUE Lookup and reference | =UNIQUE(array, [by_col], [exactly_once])
UNIQUE เป็น Dynamic Array Function ที่คืนค่าที่ไม่ซ้ำจาก Array โดยสามารถตรวจซ้ำตามแถวหรือคอลัมน์ (by_col) และเลือกคืนเฉพาะค่าที่พบครั้งเดียว (exactly_once) ผลลัพธ์เป็น Spill Range ที่อัปเดตอัตโนมัติ ใช้ร่วมกับ SORT FILTER COUNTIF เพื่อสร้างรายงานไดนามิกและ dropdown ที่อัปเดตเอง
|
2021 | 8 | 4 | 9 |
| VSTACK Lookup and reference | =VSTACK(array1, [array2], ...)
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| HSTACK Lookup and reference | =HSTACK(array1, [array2], ...)
HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| INDIRECT Lookup and reference | =INDIRECT(ref_text, [a1])
INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| TOCOL Lookup and reference | =TOCOL(array, [ignore], [scan_by_column])
TOCOL ช่วย "ตบ" ข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นคอลัมน์เดียว สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และยังมี Option ให้กรองช่องว่างหรือ Error ทิ้งไปโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการเตรียมข้อมูล (Data Preparation)
|
9999 | 7 | 4 | 7 |
| ADDRESS Lookup and reference | =ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| CHOOSE Lookup and reference | =CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)
CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| WRAPROWS Lookup and reference | =WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| HYPERLINK Lookup and reference | =HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| WRAPCOLS Lookup and reference | =WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| TAKE Lookup and reference | =TAKE(array, rows, [columns])
TAKE ช่วยตัดข้อมูลบางส่วนออกมาใช้งาน โดยระบุจำนวนที่ต้องการ ถ้าใส่เลขบวกจะดึงจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ถ้าใส่เลขลบจะดึงจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) คล้ายกับคำสั่ง LIMIT หรือ TOP/BOTTOM ใน Database
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| EXPAND Lookup and reference | =EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| IMAGE Lookup and reference | =IMAGE(source, [alt_text], [sizing], [height], [width])
IMAGE แสดงรูปภาพจาก URL ในเซลล์ Excel โดยรูปจะเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ สามารถกำหนดขนาด อัตราส่วน และ Alt Text ได้ เหมาะสำหรับสร้างรายการสินค้าหรือ Dashboard
|
9999 | 7 | 5 | 9 |
| ฟังก์ชัน OFFSET ใน Excel Lookup and reference |
อ้างอิงช่วงข้อมูลที่เลื่อนจากตำแหน่งเริ่มต้น สร้าง dynamic range ได้
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| HLOOKUP Lookup and reference | =HLOOKUP(lookup_value, table_array, row_index_num, [range_lookup])
HLOOKUP ค้นหาข้อมูลจากแถวแรกของตาราง แล้วคืนค่าจากแถวที่ระบุ ตรงข้ามกับ VLOOKUP ที่ค้นหาแนวตั้ง เหมาะสำหรับตารางที่หัวข้อมูลเรียงแบบแนวนอน
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| LOOKUP Lookup and reference | =LOOKUP(lookup_value, lookup_vector, [result_vector])
LOOKUP ค้นหาค่าในช่วงข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว (ascending) และคืนค่าจากตำแหน่งเดียวกันในอีกช่วงหนึ่ง มีเทคนิคพิเศษคือหาค่าสุดท้ายที่ไม่ว่าง แนะนำใช้ XLOOKUP แทนสำหรับ Excel 365
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| DROP Lookup and reference | =DROP(array, rows, [columns])
DROP จะตัดข้อมูลออกตามจำนวนที่ระบุ ถ้าใส่เลขบวกจะตัดจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ทิ้งไป ถ้าใส่เลขลบจะตัดจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) ทิ้งไป ส่วนที่เหลือจะถูกนำมาแสดงผล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| TOROW Lookup and reference | =TOROW(array, [ignore], [scan_by_column])
TOROW ช่วยแปลงข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นแถวเดียว (แนวนอน) สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และเลือกข้ามช่องว่างหรือ Error ได้เหมือน TOCOL
|
2024 | 7 | 4 | 7 |
| FORMULATEXT Lookup and reference | =FORMULATEXT(reference)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
|
2013 | 7 | 5 | 10 |
| CHOOSEROWS Lookup and reference | =CHOOSEROWS(array, row_num1, [row_num2], ...)
CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)
|
9999 | 6 | 4 | 7 |
| CHOOSECOLS Lookup and reference | =CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)
CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)
|
9999 | 6 | 4 | 7 |
| TRANSPOSE Lookup and reference | =TRANSPOSE(array)
สลับแกนของตารางข้อมูล เปลี่ยนแถวเป็นคอลัมน์และคอลัมน์เป็นแถว ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับการวิเคราะห์และนำเสนอ
|
2003 | 6 | 4 | 8 |
| AREAS Lookup and reference | =AREAS(reference)
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| COLUMNS Lookup and reference | =COLUMNS(array)
นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ที่ระบุ ใช้บ่อยคู่กับ OFFSET หรือ VLOOKUP เพื่อทำสูตรแบบ dynamic ที่ปรับตามขนาดตารางเอง
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| ROWS Lookup and reference | =ROWS(array)
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| TRIMRANGE Lookup and reference | =TRIMRANGE(range, [trim_rows], [trim_cols])
ฟังก์ชันใหม่ใน Excel 365 ที่ตัดแถวและคอลัมน์ว่างออกจากขอบของช่วงข้อมูล ช่วยให้การอ้างอิงช่วงกว้าง ๆ หรือทั้งคอลัมน์ปลอดภัยและไม่ดึงข้อมูลว่างเข้ามาปนกับสูตร dynamic array
|
9999 | 4 | 4 | 7 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย