นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ที่ระบุ ใช้บ่อยคู่กับ OFFSET หรือ VLOOKUP เพื่อทำสูตรแบบ dynamic ที่ปรับตามขนาดตารางเอง
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| array | Range/Array | ช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ |
ฟังก์ชัน COLUMNS ใน Excel ช่วยส่งกลับจำนวนคอลัมน์ในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง
นับว่าตาราง SalesTable มีทั้งหมดกี่คอลัมน์ (Field)
Array นี้มีขนาด 2 แถว 3 คอลัมน์
ดึงข้อมูลจากคอลัมน์สุดท้ายของตารางเสมอ ไม่ว่าตารางจะกว้างแค่ไหน
ใช้ COLUMNS ร่วมกับ ROWS เพื่อสร้าง Dynamic Range ที่เปลี่ยนขนาดตามข้อมูล
เปรียบเทียบจำนวนคอลัมน์เพื่อตรวจสอบว่ามีการเพิ่มฟิลด์ใหม่เข้ามาหรือไม่
COLUMNS นับจำนวนคอลัมน์ ส่วน ROWS นับจำนวนแถว ทั้งสองใช้ได้เหมือนกันแต่มิติต่างกัน
ได้ 16384 (จำนวนคอลัมน์ทั้งหมดใน Excel Modern) เพราะแม้จะระบุแถวทั้งหมด COLUMNS ยังนับคอลัมน์อยู่
ได้ครับ COLUMNS(A1) จะได้ค่า 1 เพราะเซลล์เดียวคือ 1 คอลัมน์
COLUMNS จะนับจำนวนคอลัมน์ตามช่วงที่ระบุ ไม่ได้คำนึงว่า Merged หรือไม่ ถ้ากำหนด A1:D1 ก็จะได้ 4 ไม่ว่า Cells จะ Merged หรือไม่
ไม่สามารถใช้ COLUMNS โดยตรง ต้องใช้ SUMPRODUCT(1*COUNTA(A1:A1)>0) หรือสูตรอื่นเพื่อหาเฉพาะคอลัมน์ที่มีข้อมูล
ได้ครับ เช่น =COLUMNS(FILTER(Table, Condition)) จะนับจำนวนคอลัมน์ของผลลัพธ์ที่ Filter ออกมา
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ COLUMNS จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)
COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก
HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
INDEX คืนค่าหรือ reference ของเซลล์จากตำแหน่งที่ระบุใน range หรือ array โดยอ้างอิงจากหมายเลขแถวและคอลัมน์ที่เราระบุ มักถูกใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อสร้าง INDEX-MATCH pattern ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เยอะ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากทิศทางไหนก็ได้ และไม่พังเมื่อมีการแทรกหรือลบคอลัมน์
ROW ส่งคืนหมายเลขแถว (Row Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขแถว 1, 2, 3… มีประโยชน์ในการกำหนดหมายเลขลำดับแบบไดนามิก และสร้างสูตรที่ปรับตัวตามตำแหน่ง
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน
สลับแกนของตารางข้อมูล เปลี่ยนแถวเป็นคอลัมน์และคอลัมน์เป็นแถว ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับการวิเคราะห์และนำเสนอ
VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่