IMABS หาขนาด (magnitude) ของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ x+yi ด้วยสูตร sqrt(x^2+y^2) งานที่ใช้บ่อยที่สุดคือวิศวกรรมไฟฟ้า หาขนาดอิมพีแดนซ์หรือกระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| inumber | Text | จำนวนเชิงซ้อน |
ฟังก์ชัน IMABS ใน Excel หาค่าสัมบูรณ์ (Modulus หรือ Magnitude) ของจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บในรูปแบบข้อความ เช่น “3+4i” โดยคำนวณจากสูตร sqrt(a^2 + b^2) เมื่อ a คือส่วนจริงและ b คือส่วนจินตภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือระยะห่างจากจุดกำเนิดบนระนาบเชิงซ้อน งานที่ใช้บ่อยที่สุดคือวิศวกรรมไฟฟ้า เช่น วงจรไฟฟ้ากระแสสลับที่มีอิมพีแดนซ์ (Z) เป็นจำนวนเชิงซ้อนอย่าง 5+10j โอห์ม การใช้ IMABS จะได้ขนาดของอิมพีแดนซ์ (|Z|) ที่นำไปคำนวณขนาดกระแสไฟฟ้าจากกฎของโอห์มได้ (ในงานไฟฟ้ามักใช้ j แทน i เพื่อไม่ให้สับสนกับสัญลักษณ์กระแสไฟฟ้า i) นอกจากนี้ยังใช้ในงานประมวลผลสัญญาณ (signal processing) เพื่อหาแอมพลิจูดของสัญญาณจากผลลัพธ์ Fourier Transform ที่อยู่ในรูปจำนวนเชิงซ้อน
วงจรไฟฟ้ากระแสสลับมีอิมพีแดนซ์ Z = 5+10j โอห์ม (5 คือความต้านทาน R, 10 คือรีแอกแตนซ์ X) IMABS หาขนาดรวม |Z| ได้ 11.18 โอห์ม ซึ่งนำไปหากระแส I = V/|Z| ตามกฎของโอห์มได้ทันที
จำนวนเชิงซ้อน 3+4i ตีความเป็นจุด (3,4) บนระนาบ IMABS คำนวณ sqrt(3^2+4^2)=5 ซึ่งคือระยะห่างจากจุดกำเนิดถึงจุดนั้น เป็นตัวอย่างพื้นฐานที่ยืนยันสูตรทำงานถูกต้อง
ผลลัพธ์จากการแปลงฟูริเยร์ (FFT) มักเป็นจำนวนเชิงซ้อน 12-16i ในตัวอย่างนี้ IMABS หาแอมพลิจูด (ขนาด) ของสัญญาณได้ 20 หน่วย โดยเครื่องหมายลบของส่วนจินตภาพไม่กระทบผลลัพธ์เพราะสูตรยกกำลังสองอยู่แล้ว
ได้ครับ ถ้าใส่ตัวเลขธรรมดาเช่น IMABS(5) ฟังก์ชันจะถือว่าส่วนจินตภาพเป็น 0 แล้วคืนค่าสัมบูรณ์ของเลขนั้นตรงๆ เหมือน ABS(5)
เพราะ Excel ไม่มีชนิดข้อมูล 'จำนวนเชิงซ้อน' โดยตรง ฟังก์ชันกลุ่ม IM ทั้งหมดจึงเก็บจำนวนเชิงซ้อนเป็นข้อความรูปแบบ x+yi หรือ x+yj แล้วแยกวิเคราะห์ส่วนจริงกับส่วนจินตภาพจากข้อความนั้นเอง
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ IMABS จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน
ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่