BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number | Text or Number | เลขฐานสอง (Binary) ที่ต้องการแปลง สามารถป้อนเป็นตัวเลขหรือข้อความในเครื่องหมายอัญประลัญ ต้องไม่เกิน 10 บิต | |
| [places]ไม่บังคับ | Number | เท่ากับจำนวนหลักที่ต้องการตามปกติ | จำนวนหลักตัวเลข (characters) ที่ต้องการแสดงผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์น้อยกว่าจำนวนนี้ จะเติม 0 ด้านหน้าโดยอัตโนมัติ |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน BIN2HEX ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสองเป็นเลขฐานสิบหก ซึ่งมีประโยชน์มากในงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม IT และการจัดการข้อมูลดิจิทัล
สิ่งที่ต้องรู้คือ BIN2HEX รับได้แค่เลขฐานสองที่มีไม่เกิน 10 บิต (ตัวเลข 10 หลัก) เท่านั้น และบิตแรกถูกมองว่าเป็นบิตของเครื่องหมาย (sign bit) ส่วนอีก 9 บิตเป็นค่าจริง ถ้าใส่ค่ามากกว่า 10 บิต จะได้ #NUM! error ด้วย
อีกเรื่องสำคัญคือพารามิเตอร์ places สามารถกำหนดให้เติม 0 ด้านหน้าได้ เพื่อให้ผลลัพธ์มีจำนวนหลักเท่าที่ต้องการ แต่ถ้าผลลัพธ์โดยธรรมชาติมีตัวเลขมากกว่าค่า places ที่ตั้ง ก็จะ error ขึ้นมา
1111 ในฐานสองคือ 15 ในฐานสิบ หรือ F ในฐานสิบหก (0-9 แล้ว A=10, B=11, C=12, D=13, E=14, F=15)
แบ่งกลุ่มละ 4 บิต: 1010=A, 1011=B เพราะ 10 (ฐาน 10) = A (ฐาน 16) และ 11 (ฐาน 10) = B (ฐาน 16)
11 ในฐานสองคือ 3 ในฐานสิบ แต่เพราะตั้ง places=4 จึงมี 0 เติมด้านหน้าให้ครบ 4 หลัก
1111111111 มี 10 บิตและบิตซ้ายสุดเป็น 1 Excel จึงถือเป็นเลขลบแบบ two's complement = -1 แสดงผลเป็น FFFFFFFFFF (รูปแบบ 10 หลักของ -1)
BIN2HEX รับเลขฐานสองที่มีได้ไม่เกิน 10 บิต (10 หลัก) เท่านั้น ถ้าใส่มากกว่านี้ จะได้ #NUM! error ค่าสูงสุดที่แปลงได้คือ 1111111111 (10 บิตทั้งหมดเป็น 1)
ใช่ถูกต้อง ถ้าตั้ง places=6 แต่ผลลัพธ์จริงแค่ 2 หลัก Excel จะเติม 0 ด้านหน้าให้ครบ 6 หลัก เช่น 11 (ฐาน 2) = 3 (ฐาน 16) แต่ =BIN2HEX('11',6) จะให้ 000003
จะได้ #NUM! error เพราะว่า Excel ไม่สามารถปิดบังหรือลดจำนวนหลักที่มีอยู่จริงได้ ต้องตั้ง places ให้เพียงพอกับผลลัพธ์
ได้ แต่มีข้อแม้คือเมื่อป้อนเลขลบ BIN2HEX จะมองบิตแรกเป็น sign bit และจะคืนค่า 10 หลัก hexadecimal (2's complement representation) โดยไม่สนใจค่า places ที่ตั้ง
BIN2HEX แปลงฐาน 2 เป็นฐาน 16 (หลักฐาน: 0-9, A-F) ส่วน BIN2DEC แปลงฐาน 2 เป็นฐาน 10 (ตัวเลข 0-9 ธรรมชาติ) ใช้ BIN2HEX เวลาต้องการทำงานกับ color codes หรือ memory addresses ใช้ BIN2DEC เวลาต้องการตัวเลขสามัญ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ BIN2HEX จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลงเลขฐานสอง (Binary) ที่มีได้สูงสุด 10 บิตเป็นเลขฐานสิบ (Decimal) โดยสนับสนุนเลขลบผ่าน two's complement
ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
แปลงตัวเลขทศนิยม (ฐาน 10) เป็นตัวเลขฐานสอง (ฐาน 2) สำหรับการทำงานกับระบบเลขฐานสองที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์
ฟังก์ชัน DEC2HEX ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ซึ่งมักใช้ในการเขียนโปรแกรม การกำหนดสีในเว็บ (RGB/Hex code) และระบบคอมพิวเตอร์.
HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานสอง (binary) รองรับค่าลบในรูปแบบ two's complement และกำหนดจำนวนหลักผลลัพธ์ด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
แปลงเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal) ใช้บ่อยตอนอ่านค่าสี Hex หรือค่าที่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งมาเป็นฐาน 16 แล้วต้องเอามาคำนวณต่อ
ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่