แปลงตัวเลขฐาน 10 เป็นข้อความในฐานอื่น (Base 2-36) เช่น แปลงเลข 10 เป็นฐานสอง (‘1010’) หรือฐานสิบหก (‘A’) ใช้บ่อยในงาน IT เวลาต้องดูค่าเป็นบิตหรือทำ hex code
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number | Number | ตัวเลข |
| radix | Number | ฐาน (2-36) |
| [min_length]ไม่บังคับ | Number | ความยาวขั้นต่ำ |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน BASE ใน Excel ช่วยแปลงตัวเลขเป็นข้อความในฐานที่กำหนด (เช่น ฐาน 2, 16)
10 = 8+2 คือบิตตำแหน่งที่ 8 กับ 2 เปิด ผลลัพธ์เลยได้ '1010' ค่านี้เป็นข้อความ (Text) ไม่ใช่ตัวเลข เอาไปบวกลบต่อตรงๆ ไม่ได้
255 คือค่าสูงสุดของ 1 ไบต์ (8-bit) พอดี ในฐานสิบหกจึงเขียนสั้นๆ ว่า FF ใช้บ่อยตอนทำ hex color code หรือดู memory address
min_length บังคับให้ผลลัพธ์ยาวอย่างน้อย 8 หลัก โดยเติม 0 นำหน้า ใช้เมื่อต้องการรหัสบิตความยาวคงที่ เช่น สร้าง flag 8-bit ให้เทียบกันได้ทุกแถว
ฐาน 36 ใช้ตัวอักษร A-Z ร่วมกับ 0-9 ทำให้เลขที่ยาวในฐาน 10 สั้นลงมาก เหมาะกับการเข้ารหัส ID สินค้าหรือ voucher code ให้กะทัดรัด
BASE(500,8) ได้ '764' แล้วเอา DECIMAL แปลงฐาน 8 กลับมาฐาน 10 ต้องได้ 500 เท่าเดิม ใช้แพทเทิร์นนี้เช็คว่าการแปลงไปมาไม่มีอะไรผิดพลาด
DEC2BIN, DEC2HEX, DEC2OCT แปลงได้เฉพาะฐาน 2, 16, 8 ตามชื่อ และรับเลขได้จำกัด (DEC2BIN รับได้แค่ -512 ถึง 511) ส่วน BASE แปลงได้ทุกฐานตั้งแต่ 2 ถึง 36 และรับเลขบวกได้กว้างกว่ามาก ถ้าต้องการฐานนอกเหนือจาก 2/8/16 หรือทำงานกับเลขที่ใหญ่ ต้องใช้ BASE
BASE รองรับเฉพาะจำนวนเต็มที่ไม่ติดลบ ถ้าใส่เลขติดลบจะได้ #NUM! ทันที ถ้าต้องแปลงเลขติดลบต้องจัดการเครื่องหมายเองแยกต่างหาก เช่น ใช้ ABS() ก่อนแล้วต่อเครื่องหมาย '-' เข้าไปทีหลัง
ใส่ได้แต่ Excel ตัดทศนิยมทิ้งแบบเงียบๆ ไม่มี error เตือน เช่น BASE(7.9, 2) ให้ผลเหมือน BASE(7, 2) คือ '111' ถ้าคาดว่าจะปัดเศษก่อนควรใช้ ROUND() ก่อนส่งเข้า BASE เอง
ได้ #NUM! เพราะฐานที่ Excel รองรับคือ 2-36 เท่านั้น (0-9 บวก A-Z รวม 36 สัญลักษณ์) ถ้าต้องการฐานที่ใหญ่กว่านั้นไม่มีฟังก์ชันสำเร็จรูปรองรับ ต้องเขียนสูตรแปลงเอง
ไม่ได้ตรงๆ เพราะ BASE คืนค่าเป็น Text เสมอ แม้จะดูเป็นตัวเลขก็ตาม ถ้าจะเอาไปคำนวณต่อในฐาน 10 ต้องแปลงกลับด้วย DECIMAL ก่อน หรือถ้าจะต่อสตริงก็ใช้ & ได้เลยเพราะเป็นข้อความอยู่แล้ว
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ BASE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
แปลงเลขฐานสอง (Binary) ที่มีได้สูงสุด 10 บิตเป็นเลขฐานสิบ (Decimal) โดยสนับสนุนเลขลบผ่าน two's complement
เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า
แปลงตัวเลขทศนิยม (ฐาน 10) เป็นตัวเลขฐานสอง (ฐาน 2) สำหรับการทำงานกับระบบเลขฐานสองที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์
ฟังก์ชัน DEC2HEX ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ซึ่งมักใช้ในการเขียนโปรแกรม การกำหนดสีในเว็บ (RGB/Hex code) และระบบคอมพิวเตอร์.
แปลงเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal) ใช้บ่อยตอนอ่านค่าสี Hex หรือค่าที่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งมาเป็นฐาน 16 แล้วต้องเอามาคำนวณต่อ
ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย
DECIMAL ใช้แปลง "ข้อความตัวเลข" ที่อยู่ในฐานที่กำหนด (radix 2–36) ให้เป็นเลขฐาน 10 เหมาะเมื่อคุณได้รหัส/เลขฐานอื่นจากระบบภายนอก (เช่น Hex หรือ Binary) แล้วต้องการนำมาคำนวณต่อใน Excel เป็นคู่กลับด้านของ BASE
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่