| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| SUM Math and trigonometry | =SUM(number1, [number2], ...)
SUM รวมเฉพาะข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) เท่านั้น ไม่สนใจข้อความและค่า Logic ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะรวมข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ และอัปเดตอัตโนมัติเมื่อข้อมูลเปลี่ยน เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในงาน Excel
|
2003 | 10 | 1 | 10 |
| SUMIFS Math and trigonometry | =SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)
SUMIFS บวกค่าจาก sum_range เฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขทุกข้อพร้อมกัน (AND logic) รองรับได้สูงสุด 127 คู่เงื่อนไข สามารถใช้ comparison operators (>, =, <=, ), wildcard characters (*, ?), และ cell references ใน criteria ได้ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ multi-dimensional filtering เช่น รายงานยอดขายตามภูมิภาค ช่วงเวลา และสถานะพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ helper columns หรือฟังก์ชันซ้อนซับซ้อน
|
2007 | 9 | 5 | 9 |
| SUMIF Math and trigonometry | =SUMIF(range, criteria, [sum_range])
SUMIF จะทำการบวกตัวเลขในเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ (1 เงื่อนไข) โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้ หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้ ที่เจ๋งคือมันทำงานได้เร็วกว่า SUMPRODUCT หรือ Array Formula มาก เลยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรวมค่าแบบมีเงื่อนไขครับ
|
2003 | 9 | 4 | 9 |
| ROUND Math and trigonometry | =ROUND(number, num_digits)
ROUND จะปัดตัวเลขไปยังค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามจำนวนหลักที่ระบุ (num_digits) สามารถปัดทศนิยม (ค่าบวก), ปัดเป็นจำนวนเต็ม (0), หรือปัดหลักสิบ หลักร้อย (ค่าลบ) ได้ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสรุปตัวเลข
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel Math and trigonometry |
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| ROUNDUP Math and trigonometry | =ROUNDUP(number, num_digits)
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| INT Math and trigonometry | =INT(number)
INT จะปัดตัวเลขลงไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวเลขนั้นเสมอ สำหรับจำนวนบวกจะเหมือนการตัดทศนิยมทิ้ง แต่สำหรับจำนวนลบจะปัดลงให้มีค่าติดลบมากขึ้น (เช่น -5.5 จะเป็น -6)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| ROUNDDOWN Math and trigonometry | =ROUNDDOWN(number, num_digits)
ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| MOD Math and trigonometry | =MOD(number, divisor)
MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| ABS Math and trigonometry | =ABS(number)
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
|
2003 | 7 | 1 | 7 |
| SQRT Math and trigonometry | =SQRT(number)
SQRT คำนวณรากที่สองของตัวเลข ใช้ได้กับจำนวนบวกเท่านั้น ถ้าเป็นจำนวนลบจะ error #NUM!
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| EXP Math and trigonometry | =EXP(number)
ฟังก์ชันที่ส่งกลับค่า e (Euler's number) ยกกำลังด้วยจำนวนที่ระบุ ใช้ในการคำนวณการเติบโตแบบต่อเนื่อง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| TRUNC Math and trigonometry | =TRUNC(number, [num_digits])
ตัดส่วนทศนิยมออกไปเลยโดยไม่ปัดเศษ เหลือแต่ตัวเลขที่คุณต้องการจำนวนหลักเท่านั้น
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMX2MY2 Math and trigonometry | =SUMX2MY2(array_x, array_y)
SUMX2MY2 คำนวณผลรวมของผลต่างกำลังสอง (x² – y²) จากสองช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบสถิติและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลคู่
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| SIGN Math and trigonometry | =SIGN(number)
SIGN ใช้ตรวจสอบเครื่องหมายของตัวเลข โดยคืนค่า 1 (บวก), 0 (ศูนย์), หรือ -1 (ลบ) สะดวกมากเวลาต้องแยกความแตกต่างของตัวเลข
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| PRODUCT Math and trigonometry | =PRODUCT(number1, [number2], ...)
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| SUMSQ Math and trigonometry | =SUMSQ(number1, [number2], ...)
SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| LN Math and trigonometry | =LN(number)
ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติ (Natural Logarithm) ของตัวเลขที่ป้อน โดยใช้ค่าคงที่ e (2.71828) เป็นฐาน
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| SUMXMY2 Math and trigonometry | =SUMXMY2(array_x, array_y)
SUMXMY2 หาผลรวมของกำลังสองของผลต่าง (Sum of Squares of Differences) ระหว่างสองชุดข้อมูล คำนวณ SUM((x-y)^2) ได้อย่างคล่องแคล่ว
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| SERIESSUM Math and trigonometry | =SERIESSUM(x, n, m, coefficients)
SERIESSUM คำนวณผลรวมของอนุกรมกำลัง (Power Series) โดยใช้ค่า x กำลังต่างๆ กับสัมประสิทธิ์ ใช้ในการประมาณค่า sine, cosine, exponential และอื่นๆ
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| SUBTOTAL Math and trigonometry | =SUBTOTAL(function_num, ref1, [ref2], ...)
SUBTOTAL คำนวณผลรวมย่อยหรือสถิติอื่นๆ ที่สามารถ "ตัดแถวซ่อนออก" ได้อัตโนมัติ ต่างจาก SUM ที่รวมทุกอย่าง
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| ACOS Math and trigonometry | =ACOS(number)
ACOS คือฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้หาค่ามุม (เป็นเรเดียน) จากค่า Cosine ของมุมนั้น เหมือนกับการถามว่า 'มุมไหนมี Cosine เท่านี้'
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| RANDARRAY Math and trigonometry | =RANDARRAY([rows], [columns], [min], [max], [whole_number])
RANDARRAY สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขสุ่มระหว่างค่าที่กำหนด สามารถระบุจำนวนแถว คอลัมน์ ช่วงค่า และชนิดข้อมูล (จำนวนเต็มหรือทศนิยม)
|
2021 | 6 | 3 | 6 |
| RANDBETWEEN Math and trigonometry | =RANDBETWEEN(bottom, top)
RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| RAND Math and trigonometry | =RAND()
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMX2PY2 Math and trigonometry | =SUMX2PY2(array_x, array_y)
SUMX2PY2 คำนวณ x² + y² สำหรับข้อมูลจับคู่สองชุด แล้วรวมผลทั้งหมด ใช้สำหรับสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| POWER Math and trigonometry | =POWER(number, power)
POWER คำนวณค่าการยกกำลังได้ง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องหมาย ^ ในสูตรที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SEQUENCE Math and trigonometry | =SEQUENCE(rows, [columns], [start], [step])
SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง
|
2021 | 6 | 4 | 7 |
| LOG10 Math and trigonometry | =LOG10(number)
หาค่าลอการิทึมฐาน 10 ของตัวเลข ใช้บ่อยในงานคำนวณเดซิเบล ค่า pH ทางเคมี และการบีบอัดข้อมูลที่มีช่วงค่ากว้างมากให้อยู่ในสเกลที่อ่านง่ายขึ้น
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| QUOTIENT Math and trigonometry | =QUOTIENT(numerator, denominator)
หารตัวเลขสองตัวแล้วส่งกลับเฉพาะผลหารที่เป็นจำนวนเต็ม ตัดเศษทิ้งไปเลย เหมาะกับงานแบ่งของเป็นชุด จัดตารางกะงาน หรือคำนวณจำนวนกล่องที่บรรจุได้เต็มลัง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| LOG Math and trigonometry | =LOG(number, [base])
ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| MINVERSE Math and trigonometry | =MINVERSE(array)
ฟังก์ชันที่ใช้หาค่า Inverse Matrix (เมทริกซ์ผกผัน) จากเมทริกซ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นหรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
|
2003 | 6 | 1 | 6 |
| AGGREGATE Math and trigonometry | =AGGREGATE(function_num, options, ref1, [ref2], ...)
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
|
2010 | 6 | 3 | 7 |
| LCM Math and trigonometry | =LCM(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน LCM ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าคูณร่วมน้อยที่สุด (Least Common Multiple หรือ ค.ร.น.) ของจำนวนเต็มตั้งแต่หนึ่งจำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจับเวลาหรือการจัดตารางเวลา.
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| COTH Math and trigonometry | =COTH(number)
ฟังก์ชัน COTH คำนวณค่า Hyperbolic Cotangent (ค่าส่วนกลับของ TANH) สำหรับตัวเลขที่กำหนด โดยใช้สูตร COTH(x) = 1/TANH(x) ซึ่งเป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์ขั้นสูงใช้ในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| ATAN2 Math and trigonometry | =ATAN2(x_num, y_num)
คำนวณมุม (Arctangent) จากพิกัด X และ Y โดยระบุตำแหน่งมุมได้ถูกต้องตามทั้ง 4 ช่อง (Quadrant) ด้วยเรเดียน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SIN Math and trigonometry | =SIN(number)
ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้คำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมต้องอยู่ในหน่วยเรเดียนเสมอ นิยมใช้ในงานวิศวกรรม การสำรวจ และฟิสิกส์ เช่น หาความสูงหรือแรงในแนวดิ่งจากมุมเอียงที่ทราบ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวเลขระหว่าง -1 ถึง 1 เสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| MDETERM Math and trigonometry | =MDETERM(array)
MDETERM ใช้คำนวณค่า Determinant (ดีเทอร์มิแนนต์) ของเมทริกซ์ในช่วงข้อมูล/อาร์เรย์ เหมาะกับงานเชิงเส้น เช่น ตรวจว่าเมทริกซ์เป็นเอกฐานหรือไม่ (Det=0) และใช้ประกอบการหาผกผันของเมทริกซ์ร่วมกับ MINVERSE
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| RADIANS Math and trigonometry | =RADIANS(angle)
แปลงมุมจากหน่วยองศาที่คนคุ้นเคยให้เป็นหน่วยเรเดียนที่ฟังก์ชันตรีโกณของ Excel ต้องการ ใช้ก่อนส่งมุมเข้า SIN, COS, TAN ทุกครั้งที่ข้อมูลตั้งต้นเป็นองศา
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SINH Math and trigonometry | =SINH(number)
ฟังก์ชัน SINH ใน Excel ใช้คำนวณค่า Hyperbolic Sine ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งมาจากสมการไฮเพอร์โบลา ไม่เกี่ยวกับมุมหรือวงกลมเหมือน SIN ธรรมดา นิยมใช้ในงานวิศวกรรมโครงสร้าง เช่น คำนวณรูปทรงสายเคเบิลห้อย (catenary) และงานฟิสิกส์ขั้นสูง
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| FACT Math and trigonometry | =FACT(number)
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| EVEN Math and trigonometry | =EVEN(number)
ปัดเศษขึ้นให้เป็นจำนวนเต็มคู่ที่ใกล้ที่สุด โดยปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์ (ห่างจาก 0)
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| COS Math and trigonometry | =COS(number)
ส่งกลับค่า Cosine (โคไซน์) ของมุมที่ระบุในหน่วยเรเดียน ใช้สำหรับคำนวณปัญหาตรีโกณมิติในวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SEC Math and trigonometry | =SEC(number)
หาค่า Secant ของมุม (ส่วนกลับของ Cosine คือ 1/COS) รับมุมเป็นเรเดียน ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์คลื่น และการสำรวจที่ต้องคำนวณอัตราส่วนด้านตรงข้ามมุมฉากต่อด้านประชิด
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| CEILING.MATH Math and trigonometry | =CEILING.MATH(number, [significance], [mode])
ปัดตัวเลขขึ้นไปตามตัวคูณที่ระบุ โดยจัดการกับตัวเลขติดลบได้ดีกว่า CEILING ธรรมชาติ เลือกทิศทางการปัดได้
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| DEGREES Math and trigonometry | =DEGREES(angle)
แปลงมุมจากหน่วยเรเดียน (ที่ฟังก์ชันตรีโกณของ Excel ใช้ภายใน) ให้เป็นหน่วยองศาที่คนอ่านเข้าใจง่าย เหมาะกับงานวิศวกรรม งานสำรวจ และเช็คผลลัพธ์จากฟังก์ชัน ASIN/ACOS/ATAN
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| ASIN Math and trigonometry | =ASIN(number)
ฟังก์ชัน ASIN ใน Excel คำนวณค่า Arcsine หรือค่าผกผันของ Sine เพื่อหามุมจากค่า Sine ที่กำหนด ผลลัพธ์เป็นเรเดียน (หน่วยวัดมุมอีกแบบ) ตั้งแต่ -π/2 ถึง π/2
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| ATAN Math and trigonometry | =ATAN(number)
คำนวณค่า Arctangent ส่งกลับมุมเป็นเรเดียน (-π/2 ถึง π/2) จากค่า Slope หรืออัตราส่วนตัวเลข
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| COMBIN Math and trigonometry | =COMBIN(number, number_chosen)
คำนวณจำนวนวิธีจับคู่ (Combination) โดย 'ไม่สนใจลำดับ' (nCr) เช่น เลือกคน 2 คนจาก 5 คนได้กี่แบบ ใช้บ่อยเวลาคำนวณโอกาสในสถิติ หรือจัดกลุ่ม/จัดตารางแข่งขัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SECH Math and trigonometry | =SECH(number)
ฟังก์ชัน SECH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Secant ของมุม โดยค่า Hyperbolic Secant (sech) คือส่วนกลับของ Hyperbolic Cosine ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย