Thep Excel

COMPLEX – สร้างจำนวนเชิงซ้อน

แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel

=COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
3/10

Difficulty
5/10

Usefulness
4/10

Syntax & Arguments

=COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])

Argument Type Required Default Description
real_num Number Yes ส่วนจริง (real part) ของจำนวนเชิงซ้อน เช่น ในจำนวน 3+4i ส่วนจริงคือ 3
i_num Number Yes ส่วนจินตภาพ (imaginary part) ของจำนวนเชิงซ้อน เช่น ในจำนวน 3+4i ส่วนจินตภาพคือ 4
suffix Text Optional สัญลักษณ์ที่ใช้แทนส่วนจินตภาพ ใส่ “i” หรือ “j” ถ้าไม่ใส่ ค่าเริ่มต้นคือ “i” — ห้ามใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ “I” หรือ “J” เพราะจะ error

Examples

สร้างจำนวนเชิงซ้อนพื้นฐาน
COMPLEX(3, 4)
สร้างจำนวนเชิงซ้อน 3+4i โดยมีส่วนจริง = 3 และส่วนจินตภาพ = 4 สัญลักษณ์ค่าเริ่มต้นคือ "i"
Excel Formula:

=COMPLEX(3, 4)

Result:

3+4i

ใช้สัญลักษณ์ j แบบวิศวกรรมไฟฟ้า
COMPLEX(3, 4, "j")
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้านิยมใช้ "j" แทน "i" เพื่อไม่ให้สับสนกับกระแสไฟ (current) ที่ใช้สัญลักษณ์ i เหมือนกัน
Excel Formula:

=COMPLEX(3, 4, "j")

Result:

3+4j

ส่วนจินตภาพเป็น 0 (จำนวนจริงล้วน)
COMPLEX(5, 0)
ถ้าส่วนจินตภาพเป็น 0 ผลลัพธ์จะเป็นแค่จำนวนจริงปกติ ไม่มีตัว i ต่อท้าย
Excel Formula:

=COMPLEX(5, 0)

Result:

5

ส่วนจริงเป็น 0 (จำนวนจินตภาพล้วน)
COMPLEX(0, 1)
ถ้าส่วนจริงเป็น 0 ผลลัพธ์จะเป็นแค่ตัว i ซึ่งหมายถึง 0+1i นั่นเอง Excel ตัดส่วนที่เป็น 0 ออกให้อัตโนมัติ
Excel Formula:

=COMPLEX(0, 1)

Result:

i

FAQs

ทำไม COMPLEX ถึง return ค่าเป็น text ไม่ใช่ตัวเลข?

ผมเองก็งงตอนแรกเหมือนกันครับ จริงๆ แล้ว Excel เก็บจำนวนเชิงซ้อนเป็น text string เช่น “3+4i” เพราะตัวเลขปกติของ Excel ไม่รองรับส่วนจินตภาพ ดังนั้นถ้าเอาผลลัพธ์ไป +- หรือใส่สูตรทั่วไปจะ error ต้องใช้ฟังก์ชัน IM* เท่านั้น เช่น IMSUM, IMPRODUCT, IMABS

ใช้ "I" หรือ "J" ตัวพิมพ์ใหญ่ได้ไหม?

ไม่ได้ครับ ผมเคยพลาดเรื่องนี้เหมือนกัน ถ้าใส่ suffix เป็น “I” หรือ “J” ตัวพิมพ์ใหญ่ จะได้ #VALUE! error ทันที Excel รับแค่ lowercase “i” หรือ “j” เท่านั้น ระวังด้วยนะครับ

ถ้าใช้หลาย COMPLEX ในสูตรเดียวกัน ต้องระวังอะไร?

ต้องให้ suffix เหมือนกันทุกตัวครับ เช่น ถ้าสร้างด้วย “j” แล้วเอาไปบวกกับอีกตัวที่ใช้ “i” ฟังก์ชัน IMSUM จะ error เพราะ suffix ไม่ match กัน ผมแนะนำให้กำหนด suffix ให้ consistent ตั้งแต่ต้น ถ้าจะใช้วิธีวิศวกรรมก็ใช้ “j” ทั้งหมดเลย

COMPLEX เอาไปใช้กับ error อะไรได้บ้าง?

มีหลักๆ อยู่ 2 แบบครับ คือ #VALUE! ซึ่งเกิดจาก real_num หรือ i_num ไม่ใช่ตัวเลข หรือ suffix ไม่ใช่ “i”/”j” ถ้าเจอ error แบบนี้ให้ตรวจ 3 อย่างนี้ก่อนเลย อีกเรื่องคือถ้า argument เป็นค่าว่าง Excel จะถือเป็น 0 ให้อัตโนมัติ ซึ่งบางทีก็ทำให้งงนิดหน่อย

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน COMPLEX รับค่าสัมประสิทธิ์จริง (real_num) และสัมประสิทธิ์จินตภาพ (i_num) แล้วสร้างข้อความจำนวนเชิงซ้อนในรูป x+yi หรือ x+yj ซึ่ง Excel รองรับในฟังก์ชันกลุ่ม IM* ทั้งหมด ผลลัพธ์เป็น text string ไม่ใช่ตัวเลขทั่วไป ดังนั้นต้องใช้กับฟังก์ชันจำนวนเชิงซ้อนเท่านั้น

ที่เจ๋งคือ COMPLEX เป็น “จุดเริ่มต้น” ของระบบจำนวนเชิงซ้อนใน Excel ทั้งหมด ถ้าคุณต้องการคำนวณ modulus, argument, conjugate หรือบวกลบคูณหารจำนวนเชิงซ้อน ก็ต้องสร้างมันขึ้นมาก่อนด้วย COMPLEX นี่แหละ แถมยังรองรับทั้งสัญลักษณ์ “i” (คณิตศาสตร์) และ “j” (วิศวกรรมไฟฟ้า) ซึ่งทำให้ใช้ได้กับทั้งสองสาย

ส่วนตัวผม ฟังก์ชันนี้ผมใช้บ่อยตอนทำ spreadsheet วิเคราะห์วงจร AC ไฟฟ้า เพราะช่างไฟและวิศวกรไฟฟ้านิยมเขียน impedance ในรูป complex number ใครทำงานด้านนี้แล้วยังคำนวณมือทุกอันอยู่ ลองเอา COMPLEX + IMABS + IMARGUMENT มาช่วยดูนะครับ จะประหยัดเวลาไปมากมายเลย 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *