| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| ROW Lookup and reference | =ROW([reference])
ROW ส่งคืนหมายเลขแถว (Row Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขแถว 1, 2, 3… มีประโยชน์ในการกำหนดหมายเลขลำดับแบบไดนามิก และสร้างสูตรที่ปรับตัวตามตำแหน่ง
|
2003 | 8 | 3 | 9 |
| TRIM Text | =TRIM(text)
TRIM ลบช่องว่างที่ด้านหน้า ด้านหลัง และลดช่องว่างระหว่างคำให้เหลือเพียงเคาะเดียว เหมาะสำหรับทำความสะอาดข้อมูลที่ Copy จากเว็บหรือระบบอื่น
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| DATE Date and Time | =DATE(year, month, day)
DATE สร้างวันที่จากตัวเลขปี เดือน วัน แยกกัน รองรับการบวก/ลบเดือนที่เกิน 12 หรือค่าลบ และปรับวันที่ให้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้างวันที่จากสูตรหรือใช้ในเงื่อนไข SUMIFS COUNTIFS AVERAGEIFS
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| NOT Logical | =NOT(logical)
NOT ใช้กลับค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE เอาไว้เขียนเงื่อนไขแบบ 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เข้าเงื่อนไข' โดยเฉพาะตอนสูตรซับซ้อนจนเขียนแบบเทียบตรงๆ ด้วย ไม่ไหว เช่น กรองข้อมูลไม่ซ้ำ หรือเช็คว่าค่าไม่หลุดช่วงที่กำหนด
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| TODAY Date and Time | =TODAY()
TODAY คืนค่า Serial Number ของวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเวลาจะเป็น 0:00:00 เสมอ.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท ที่ต้องระวังคือไม่เหมาะกับการบันทึกวันที่ทำรายการ (Transaction Date) ที่ต้องการให้คงที่ครับ เพราะมันจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์
|
2003 | 8 | 1 | 9 |
| FALSE Logical | =FALSE()
FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
|
2003 | 8 | 3 | 10 |
| MID Text | =MID(text, start_num, num_chars)
MID ตัดข้อความออกจากตำแหน่งเริ่มต้นที่คุณกำหนด โดยระบุความยาวของข้อความที่ต้องการ สะดวกมากสำหรับดึงข้อมูลบางส่วนจากข้อความที่ยาว เช่น รหัสสินค้า, รหัสพนักงาน, หรือวันที่ที่ฝังตัวในข้อความ
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| AVERAGEIF Statistical | =AVERAGEIF(range, criteria, [average_range])
AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก
|
2007 | 8 | 4 | 9 |
| OR Logical | =OR(logical1, [logical2], ...)
OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น
|
2003 | 8 | 2 | 10 |
| SORT Lookup and reference | =SORT(array, [sort_index], [sort_order], [by_col])
SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์
|
2021 | 8 | 4 | 9 |
| TEXTSPLIT Text | =TEXTSPLIT(text, col_delimiter, [row_delimiter], [ignore_empty], [match_mode], [pad_with])
TEXTSPLIT เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ช่วยแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นอาร์เรย์ของค่า (Spill) ตามตัวคั่นที่ระบุ สามารถแยกข้อมูลออกไปทางขวา (คอลัมน์) หรือลงด้านล่าง (แถว) หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลนำเข้าที่รวมกันอยู่ในเซลล์เดียว
|
9999 | 7 | 4 | 8 |
| HYPERLINK Lookup and reference | =HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| RANK.EQ Statistical | =RANK.EQ(number, ref, [order])
RANK.EQ จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับที่ดีที่สุดเหมือนกัน เหมาะสำหรับการจัดอันดับการแข่งขัน ยอดขาย หรือคะแนน
|
2010 | 7 | 4 | 7 |
| SEARCH Text | =SEARCH(find_text, within_text, [start_num])
SEARCH ค้นหาตำแหน่งของคำที่ต้องการในข้อความหลัก ถ้าเจอคืนตัวเลขตำแหน่งที่พบ ถ้าไม่เจอคืน #VALUE! ต่างจาก FIND ตรงที่ไม่แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (A=a) และใช้ wildcard (* กับ ?) ค้นหาแบบมีรูปแบบได้ เอาไปต่อกับ ISNUMBER ก็กลายเป็นสูตรเช็คว่าเซลล์มีคำนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดในงานจัดหมวดหมู่หรือกรองข้อมูลจากคำสำคัญ
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| ADDRESS Lookup and reference | =ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| EXPAND Lookup and reference | =EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| UPPER Text | =UPPER(text)
UPPER เปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (เช่น "excel" -> "EXCEL") มักใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือค้นหา (Lookup)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| WRAPCOLS Lookup and reference | =WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| VSTACK Lookup and reference | =VSTACK(array1, [array2], ...)
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| FORMULATEXT Lookup and reference | =FORMULATEXT(reference)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
|
2013 | 7 | 5 | 10 |
| SMALL Statistical | =SMALL(array, k)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| FIND Text | =FIND(find_text, within_text, [start_num])
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| WRAPROWS Lookup and reference | =WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| HSTACK Lookup and reference | =HSTACK(array1, [array2], ...)
HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel Math and trigonometry |
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| EDATE Date and Time | =EDATE(start_date, months)
EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| SUBSTITUTE Text | =SUBSTITUTE(text, old_text, new_text, [instance_num])
SUBSTITUTE ค้นหาคำเก่า (old_text) ในข้อความแล้วแทนที่ด้วยคำใหม่ (new_text) โดยแยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (case-sensitive) และเลือกได้ว่าจะแทนที่ทุกจุดที่เจอ หรือเฉพาะลำดับที่ระบุผ่าน instance_num งานที่ใช้บ่อยคือลบตัวคั่นออกจากตัวเลขที่ถูกเก็บเป็นข้อความ เปลี่ยนโดเมนอีเมลหลังรีแบรนด์ หรือล้างอักขระที่พิมพ์มาผิดรูปแบบก่อนนำไปคำนวณต่อ
|
2003 | 7 | 4 | 9 |
| TAKE Lookup and reference | =TAKE(array, rows, [columns])
TAKE ช่วยตัดข้อมูลบางส่วนออกมาใช้งาน โดยระบุจำนวนที่ต้องการ ถ้าใส่เลขบวกจะดึงจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ถ้าใส่เลขลบจะดึงจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) คล้ายกับคำสั่ง LIMIT หรือ TOP/BOTTOM ใน Database
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| MINUTE Date and Time | =MINUTE(serial_number)
MINUTE ดึงค่านาที (0-59) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ HOUR และ SECOND เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| COPILOT Add-in and Automation | =COPILOT(prompt_part1, [context1], [prompt_part2], [context2], ...)
COPILOT เป็นฟังก์ชันแรกใน Excel ที่ใช้ AI (GPT-4.1-mini) ประมวลผลข้อมูลและสร้างข้อความตามคำสั่งที่กำหนด เหมาะสำหรับสรุปข้อมูล จัดหมวดหมู่ และสร้าง content อัตโนมัติ
|
7 | 6 | 9 | |
| INT Math and trigonometry | =INT(number)
INT จะปัดตัวเลขลงไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวเลขนั้นเสมอ สำหรับจำนวนบวกจะเหมือนการตัดทศนิยมทิ้ง แต่สำหรับจำนวนลบจะปัดลงให้มีค่าติดลบมากขึ้น (เช่น -5.5 จะเป็น -6)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| CHOOSE Lookup and reference | =CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)
CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| TIMEVALUE Date and Time | =TIMEVALUE(time_text)
TIMEVALUE แปลงข้อความเวลาให้เป็น serial number (ค่าทศนิยม 0-0.999…) รองรับรูปแบบ 12 ชั่วโมง (AM/PM) และ 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับแปลงเวลาที่ Import มาจากระบบอื่น
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
| ISOWEEKNUM Date and Time | =ISOWEEKNUM(date)
ISOWEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ตามมาตรฐาน ISO 8601 (สัปดาห์เริ่มวันจันทร์ สัปดาห์แรกมีวันพฤหัสบดี) ทำให้วันที่ 1 ม.ค. อาจอยู่ในสัปดาห์ปีก่อน ใช้ในการรายงานแบบรายสัปดาห์ตามมาตรฐานสากล
|
2013 | 7 | 3 | 7 |
| MOD Math and trigonometry | =MOD(number, divisor)
MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| IMAGE Lookup and reference | =IMAGE(source, [alt_text], [sizing], [height], [width])
IMAGE แสดงรูปภาพจาก URL ในเซลล์ Excel โดยรูปจะเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ สามารถกำหนดขนาด อัตราส่วน และ Alt Text ได้ เหมาะสำหรับสร้างรายการสินค้าหรือ Dashboard
|
9999 | 7 | 5 | 9 |
| TEXTAFTER Text | =TEXTAFTER(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])
TEXTAFTER ดึงข้อความหลังจากตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า MID+FIND ใช้คู่กับ TEXTBEFORE TEXTSPLIT
|
2024 | 7 | 4 | 8 |
| DAYS360 Date and Time | =DAYS360(start_date, end_date, [method])
DAYS360 คำนวณจำนวนวันระหว่างสองวันที่โดยใช้เกณฑ์ปีละ 360 วัน (เดือนละ 30 วัน) เป็นมาตรฐานในงานบัญชีและการเงิน รองรับ 2 วิธีคำนวณ: US (NASD) และ European
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| DATEVALUE Date and Time | =DATEVALUE(date_text)
DATEVALUE แปลงวันที่ที่อยู่ในรูปข้อความให้เป็น serial number ซึ่ง Excel ใช้เก็บวันที่ รองรับรูปแบบวันที่หลากหลาย เหมาะสำหรับแปลงวันที่ที่ Import มาจากระบบอื่น
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| HOUR Date and Time | =HOUR(serial_number)
HOUR ดึงค่าชั่วโมง (0-23) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ MINUTE และ SECOND เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| ROUNDUP Math and trigonometry | =ROUNDUP(number, num_digits)
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| TEXTBEFORE Text | =TEXTBEFORE(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])
TEXTBEFORE ดึงข้อความก่อนหน้าตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า LEFT+FIND ใช้คู่กับ TEXTAFTER TEXTSPLIT
|
9999 | 7 | 4 | 8 |
| LARGE Statistical | =LARGE(array, k)
LARGE คืนค่าตัวเลขที่มากที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MAX ถ้า k=n จะได้ค่าที่น้อยที่สุด (MIN) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Top N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| ABS Math and trigonometry | =ABS(number)
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
|
2003 | 7 | 1 | 7 |
| NETWORKDAYS Date and Time | =NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])
NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| PROPER Text | =PROPER(text)
PROPER แปลงตัวอักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Title Case) และแปลงตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคน ชื่อสถานที่ ใช้ร่วมกับ UPPER LOWER TRIM เพื่อทำความสะอาดข้อมูล
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| LOOKUP Lookup and reference | =LOOKUP(lookup_value, lookup_vector, [result_vector])
LOOKUP ค้นหาค่าในช่วงข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว (ascending) และคืนค่าจากตำแหน่งเดียวกันในอีกช่วงหนึ่ง มีเทคนิคพิเศษคือหาค่าสุดท้ายที่ไม่ว่าง แนะนำใช้ XLOOKUP แทนสำหรับ Excel 365
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| ROUNDDOWN Math and trigonometry | =ROUNDDOWN(number, num_digits)
ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| INDIRECT Lookup and reference | =INDIRECT(ref_text, [a1])
INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| WEEKNUM Date and Time | =WEEKNUM(serial_number, [return_type])
WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย