ฟังก์ชัน FACTDOUBLE ใช้คำนวณค่า Double Factorial (!!) ของตัวเลข เช่น 5!! = 5 × 3 × 1 = 15 หรือ 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number | Number (ตัวเลข) | ตัวเลขที่ต้องการคำนวณค่า Double Factorial หากไม่ใช่จำนวนเต็ม จะถูกปัดลงโดยอัตโนมัติ |
FACTDOUBLE เป็นฟังก์ชันที่ใช้คำนวณค่า Double Factorial (แฟกทอเรียลคู่) ของตัวเลข
แตกต่างจาก FACT ที่คำนวณ n! = n × (n-1) × (n-2) × … × 1 นั้น FACTDOUBLE คำนวณ n!! โดยข้ามตัวเลขหนึ่งตัว
สำหรับเลขคี่: 5!! = 5 × 3 × 1 = 15
สำหรับเลขคู่: 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
ฟังก์ชันนี้ใช้ในด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ ฟิสิกส์ สถิติ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน
5!! = 5 × 3 × 1 = 15 (คูณเฉพาะตัวเลขคี่จากn ลงมาจนถึง 1)
6!! = 6 × 4 × 2 = 48 (คูณเฉพาะตัวเลขคู่จาก n ลงมาจนถึง 2)
7!! = 7 × 5 × 3 × 1 = 105 แต่ 7! = 7 × 6 × 5 × 4 × 3 × 2 × 1 = 5040 FACTDOUBLE คูณข้ามตัวเลข
8!! = 8 × 6 × 4 × 2 = 384 ใช้ได้กับการหารหลายชั้นในสูตรคำนวณขั้นสูง
FACT คำนวณแฟกทอเรียลเต็ม (n! = n × (n-1) × … × 1) แต่ FACTDOUBLE คำนวณแฟกทอเรียลคู่ (n!! = n × (n-2) × (n-4) × …) ดังนั้น 5! = 120 แต่ 5!! = 15
ฟังก์ชันจะปัดลง (truncate) เลขทศนิยมโดยอัตโนมัติ ดังนั้น =FACTDOUBLE(5.7) จะเท่ากับ =FACTDOUBLE(5) = 15
ใช่ ถ้าใส่เลขติดลบ จะได้ #NUM! error เนื่องจาก Double Factorial ไม่นิยามสำหรับจำนวนลบ
Excel สามารถคำนวณได้สูงสุด FACTDOUBLE(300) หากพยายามคำนวณ FACTDOUBLE(301) ขึ้นไปจะได้ #NUM! error
ใช้ในด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ ฟิสิกส์ สถิติ และการวิเคราะห์ทฤษฎีความน่าจะเป็น เช่น ในการคำนวณค่า permutation และ combination ขั้นสูง
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ FACTDOUBLE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
คำนวณจำนวนวิธีจับคู่ (Combination) โดย 'ไม่สนใจลำดับ' (nCr) เช่น เลือกคน 2 คนจาก 5 คนได้กี่แบบ ใช้บ่อยเวลาคำนวณโอกาสในสถิติ หรือจัดกลุ่ม/จัดตารางแข่งขัน
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
ฟังก์ชัน MULTINOMIAL ใช้คำนวณจำนวนวิธีการจัดเรียงสิ่งของเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ โดยใช้สูตร (ผลรวม)! ÷ (จำนวน1! × จำนวน2! × …) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้โจทย์การจัดหมู่และความน่าจะเป็น
ฟังก์ชัน PERMUT ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutations) ของวัตถุจำนวนหนึ่งที่เลือกมาจากกลุ่มของวัตถุทั้งหมด โดยคำนึงถึงลำดับของการเรียงสับเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากการจัดหมู่ (Combination) ที่ไม่สนใจลำดับ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่