COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| range | Range | ช่วงเซลล์ที่ต้องการตรวจสอบหาเซลล์ว่าง เช่น A1:A10 หรือ B2:D20 หรือแม้แต่ตารางทั้งหมด |
COUNTBLANK คือฟังก์ชันง่าย ๆ แต่มีประโยชน์มากในการนับเซลล์ที่ไม่มีข้อมูล เพื่อให้คุณรู้ว่าแบบฟอร์มหรือตารางข้อมูลของคุณมีจำนวนช่องว่างเท่าไหร่
สิ่งที่ต้องระวังคือ COUNTBLANK นับทั้งเซลล์ว่างแท้จริง และเซลล์ที่มีสูตรส่งคืนค่าว่าง (“”) เหมือนกัน ดังนั้นถ้าคุณใช้สูตร =IF(…, “”, “X”) เซลล์ที่แสดง “” ก็จะถูกนับเป็นช่องว่าง แม้ว่าจะมีสูตรอยู่
ส่วนตัวผม ผมชอบใช้ COUNTBLANK เพื่อเช็คว่าแบบฟอร์มนี้มีการกรอกข้อมูลครบหรือยัง ถ้านับเจออีก 5 ช่องว่าง ก็รู้ว่าต้องกรอกเพิ่มเติมอีก 5 ช่อง ง่าย ๆ แต่เวิร์กได้ดี
สมมติ A1:A10 มี 7 เซลล์ที่มีข้อมูล และ 3 เซลล์ว่าง ผลลัพธ์คือ 3
ตรวจสอบว่าช่วง B2:B20 มีเซลล์ว่างหรือไม่ ถ้าไม่มี (นับได้ 0) แสดง "ครบถ้วน" ถ้ามี ให้แสดงจำนวนช่องที่ยังขาด
ใช้ COUNTA ลบด้วย COUNTBLANK เพื่อให้ได้จำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลจริง ๆ (หรือใช้ COUNTA(A1:A10) โดยตรง)
สำหรับแต่ละแถว ตรวจสอบว่าคอลัมน์ B ถึง E มีเซลล์ว่างหรือไม่ ใช้สูตรนี้ในคอลัมน์ F เพื่อเช็คทุกแถวพร้อมกัน
เพราะ COUNTBLANK นับเซลล์ที่ไม่มีค่า ไม่ว่าจะว่างแท้ๆ หรือมีสูตรส่งคืนค่าว่าง ("") ถ้าต้องการแยก ให้ใช้ =COUNTIF(range, "") หรือ COUNTIF(range, "") แทน
เซลล์ที่มีค่า 0 ไม่ถูกนับ เพราะ 0 ถือว่าเป็นข้อมูล แต่เซลล์ที่มีช่องว่าง " " จะถูกนับเป็นช่องว่าง
ใช้ได้ทั้ง Excel for Microsoft 365, Excel 2024, Excel 2021, Excel 2019, Excel 2016 และ Excel for the web
COUNTBLANK นับเซลล์ว่าง ส่วน COUNTA นับเซลล์ที่มีข้อมูล ทั้งสองรวมกันจะเท่ากับจำนวนเซลล์ทั้งหมด
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ COUNTBLANK จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) โดยเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ ค่า Logic และ error values โดยอัตโนมัติ รวมถึงตัวเลขลบ เปอร์เซ็นต์ วันที่ เวลา เศษส่วน และผลลัพธ์จากสูตรที่คืนค่าเป็นตัวเลข ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะนับข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง
COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง ("") ที่เกิดจากสูตร
.
เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือนับจำนวนรายการโดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็น Data Type ใดก็ตาม
COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร
COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว
.
ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่
.
ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ
FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
ISBLANK ตรวจสอบเซลล์ว่างจริงเท่านั้น หากเซลล์มีสูตรคืนค่า "" (empty string) จะถือว่าไม่ว่าง
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่