| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| QUOTIENT Math and trigonometry | =QUOTIENT(numerator, denominator)
หารตัวเลขสองตัวแล้วส่งกลับเฉพาะผลหารที่เป็นจำนวนเต็ม ตัดเศษทิ้งไปเลย เหมาะกับงานแบ่งของเป็นชุด จัดตารางกะงาน หรือคำนวณจำนวนกล่องที่บรรจุได้เต็มลัง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| CHOOSEROWS Lookup and reference | =CHOOSEROWS(array, row_num1, [row_num2], ...)
CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)
|
9999 | 6 | 4 | 7 |
| ISNUMBER Information | =ISNUMBER(value)
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| MEDIAN Statistical | =MEDIAN(number1, [number2], ...)
MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| STDEV.S Statistical | =STDEV.S(number1, [number2], ...)
STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
|
2010 | 6 | 4 | 7 |
| JIS Text | =JIS(text)
JIS แปลงตัวอักษร half-width (ครึ่งความกว้าง) เป็น full-width (เต็มความกว้าง) สำหรับภาษาญี่ปุ่นและจีน
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| ACOS Math and trigonometry | =ACOS(number)
ACOS คือฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้หาค่ามุม (เป็นเรเดียน) จากค่า Cosine ของมุมนั้น เหมือนกับการถามว่า 'มุมไหนมี Cosine เท่านี้'
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| PRODUCT Math and trigonometry | =PRODUCT(number1, [number2], ...)
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| POWER Math and trigonometry | =POWER(number, power)
POWER คำนวณค่าการยกกำลังได้ง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องหมาย ^ ในสูตรที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| CLEAN Text | =CLEAN(text)
ลบตัวอักษรที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ (ASCII 0-31) ออกจากข้อความ มีประโยชน์เมื่อคัดลอกข้อมูลจากระบบอื่นที่มีอักขระซ่อนอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| ISODD Information | =ISODD(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นเลขคี่หรือไม่ ส่งกลับ TRUE ถ้าเป็นคี่ FALSE ถ้าเป็นคู่
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| VALUETOTEXT Text | =VALUETOTEXT(value, [format])
แปลงค่าใดๆ (ตัวเลข, วันที่, อาร์เรย์, หรือแม้กระทั่ง Error) ให้เป็นข้อความเพื่อใช้งานได้จริง
|
2021 | 6 | 3 | 6 |
| SQRT Math and trigonometry | =SQRT(number)
SQRT คำนวณรากที่สองของตัวเลข ใช้ได้กับจำนวนบวกเท่านั้น ถ้าเป็นจำนวนลบจะ error #NUM!
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| ISBLANK Information | =ISBLANK(value)
ISBLANK ตรวจสอบเซลล์ว่างจริงเท่านั้น หากเซลล์มีสูตรคืนค่า "" (empty string) จะถือว่าไม่ว่าง
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| SUBTOTAL Math and trigonometry | =SUBTOTAL(function_num, ref1, [ref2], ...)
SUBTOTAL คำนวณผลรวมย่อยหรือสถิติอื่นๆ ที่สามารถ "ตัดแถวซ่อนออก" ได้อัตโนมัติ ต่างจาก SUM ที่รวมทุกอย่าง
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| DAYS Date and Time | =DAYS(end_date, start_date)
ส่งกลับจำนวนวันระหว่างวันที่สองวัน (จบ – เริ่ม) คำนวณผลต่างของวันที่อย่างง่ายดาย
|
2013 | 6 | 3 | 8 |
| RANDARRAY Math and trigonometry | =RANDARRAY([rows], [columns], [min], [max], [whole_number])
RANDARRAY สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขสุ่มระหว่างค่าที่กำหนด สามารถระบุจำนวนแถว คอลัมน์ ช่วงค่า และชนิดข้อมูล (จำนวนเต็มหรือทศนิยม)
|
2021 | 6 | 3 | 6 |
| UNICHAR Text | =UNICHAR(number)
ส่งกลับตัวอักษร Unicode จากรหัสตัวเลข ใช้สร้างสัญลักษณ์พิเศษ emoji และตัวอักษรจากหลากหลายภาษา
|
2013 | 6 | 2 | 8 |
| MODE.MULT Statistical | =MODE.MULT(number1, [number2], ...)
MODE.MULT ค้นหาค่าที่ซ้ำกันมากที่สุด (ฐานนิยม) ของข้อมูล และคืนค่าเป็น Array หากมีหลายค่าที่ซ้ำเท่าๆ กัน
|
2010 | 6 | 3 | 6 |
| TRUNC Math and trigonometry | =TRUNC(number, [num_digits])
ตัดส่วนทศนิยมออกไปเลยโดยไม่ปัดเศษ เหลือแต่ตัวเลขที่คุณต้องการจำนวนหลักเท่านั้น
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| RANDBETWEEN Math and trigonometry | =RANDBETWEEN(bottom, top)
RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| DBCS Text | =DBCS(text)
DBCS แปลงข้อความ half-width (single-byte) เป็น full-width (double-byte) เหมือนฟังก์ชัน JIS
|
2013 | 6 | 2 | 8 |
| REPLACE Text | =REPLACE(old_text, start_num, num_chars, new_text)
REPLACE แทนที่ข้อความจากตำแหน่งที่กำหนด โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น จำนวนตัวอักษรที่ต้องการลบ และข้อความใหม่ที่จะใส่แทน แตกต่างจาก SUBSTITUTE ที่ค้นหาคำที่ตรงตามความพึงพอใจ REPLACE ใช้ตำแหน่งแน่นอน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| SUMSQ Math and trigonometry | =SUMSQ(number1, [number2], ...)
SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| UNICODE Text | =UNICODE(text)
ส่งกลับรหัส Unicode ของตัวอักษรตัวแรก เป็นฟังก์ชันคู่กับ UNICHAR
|
2013 | 6 | 2 | 8 |
| ISTEXT Information | =ISTEXT(value)
ISTEXT ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นข้อความจริงหรือไม่ จุดเด่นของมันคือมันแยกความแตกต่างระหว่าง '123' (ข้อความ) กับ 123 (ตัวเลข) ซึ่งช่วยเมื่อต้องการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลก่อนคำนวณ
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| VAR Compatibility | =VAR(number1, [number2], ...)
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
|
2003 | 6 | 4 | 6 |
| MODE.SNGL Statistical | =MODE.SNGL(number1, [number2], ...)
MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
|
2010 | 6 | 3 | 6 |
| VAR.P Statistical | =VAR.P(number1, [number2], ...)
VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง
|
2010 | 6 | 4 | 6 |
| MINVERSE Math and trigonometry | =MINVERSE(array)
ฟังก์ชันที่ใช้หาค่า Inverse Matrix (เมทริกซ์ผกผัน) จากเมทริกซ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นหรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
|
2003 | 6 | 1 | 6 |
| RAND Math and trigonometry | =RAND()
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| CODE Text | =CODE(text)
ส่งกลับรหัส ASCII (ANSI code) ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ ตรงข้ามกับฟังก์ชัน CHAR
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| ISERROR Information | =ISERROR(value)
ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| SUMX2MY2 Math and trigonometry | =SUMX2MY2(array_x, array_y)
SUMX2MY2 คำนวณผลรวมของผลต่างกำลังสอง (x² – y²) จากสองช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบสถิติและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลคู่
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| LOG10 Math and trigonometry | =LOG10(number)
หาค่าลอการิทึมฐาน 10 ของตัวเลข ใช้บ่อยในงานคำนวณเดซิเบล ค่า pH ทางเคมี และการบีบอัดข้อมูลที่มีช่วงค่ากว้างมากให้อยู่ในสเกลที่อ่านง่ายขึ้น
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| COUNTBLANK Statistical | =COUNTBLANK(range)
COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| N Information | =N(value)
N แปลงค่าต่างๆให้เป็นตัวเลข (TRUE→1, FALSE→0, วันที่→Serial Number, ข้อความ→0)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| FLOOR.MATH Math and trigonometry | =FLOOR.MATH(number, [significance], [mode])
ปัดเศษลงเป็นจำนวนเต็มหรือทศนิยมตามตัวคูณที่ระบุ โดยมีการควบคุมทิศทางการปัดสำหรับจำนวนลบ
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| GROUPBY Statistical | =GROUPBY(row_fields, values, function, [field_headers], [total_depth], [sort_order], [filter_array], [field_relationship])
GROUPBY เป็นฟังก์ชันใหม่ใน Excel 365 ที่ใช้จัดกลุ่มข้อมูลและคำนวณผลสรุป (เช่น SUM, COUNT, AVERAGE) ตามกลุ่มนั้นๆ คล้ายกับการทำงานของ Pivot Table แต่ยืดหยุ่นกว่าเพราะเป็นสูตร สามารถกำหนดหัวตาราง ผลรวมย่อย และการเรียงลำดับได้ในตัว
|
9999 | 5 | 4 | 6 |
| ACOSH Math and trigonometry | =ACOSH(number)
คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Cosine (ค่าผกผันของ Hyperbolic Cosine) ของตัวเลข ใช้ในงานคณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ วิศวกรรม และสถิติที่เกี่ยวข้องกับระบบไฮเพอร์โบลิก
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| PERCENTILE.EXC Statistical | =PERCENTILE.EXC(array, k)
PERCENTILE.EXC หาค่าเปอร์เซ็นไทล์ของข้อมูล โดยไม่รวมค่าที่ 0% และ 100% (Exclusive method) เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีการกระจายตัวแบบปกติและต้องการการประเมินที่แม่นยำยิ่งขึ้น
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| GAMMA Statistical | =GAMMA(number)
ส่งกลับค่า Gamma function Γ(x) ซึ่งเป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์ที่ขยายแนวคิดของแฟกทอเรียลไปยังจำนวนจริงและจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 5 | 4 | 6 |
| IRR Financial | =IRR(values, [guess])
IRR คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return) สำหรับชุดกระแสเงินสด โดยเป็นอัตราที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 0
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| SQRTPI Math and trigonometry | =SQRTPI(number)
ฟังก์ชัน SQRTPI ใน Excel ใช้คำนวณรากที่สองของผลคูณระหว่างตัวเลขที่ระบุกับค่า Pi เทียบเท่ากับการเขียน SQRT(number*PI()) แยกสองขั้นตอน นิยมใช้ในสูตรสถิติเรื่องการแจกแจงแบบปกติ (normal distribution) และสมการฟิสิกส์ที่เกี่ยวกับการแพร่กระจาย ผลลัพธ์เป็นตัวเลขทศนิยมเสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| COVARIANCE.P Statistical | =COVARIANCE.P(array1, array2)
ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| LOGEST Statistical | =LOGEST(known_y's, [known_x's], [const], [stats])
LOGEST ใช้คำนวณค่าสถิติสำหรับเส้นโค้ง Exponential ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อวิเคราะห์การเติบโตแบบเลขชี้กำลัง
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| NORM.S.INV Statistical | =NORM.S.INV(probability)
ฟังก์ชัน NORM.S.INV ใช้หาค่า Z-score (ค่าผกผัน) จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, std=1) ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและการประเมินความเสี่ยง
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| MROUND Math and trigonometry | =MROUND(number, multiple)
ปัดเศษจำนวนให้เป็นค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามตัวคูณที่ระบุ เหมาะสำหรับราคา เวลา และการจัดการหลาย ๆ จำนวนเศษ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SINH Math and trigonometry | =SINH(number)
ฟังก์ชัน SINH ใน Excel ใช้คำนวณค่า Hyperbolic Sine ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งมาจากสมการไฮเพอร์โบลา ไม่เกี่ยวกับมุมหรือวงกลมเหมือน SIN ธรรมดา นิยมใช้ในงานวิศวกรรมโครงสร้าง เช่น คำนวณรูปทรงสายเคเบิลห้อย (catenary) และงานฟิสิกส์ขั้นสูง
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| YEARFRAC Date and Time | =YEARFRAC(start_date, end_date, [basis])
YEARFRAC คำนวณว่าระหว่างวันที่สองวัน ผ่านไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ของปี เป็นเลขทศนิยม
|
2003 | 5 | 4 | 8 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย