| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| WRAPCOLS Lookup and reference | =WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| VSTACK Lookup and reference | =VSTACK(array1, [array2], ...)
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| FORMULATEXT Lookup and reference | =FORMULATEXT(reference)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
|
2013 | 7 | 5 | 10 |
| SMALL Statistical | =SMALL(array, k)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| FIND Text | =FIND(find_text, within_text, [start_num])
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| WRAPROWS Lookup and reference | =WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| HSTACK Lookup and reference | =HSTACK(array1, [array2], ...)
HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel Math and trigonometry |
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| EDATE Date and Time | =EDATE(start_date, months)
EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| SUBSTITUTE Text | =SUBSTITUTE(text, old_text, new_text, [instance_num])
SUBSTITUTE ค้นหาคำเก่า (old_text) ในข้อความแล้วแทนที่ด้วยคำใหม่ (new_text) โดยแยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (case-sensitive) และเลือกได้ว่าจะแทนที่ทุกจุดที่เจอ หรือเฉพาะลำดับที่ระบุผ่าน instance_num งานที่ใช้บ่อยคือลบตัวคั่นออกจากตัวเลขที่ถูกเก็บเป็นข้อความ เปลี่ยนโดเมนอีเมลหลังรีแบรนด์ หรือล้างอักขระที่พิมพ์มาผิดรูปแบบก่อนนำไปคำนวณต่อ
|
2003 | 7 | 4 | 9 |
| TAKE Lookup and reference | =TAKE(array, rows, [columns])
TAKE ช่วยตัดข้อมูลบางส่วนออกมาใช้งาน โดยระบุจำนวนที่ต้องการ ถ้าใส่เลขบวกจะดึงจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ถ้าใส่เลขลบจะดึงจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) คล้ายกับคำสั่ง LIMIT หรือ TOP/BOTTOM ใน Database
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| MINUTE Date and Time | =MINUTE(serial_number)
MINUTE ดึงค่านาที (0-59) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ HOUR และ SECOND เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| COPILOT Add-in and Automation | =COPILOT(prompt_part1, [context1], [prompt_part2], [context2], ...)
COPILOT เป็นฟังก์ชันแรกใน Excel ที่ใช้ AI (GPT-4.1-mini) ประมวลผลข้อมูลและสร้างข้อความตามคำสั่งที่กำหนด เหมาะสำหรับสรุปข้อมูล จัดหมวดหมู่ และสร้าง content อัตโนมัติ
|
7 | 6 | 9 | |
| INT Math and trigonometry | =INT(number)
INT จะปัดตัวเลขลงไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวเลขนั้นเสมอ สำหรับจำนวนบวกจะเหมือนการตัดทศนิยมทิ้ง แต่สำหรับจำนวนลบจะปัดลงให้มีค่าติดลบมากขึ้น (เช่น -5.5 จะเป็น -6)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| CHOOSE Lookup and reference | =CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)
CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| SUMX2PY2 Math and trigonometry | =SUMX2PY2(array_x, array_y)
SUMX2PY2 คำนวณ x² + y² สำหรับข้อมูลจับคู่สองชุด แล้วรวมผลทั้งหมด ใช้สำหรับสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| PHONETIC Text | =PHONETIC(reference)
PHONETIC ดึงข้อความ Furigana (คำอ่านกำกับตัวอักษรคันจิภาษาญี่ปุ่น) ที่ฝังอยู่ในเซลล์ออกมาเป็นข้อความแยกต่างหาก ใช้ได้เฉพาะระบบที่ตั้งค่าภูมิภาคเป็นภาษาตะวันออกไกล
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| NA Information | =NA()
ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ
|
2003 | 6 | 1 | 5 |
| SEQUENCE Math and trigonometry | =SEQUENCE(rows, [columns], [start], [step])
SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง
|
2021 | 6 | 4 | 7 |
| T Text | =T(value)
T ฟังก์ชันที่ตรวจสอบว่าค่าเป็นข้อความหรือไม่ ถ้าใช่ส่งกลับข้อความเดิม ถ้าไม่ใช่ส่งกลับค่าว่าง ใช้ปลอดภัยกว่าการต่อข้อความตรงๆ เมื่อไม่แน่ใจว่าเซลล์ต้นทางเก็บอะไรอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| ASC Text | =ASC(text)
ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| CHAR Text | =CHAR(number)
CHAR แปลงรหัสตัวอักษร (1-255) เป็นตัวอักษรจริง มีประโยชน์สำหรับแทรกอักขระพิเศษที่พิมพ์ยาก เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMXMY2 Math and trigonometry | =SUMXMY2(array_x, array_y)
SUMXMY2 หาผลรวมของกำลังสองของผลต่าง (Sum of Squares of Differences) ระหว่างสองชุดข้อมูล คำนวณ SUM((x-y)^2) ได้อย่างคล่องแคล่ว
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| LN Math and trigonometry | =LN(number)
ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติ (Natural Logarithm) ของตัวเลขที่ป้อน โดยใช้ค่าคงที่ e (2.71828) เป็นฐาน
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| ROWS Lookup and reference | =ROWS(array)
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| AREAS Lookup and reference | =AREAS(reference)
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| BAHTTEXT Text | =BAHTTEXT(number)
แปลงตัวเลขเป็นคำอ่านภาษาไทย (บาท และสตางค์) ใช้สำหรับเอกสารทางการเงินที่ต้องระบุจำนวนเงินเป็นตัวอักษร
|
2003 | 6 | 2 | 9 |
| ISLOGICAL Information | =ISLOGICAL(value)
ISLOGICAL เช็คว่าเซลล์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE) จริง ๆ หรือเพียงแค่ข้อความที่อ่านดูเหมือน
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| LOG Math and trigonometry | =LOG(number, [base])
ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| REGEXREPLACE Text | =REGEXREPLACE(text, pattern, replacement, [match_number])
REGEXREPLACE ค้นหาและแทนที่ข้อความจากรูปแบบ Regular Expression ใช้สำหรับ Data Cleaning ที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับ Excel 365 รองรับ backreferences
|
2024 | 6 | 6 | 7 |
| FIXED Text | =FIXED(number, [decimals], [no_commas])
FIXED ปัดเลขและจัดรูปแบบเป็นข้อความพร้อมทศนิยมที่กำหนด (และคอมม่า)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| ARRAYTOTEXT Text | =ARRAYTOTEXT(array, [format])
ฟังก์ชันที่แปลงอาร์เรย์หรือช่วงเซลล์ให้เป็นข้อความเดียว โดยสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผล (อ่านง่ายหรือ Strict Format)
|
2021 | 6 | 3 | 6 |
| ISNA Information | =ISNA(value)
ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| SIGN Math and trigonometry | =SIGN(number)
SIGN ใช้ตรวจสอบเครื่องหมายของตัวเลข โดยคืนค่า 1 (บวก), 0 (ศูนย์), หรือ -1 (ลบ) สะดวกมากเวลาต้องแยกความแตกต่างของตัวเลข
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| EXP Math and trigonometry | =EXP(number)
ฟังก์ชันที่ส่งกลับค่า e (Euler's number) ยกกำลังด้วยจำนวนที่ระบุ ใช้ในการคำนวณการเติบโตแบบต่อเนื่อง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| REGEXEXTRACT Text | =REGEXEXTRACT(text, pattern, [return_mode], [case_sensitivity])
REGEXEXTRACT เป็นฟังก์ชันสำหรับดึงข้อความย่อย (Substring) ที่ตรงกับรูปแบบ Regular Expression (Regex) ที่กำหนด เหมาะสำหรับการทำ Data Cleaning ขั้นสูง
|
2024 | 6 | 6 | 7 |
| TYPE Information | =TYPE(value)
TYPE ส่งกลับตัวเลข (1-128) ที่ระบุชนิดของข้อมูล เช่น ตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือข้อผิดพลาด
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| AGGREGATE Math and trigonometry | =AGGREGATE(function_num, options, ref1, [ref2], ...)
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
|
2010 | 6 | 3 | 7 |
| NUMBERVALUE Text | =NUMBERVALUE(text, [decimal_separator], [group_separator])
แปลงข้อความให้เป็นตัวเลข โดยกำหนดตัวคั่นทศนิยมและหลักพันได้เอง (ไม่ขึ้นกับ Locale ของระบบ)
|
2013 | 6 | 3 | 6 |
| DOLLAR Text | =DOLLAR(number, [decimals])
DOLLAR แปลงตัวเลขให้เป็นข้อความในรูปแบบสกุลเงิน ($) พร้อมลูกน้ำและทศนิยมตามที่ระบุ
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| MODE Compatibility | =MODE(number1, [number2], ...)
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| CHOOSECOLS Lookup and reference | =CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)
CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)
|
9999 | 6 | 4 | 7 |
| STDEV Compatibility | =STDEV(number1, ...)
STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1
|
2003 | 6 | 4 | 7 |
| STDEV.P Statistical | =STDEV.P(number1, [number2], ...)
STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)
|
2010 | 6 | 4 | 6 |
| REGEXTEST Text | =REGEXTEST(text, pattern, [case_sensitivity])
REGEXTEST เป็นฟังก์ชันสำหรับทดสอบว่าข้อความตรงกับรูปแบบ Regular Expression ที่กำหนดหรือไม่ คืนค่า TRUE หรือ FALSE เหมาะสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Validation) เช่น ที่อยู่อีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือรูปแบบข้อมูลอื่น ๆ
|
2024 | 6 | 5 | 7 |
| COLUMNS Lookup and reference | =COLUMNS(array)
นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ที่ระบุ ใช้บ่อยคู่กับ OFFSET หรือ VLOOKUP เพื่อทำสูตรแบบ dynamic ที่ปรับตามขนาดตารางเอง
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| QUOTIENT Math and trigonometry | =QUOTIENT(numerator, denominator)
หารตัวเลขสองตัวแล้วส่งกลับเฉพาะผลหารที่เป็นจำนวนเต็ม ตัดเศษทิ้งไปเลย เหมาะกับงานแบ่งของเป็นชุด จัดตารางกะงาน หรือคำนวณจำนวนกล่องที่บรรจุได้เต็มลัง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| CHOOSEROWS Lookup and reference | =CHOOSEROWS(array, row_num1, [row_num2], ...)
CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)
|
9999 | 6 | 4 | 7 |
| ISNUMBER Information | =ISNUMBER(value)
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| MEDIAN Statistical | =MEDIAN(number1, [number2], ...)
MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย