Thep Excel

Function Explainer

Engineering · Excel 54 ฟังก์ชัน

54 ฟังก์ชัน

เรียงตาม

ฟังก์ชัน ใช้ทำอะไร มีตั้งแต่ นิยม ยาก ประโยชน์
DELTA Engineering =DELTA(number1, [number2])

ทดสอบว่าตัวเลขสองจำนวนเท่ากันหรือไม่ โดยคืนค่า 1 ถ้าเท่ากัน และ 0 ถ้าไม่เท่ากัน (Kronecker Delta Function)

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMPRODUCT Engineering =IMPRODUCT(inumber1, [inumber2], ...)

ฟังก์ชัน IMPRODUCT ใช้คูณจำนวนเชิงซ้อนตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไปเข้าด้วยกัน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวเดียว ใช้บ่อยในงานคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากแรงดันคูณกระแส และการหมุนเฟสสัญญาณในงานวิศวกรรมไฟฟ้า

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
HEX2OCT Engineering =HEX2OCT(number, [places])

ฟังก์ชัน HEX2OCT แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานแปด (octal) โดยรองรับค่าลบและการระบุจำนวนหลัก

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
COMPLEX Engineering =COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])

แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMDIV Engineering =IMDIV(inumber1, inumber2)

ฟังก์ชัน IMDIV ใช้หารจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวใหม่ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนหาค่ากระแสไฟฟ้าจากแรงดันหารด้วยอิมพีแดนซ์ (I = V/Z) ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
DEC2BIN Engineering =DEC2BIN(number, [places])

แปลงตัวเลขทศนิยม (ฐาน 10) เป็นตัวเลขฐานสอง (ฐาน 2) สำหรับการทำงานกับระบบเลขฐานสองที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMREAL Engineering =IMREAL(inumber)

ฟังก์ชัน IMREAL ใช้ดึงเฉพาะส่วนจริง (Real part) ออกจากจำนวนเชิงซ้อน ทิ้งส่วนจินตภาพไป มักใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเวลาต้องแยกค่าความต้านทาน (R) ออกจากค่ารีแอกแตนซ์ในอิมพีแดนซ์ที่เขียนแบบ R+jX

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
OCT2DEC Engineering =OCT2DEC(number)

ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMABS Engineering =IMABS(inumber)

IMABS หาขนาด (magnitude) ของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ x+yi ด้วยสูตร sqrt(x^2+y^2) งานที่ใช้บ่อยที่สุดคือวิศวกรรมไฟฟ้า หาขนาดอิมพีแดนซ์หรือกระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BITAND Engineering =BITAND(number1, number2)

BITAND ใช้เปรียบเทียบเลข 2 ตัวในระดับบิต (bit-by-bit comparison) ผลลัพธ์จะเป็น 1 ก็ต่อเมื่อตำแหน่งบิตนั้น 'เป็น 1 ทั้งคู่' เท่านั้น

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMCOT Engineering =IMCOT(inumber)

หาค่า Cotangent ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
OCT2BIN Engineering =OCT2BIN(number, [places])

ฟังก์ชัน OCT2BIN ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานแปด (Octal) เป็นเลขฐานสอง (Binary) ซึ่งมีประโยชน์ในการคำนวณทางคอมพิวเตอร์และระบบดิจิทัล.

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMSIN Engineering =IMSIN(inumber)

หาค่า Sine ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
OCT2HEX Engineering =OCT2HEX(number, [places])

OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
ERFC.PRECISE Engineering =ERFC.PRECISE(x)

ERFC.PRECISE คำนวณค่า Complementary Error Function ที่จุด x โดยใช้ความแม่นยำสูง สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติและความน่าจะเป็น

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2010 3 5 4
IMCSC Engineering =IMCSC(inumber)

หาค่า Cosecant ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
BIN2HEX Engineering =BIN2HEX(number, [places])

BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMSINH Engineering =IMSINH(inumber)

หาค่า Hyperbolic Sine ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
BESSELJ Engineering =BESSELJ(x, n)

ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
ERFC Engineering =ERFC(x)

หาพื้นที่ส่วนหาง (tail) ของกราฟการแจกแจงปกติจากค่า x ถึงอนันต์ เท่ากับ 1 ลบ ERF(x) ใช้บ่อยในงานควบคุมคุณภาพและวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์หายาก

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMCSCH Engineering =IMCSCH(inumber)

หาค่า Hyperbolic Cosecant ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
BIN2OCT Engineering =BIN2OCT(number, [places])

ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMSEC Engineering =IMSEC(inumber)

หาค่า Secant ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
BESSELK Engineering =BESSELK(x, n)

BESSELK ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Modified Bessel Kn(x) ชนิดที่ 2 (Basset function) ใช้ในการแก้ปัญหาวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
ERF Engineering =ERF(lower_limit, [upper_limit])

หาพื้นที่ใต้กราฟการแจกแจงปกติ (Error Function) ระหว่างขอบเขตล่างถึงบน ใช้ในงานสถิติและวิศวกรรม เช่น คำนวณความน่าจะเป็น การกระจายความร้อน หรือสัญญาณรบกวน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMSECH Engineering =IMSECH(inumber)

หาค่า Hyperbolic Secant ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
BITLSHIFT Engineering =BITLSHIFT(number, shift_amount)

เลื่อนบิตไปทางซ้ายของตัวเลข ซึ่งเทียบเท่ากับการคูณด้วย 2 สำหรับแต่ละการเลื่อน เป็นการดำเนินการแบบ bitwise ที่ใช้ในการคำนวณและการประมวลผลบิต

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMSQRT Engineering =IMSQRT(inumber)

คำนวณรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ a+bi เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่ต้องการคณิตศาสตร์ขั้นสูง

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BESSELY Engineering =BESSELY(x, n)

ฟังก์ชัน BESSELY ส่งกลับค่าฟังก์ชันเบสเซล Yn(x) ชนิดที่ 2 (Neumann function หรือ Weber function) ซึ่งใช้ในการคำนวณปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMCOSH Engineering =IMCOSH(inumber)

หาค่า Hyperbolic Cosine ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMEXP Engineering =IMEXP(inumber)

IMEXP คำนวณค่า e ยกกำลังด้วยจำนวนเชิงซ้อน (e^z) โดยคืนผลลัพธ์ในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่มีทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพ

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BITXOR Engineering =BITXOR(number1, number2)

เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMTAN Engineering =IMTAN(inumber)

หาค่า Tangent ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
CONVERT Engineering =CONVERT(number, from_unit, to_unit)

แปลงตัวเลขจากหน่วยวัดหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง เช่น เมตร เป็น ฟุต, องศาเซลเซียส เป็น ฟาเรนไฮต์, กิโลกรัม เป็น ปอนด์

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BESSELI Engineering =BESSELI(x, n)

ฟังก์ชัน BESSELI ช่วยคำนวณค่า Modified Bessel function In(x) ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองระบบที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ของเบสเซล

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMLN Engineering =IMLN(inumber)

หาค่า Natural Logarithm ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BITRSHIFT Engineering =BITRSHIFT(number, shift_amount)

เลื่อนบิตตัวเลขไปทางขวา โดยการเลื่อน 1 ครั้งเท่ากับหารด้วย 2 แล้วปัดเศษทิ้ง ใช้สำหรับการดำเนินการบิตเวลจำนวนเต็ม

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMSUB Engineering =IMSUB(inumber1, inumber2)

ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMAGINARY Engineering =IMAGINARY(inumber)

IMAGINARY ดึงเฉพาะส่วนจินตภาพ (สัมประสิทธิ์หน้า i หรือ j) ออกจากจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บเป็นข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อแยกค่ารีแอกแตนซ์ออกจากอิมพีแดนซ์รวมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
ERF.PRECISE Engineering =ERF.PRECISE(lower_limit)

ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2010 3 5 4
IMLOG10 Engineering =IMLOG10(inumber)

หาค่า Logarithm ฐาน 10 ของจำนวนเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
BITOR Engineering =BITOR(number1, number2)

ฟังก์ชัน BITOR ใช้สำหรับหาค่า Bitwise OR ของตัวเลขสองจำนวน โดยผลลัพธ์จะเป็น 1 เมื่อบิตใดบิตหนึ่งเป็น 1 ส่วน 0 เมื่อบิตทั้งสองเป็น 0

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2013 3 5 4
IMSUM Engineering =IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)

IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMARGUMENT Engineering =IMARGUMENT(inumber)

ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
GESTEP Engineering =GESTEP(number, [step])

ตรวจสอบว่าตัวเลขมากกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์หรือไม่ คืนค่า 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ)

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMLOG2 Engineering =IMLOG2(inumber)

IMLOG2 คำนวณค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน ส่งคืนผลลัพธ์เป็น complex number ในรูปแบบข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมและ signal processing

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
DEC2OCT Engineering =DEC2OCT(number, [places])

ฟังก์ชัน DEC2OCT ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) ที่ระบุให้เป็นเลขฐานแปด (Octal) มีประโยชน์ในการทำงานกับการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับระบบเลขฐานต่างๆ เช่น ในด้านคอมพิวเตอร์หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล.

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
DEC2HEX Engineering =DEC2HEX(number, [places])

ฟังก์ชัน DEC2HEX ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ซึ่งมักใช้ในการเขียนโปรแกรม การกำหนดสีในเว็บ (RGB/Hex code) และระบบคอมพิวเตอร์.

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
IMCONJUGATE Engineering =IMCONJUGATE(inumber)

ฟังก์ชัน IMCONJUGATE ใช้หาสังยุค (Conjugate) ของจำนวนเชิงซ้อน โดยกลับเครื่องหมายของส่วนจินตภาพเท่านั้น ส่วนจริงคงเดิม ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากอิมพีแดนซ์

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4
HEX2BIN Engineering =HEX2BIN(number, [places])

HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานสอง (binary) รองรับค่าลบในรูปแบบ two's complement และกำหนดจำนวนหลักผลลัพธ์ด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้

นิยม 3 ยาก 5 ประโยชน์ 4

2003 3 5 4