ฟังก์ชัน IMCONJUGATE ใช้หาสังยุค (Conjugate) ของจำนวนเชิงซ้อน โดยกลับเครื่องหมายของส่วนจินตภาพเท่านั้น ส่วนจริงคงเดิม ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากอิมพีแดนซ์
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| inumber | Text | จำนวนเชิงซ้อนที่ต้องการหาสังยุค พิมพ์เป็นข้อความ เช่น “3+4i” ใช้ตัวต่อท้ายได้ทั้ง i หรือ j |
ฟังก์ชัน IMCONJUGATE ใน Excel ช่วยส่งกลับสังยุค (Conjugate) ของจำนวนเชิงซ้อน
กลับเครื่องหมายเฉพาะส่วนจินตภาพ ส่วนจริง 3 คงเดิม ได้ 3-4i นี่คือนิยามของสังยุค
วิศวกรไฟฟ้าใช้สังยุคของกระแสหรืออิมพีแดนซ์คูณกับแรงดันเพื่อหากำลังไฟฟ้าเชิงซ้อน (S = V x I*) ตัวอย่างนี้ใช้ j แทน i ตามธรรมเนียมวิศวกรรมที่กัน i ไว้แทนกระแสไฟฟ้า
ถ้าส่วนจินตภาพเป็น 0 สังยุคจะเท่ากับตัวเลขเดิมทุกประการ เพราะไม่มีเครื่องหมายให้กลับ ใช้เช็คได้ว่าค่านั้นเป็นจำนวนจริงแท้ๆ
ฟังก์ชันตระกูล IM ทุกตัวไม่รับช่องว่างในสตริงจำนวนเชิงซ้อน ต้องพิมพ์ติดกันเป๊ะ เช่น "3+4i" ถ้ามีเว้นวรรคหรือมี +i โดยไม่ใส่ค่าสัมประสิทธิ์จะพังทันที
ได้ Excel รองรับทั้งสองแบบ แต่ในไฟล์เดียวกันควรเลือกใช้ตัวเดียวให้สม่ำเสมอ วิศวกรไฟฟ้ามักใช้ j เพราะ i ถูกจองไว้แทนกระแสไฟฟ้าในสูตรฟิสิกส์
ได้ แต่ผลลัพธ์เป็นข้อความ ไม่ใช่ตัวเลข ต้องส่งต่อให้ฟังก์ชัน IM อื่น เช่น IMSUM, IMPRODUCT ถ้าจะเอาไปบวกลบด้วย + – ตรงๆ แบบเลขปกติจะไม่ได้ผล
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IMCONJUGATE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
IMAGINARY ดึงเฉพาะส่วนจินตภาพ (สัมประสิทธิ์หน้า i หรือ j) ออกจากจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บเป็นข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อแยกค่ารีแอกแตนซ์ออกจากอิมพีแดนซ์รวมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
ฟังก์ชัน IMREAL ใช้ดึงเฉพาะส่วนจริง (Real part) ออกจากจำนวนเชิงซ้อน ทิ้งส่วนจินตภาพไป มักใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเวลาต้องแยกค่าความต้านทาน (R) ออกจากค่ารีแอกแตนซ์ในอิมพีแดนซ์ที่เขียนแบบ R+jX
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่