หารตัวเลขสองตัวแล้วส่งกลับเฉพาะผลหารที่เป็นจำนวนเต็ม ตัดเศษทิ้งไปเลย เหมาะกับงานแบ่งของเป็นชุด จัดตารางกะงาน หรือคำนวณจำนวนกล่องที่บรรจุได้เต็มลัง
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| numerator | Number | ตัวตั้ง |
| denominator | Number | ตัวหาร |
ฟังก์ชัน QUOTIENT ใน Excel ช่วยส่งกลับผลลัพธ์การหารแบบจำนวนเต็ม (ตัดเศษทิ้ง)
5 หาร 2 ได้ 2.5 ตัดเศษทิ้งเหลือ 2
-10/3 = -3.33 ตัดเศษทิ้งเหลือ -3 (ปัดเข้าหาศูนย์)
มีสินค้า 250 ชิ้น บรรจุลังละ 24 ชิ้น หารได้ 10.41 แต่ QUOTIENT ตัดเศษทิ้งเหลือ 10 หมายถึงบรรจุได้เต็มลัง 10 ลัง ส่วนที่เหลือต้องใช้ MOD(250,24) หาจำนวนชิ้นที่เหลือแยกต่างหาก
QUOTIENT ตัดเศษเข้าหาศูนย์เสมอ เช่น QUOTIENT(-10,3) ได้ -3 แต่ INT(-10/3) จะปัดลงเสมอ ได้ -4 ถ้าทำงานกับตัวเลขติดลบต้องระวังจุดนี้ เพราะสองฟังก์ชันให้ผลไม่เท่ากัน
ใช้ QUOTIENT คู่กับ MOD ในสูตรเดียวกัน เช่น จำนวนเต็ม = QUOTIENT(A1,B1) และเศษที่เหลือ = MOD(A1,B1) รวมกันแล้วจะได้ค่าเท่ากับ A1 พอดี
ได้ error #DIV/0! เหมือนการหารด้วยศูนย์ทั่วไป ควรห่อด้วย IFERROR(QUOTIENT(A1,B1),0) ถ้าไม่อยากให้สูตรพังเวลาตัวหารเป็นศูนย์
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ QUOTIENT จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ฟังก์ชัน GCD หาค่าตัวหารร่วมมากที่สุด (Greatest Common Divisor) ของจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการลดทอนเศษส่วนและการแยกตัวประกอบ
ฟังก์ชัน LCM ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าคูณร่วมน้อยที่สุด (Least Common Multiple หรือ ค.ร.น.) ของจำนวนเต็มตั้งแต่หนึ่งจำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจับเวลาหรือการจัดตารางเวลา.
MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่