| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| DELTA Engineering | =DELTA(number1, [number2])
ทดสอบว่าตัวเลขสองจำนวนเท่ากันหรือไม่ โดยคืนค่า 1 ถ้าเท่ากัน และ 0 ถ้าไม่เท่ากัน (Kronecker Delta Function)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMPRODUCT Engineering | =IMPRODUCT(inumber1, [inumber2], ...)
ฟังก์ชัน IMPRODUCT ใช้คูณจำนวนเชิงซ้อนตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไปเข้าด้วยกัน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวเดียว ใช้บ่อยในงานคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากแรงดันคูณกระแส และการหมุนเฟสสัญญาณในงานวิศวกรรมไฟฟ้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| HEX2OCT Engineering | =HEX2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน HEX2OCT แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานแปด (octal) โดยรองรับค่าลบและการระบุจำนวนหลัก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| COMPLEX Engineering | =COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMDIV Engineering | =IMDIV(inumber1, inumber2)
ฟังก์ชัน IMDIV ใช้หารจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวใหม่ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนหาค่ากระแสไฟฟ้าจากแรงดันหารด้วยอิมพีแดนซ์ (I = V/Z) ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DEC2BIN Engineering | =DEC2BIN(number, [places])
แปลงตัวเลขทศนิยม (ฐาน 10) เป็นตัวเลขฐานสอง (ฐาน 2) สำหรับการทำงานกับระบบเลขฐานสองที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMREAL Engineering | =IMREAL(inumber)
ฟังก์ชัน IMREAL ใช้ดึงเฉพาะส่วนจริง (Real part) ออกจากจำนวนเชิงซ้อน ทิ้งส่วนจินตภาพไป มักใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเวลาต้องแยกค่าความต้านทาน (R) ออกจากค่ารีแอกแตนซ์ในอิมพีแดนซ์ที่เขียนแบบ R+jX
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2DEC Engineering | =OCT2DEC(number)
ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMABS Engineering | =IMABS(inumber)
IMABS หาขนาด (magnitude) ของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ x+yi ด้วยสูตร sqrt(x^2+y^2) งานที่ใช้บ่อยที่สุดคือวิศวกรรมไฟฟ้า หาขนาดอิมพีแดนซ์หรือกระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITAND Engineering | =BITAND(number1, number2)
BITAND ใช้เปรียบเทียบเลข 2 ตัวในระดับบิต (bit-by-bit comparison) ผลลัพธ์จะเป็น 1 ก็ต่อเมื่อตำแหน่งบิตนั้น 'เป็น 1 ทั้งคู่' เท่านั้น
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMCOT Engineering | =IMCOT(inumber)
หาค่า Cotangent ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2BIN Engineering | =OCT2BIN(number, [places])
ฟังก์ชัน OCT2BIN ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานแปด (Octal) เป็นเลขฐานสอง (Binary) ซึ่งมีประโยชน์ในการคำนวณทางคอมพิวเตอร์และระบบดิจิทัล.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSIN Engineering | =IMSIN(inumber)
หาค่า Sine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2HEX Engineering | =OCT2HEX(number, [places])
OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ERFC.PRECISE Engineering | =ERFC.PRECISE(x)
ERFC.PRECISE คำนวณค่า Complementary Error Function ที่จุด x โดยใช้ความแม่นยำสูง สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติและความน่าจะเป็น
|
2010 | 3 | 5 | 4 |
| IMCSC Engineering | =IMCSC(inumber)
หาค่า Cosecant ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2HEX Engineering | =BIN2HEX(number, [places])
BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSINH Engineering | =IMSINH(inumber)
หาค่า Hyperbolic Sine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELJ Engineering | =BESSELJ(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ERFC Engineering | =ERFC(x)
หาพื้นที่ส่วนหาง (tail) ของกราฟการแจกแจงปกติจากค่า x ถึงอนันต์ เท่ากับ 1 ลบ ERF(x) ใช้บ่อยในงานควบคุมคุณภาพและวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หายาก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMCSCH Engineering | =IMCSCH(inumber)
หาค่า Hyperbolic Cosecant ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2OCT Engineering | =BIN2OCT(number, [places])
ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSEC Engineering | =IMSEC(inumber)
หาค่า Secant ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELK Engineering | =BESSELK(x, n)
BESSELK ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Modified Bessel Kn(x) ชนิดที่ 2 (Basset function) ใช้ในการแก้ปัญหาวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ERF Engineering | =ERF(lower_limit, [upper_limit])
หาพื้นที่ใต้กราฟการแจกแจงปกติ (Error Function) ระหว่างขอบเขตล่างถึงบน ใช้ในงานสถิติและวิศวกรรม เช่น คำนวณความน่าจะเป็น การกระจายความร้อน หรือสัญญาณรบกวน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSECH Engineering | =IMSECH(inumber)
หาค่า Hyperbolic Secant ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| BITLSHIFT Engineering | =BITLSHIFT(number, shift_amount)
เลื่อนบิตไปทางซ้ายของตัวเลข ซึ่งเทียบเท่ากับการคูณด้วย 2 สำหรับแต่ละการเลื่อน เป็นการดำเนินการแบบ bitwise ที่ใช้ในการคำนวณและการประมวลผลบิต
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMSQRT Engineering | =IMSQRT(inumber)
คำนวณรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ a+bi เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่ต้องการคณิตศาสตร์ขั้นสูง
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELY Engineering | =BESSELY(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELY ส่งกลับค่าฟังก์ชันเบสเซล Yn(x) ชนิดที่ 2 (Neumann function หรือ Weber function) ซึ่งใช้ในการคำนวณปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMCOSH Engineering | =IMCOSH(inumber)
หาค่า Hyperbolic Cosine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMEXP Engineering | =IMEXP(inumber)
IMEXP คำนวณค่า e ยกกำลังด้วยจำนวนเชิงซ้อน (e^z) โดยคืนผลลัพธ์ในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่มีทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITXOR Engineering | =BITXOR(number1, number2)
เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMTAN Engineering | =IMTAN(inumber)
หาค่า Tangent ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| CONVERT Engineering | =CONVERT(number, from_unit, to_unit)
แปลงตัวเลขจากหน่วยวัดหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง เช่น เมตร เป็น ฟุต, องศาเซลเซียส เป็น ฟาเรนไฮต์, กิโลกรัม เป็น ปอนด์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELI Engineering | =BESSELI(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELI ช่วยคำนวณค่า Modified Bessel function In(x) ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองระบบที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ของเบสเซล
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMLN Engineering | =IMLN(inumber)
หาค่า Natural Logarithm ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITRSHIFT Engineering | =BITRSHIFT(number, shift_amount)
เลื่อนบิตตัวเลขไปทางขวา โดยการเลื่อน 1 ครั้งเท่ากับหารด้วย 2 แล้วปัดเศษทิ้ง ใช้สำหรับการดำเนินการบิตเวลจำนวนเต็ม
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUB Engineering | =IMSUB(inumber1, inumber2)
ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMAGINARY Engineering | =IMAGINARY(inumber)
IMAGINARY ดึงเฉพาะส่วนจินตภาพ (สัมประสิทธิ์หน้า i หรือ j) ออกจากจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บเป็นข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อแยกค่ารีแอกแตนซ์ออกจากอิมพีแดนซ์รวมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ERF.PRECISE Engineering | =ERF.PRECISE(lower_limit)
ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().
|
2010 | 3 | 5 | 4 |
| IMLOG10 Engineering | =IMLOG10(inumber)
หาค่า Logarithm ฐาน 10 ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITOR Engineering | =BITOR(number1, number2)
ฟังก์ชัน BITOR ใช้สำหรับหาค่า Bitwise OR ของตัวเลขสองจำนวน โดยผลลัพธ์จะเป็น 1 เมื่อบิตใดบิตหนึ่งเป็น 1 ส่วน 0 เมื่อบิตทั้งสองเป็น 0
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUM Engineering | =IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)
IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMARGUMENT Engineering | =IMARGUMENT(inumber)
ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| GESTEP Engineering | =GESTEP(number, [step])
ตรวจสอบว่าตัวเลขมากกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์หรือไม่ คืนค่า 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMLOG2 Engineering | =IMLOG2(inumber)
IMLOG2 คำนวณค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน ส่งคืนผลลัพธ์เป็น complex number ในรูปแบบข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมและ signal processing
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DEC2OCT Engineering | =DEC2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน DEC2OCT ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) ที่ระบุให้เป็นเลขฐานแปด (Octal) มีประโยชน์ในการทำงานกับการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับระบบเลขฐานต่างๆ เช่น ในด้านคอมพิวเตอร์หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DEC2HEX Engineering | =DEC2HEX(number, [places])
ฟังก์ชัน DEC2HEX ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ซึ่งมักใช้ในการเขียนโปรแกรม การกำหนดสีในเว็บ (RGB/Hex code) และระบบคอมพิวเตอร์.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMCONJUGATE Engineering | =IMCONJUGATE(inumber)
ฟังก์ชัน IMCONJUGATE ใช้หาสังยุค (Conjugate) ของจำนวนเชิงซ้อน โดยกลับเครื่องหมายของส่วนจินตภาพเท่านั้น ส่วนจริงคงเดิม ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากอิมพีแดนซ์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| HEX2BIN Engineering | =HEX2BIN(number, [places])
HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานสอง (binary) รองรับค่าลบในรูปแบบ two's complement และกำหนดจำนวนหลักผลลัพธ์ด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย