CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)
=CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)
=CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| array | Range/Array | Yes | ตารางหรือช่วงข้อมูลต้นฉบับที่ต้องการดึงคอลัมน์ | |
| col_num1 | Number | Yes | ลำดับคอลัมน์ที่ต้องการเลือก (จำนวนเต็ม) ถ้าใส่เลขลบจะนับจากคอลัมน์ขวาสุด | |
| col_num2 | Number | Optional | – | ลำดับคอลัมน์ถัดไปที่ต้องการเลือก (ใส่ได้หลายตัว) |
กราฟใน Excel มักต้องการข้อมูลที่อยู่ติดกัน ใช้ CHOOSECOLS ดึงคอลัมน์ 'เดือน' และ 'ยอดขาย' ที่อาจอยู่ห่างกันในตารางต้นฉบับ มาวางชิดกันเพื่อสร้างกราฟได้ง่าย
จากตาราง Database ใหญ่ที่มี 50 คอลัมน์ ใช้ CHOOSECOLS เลือกแสดงเฉพาะ 5 คอลัมน์สำคัญที่ผู้บริหารต้องดูใน Dashboard
CHOOSECOLS(SalesTable, 1, 3)=CHOOSECOLS(SalesTable, 1, 3)
ตารางที่มีเฉพาะชื่อและยอดขาย
CHOOSECOLS(Data, 3, 2, 1)=CHOOSECOLS(Data, 3, 2, 1)
ตารางที่เรียงคอลัมน์ใหม่
CHOOSECOLS(Report, -2, -1)=CHOOSECOLS(Report, -2, -1)
สองคอลัมน์ขวาสุด
CHOOSECOLS(FILTER(Sales, Sales[Amount]>1000), 1, 3)=CHOOSECOLS(FILTER(Sales, Sales[Amount]>1000), 1, 3)
ชื่อและยอดขายของรายการที่ > 1000
จะขึ้น Error #VALUE! เช่น ตารางมี 5 คอลัมน์ แต่เลือกคอลัมน์ที่ 6 หรือเลือกคอลัมน์ที่ 0
CHOOSECOLS เขียนง่ายกว่าและรองรับการดึงหลายคอลัมน์พร้อมกันได้โดยตรง (ไม่ต้องใช้ Array Constant ซับซ้อนเหมือน INDEX) และเป็น Dynamic Array ที่ Spill อัตโนมัติ
ไม่ได้ครับ ใช้ได้เฉพาะ Excel 365, Excel 2021 ขึ้นไป และ Excel for Web เท่านั้น
ฟังก์ชัน CHOOSECOLS ใน Excel ช่วยให้คุณเลือกดึงเฉพาะคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือช่วงข้อมูล โดยระบุลำดับคอลัมน์ที่ต้องการได้ทั้งแบบนับจากซ้ายไปขวา (เลขบวก) หรือนับจากขวามาซ้าย (เลขลบ)