| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| STANDARDIZE Statistical | =STANDARDIZE(x, mean, standard_dev)
STANDARDIZE คำนวณค่า Z-Score ซึ่งแสดงว่าค่านั้นอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ในการทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่บนสเกลเดียวกันได้
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| EXPON.DIST Statistical | =EXPON.DIST(x, lambda, cumulative)
EXPON.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง โดยอ้างอิงจากการแจกแจงแบบ Exponential
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| ISO.CEILING Math and trigonometry | =ISO.CEILING(number, [significance])
ฟังก์ชันปัดเศษขึ้นตามมาตรฐาน ISO ที่ปัดขึ้นเสมอไม่ว่าตัวเลขจะเป็นบวกหรือลบ และไม่สนใจเครื่องหมายของ significance ด้วย
|
2010 | 5 | 2 | 6 |
| QUARTILE.EXC Statistical | =QUARTILE.EXC(array, quart)
QUARTILE.EXC หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยใช้วิธี Exclusive ที่ไม่นับค่าต่ำสุดและสูงสุดเป็นตำแหน่งควอร์ไทล์ที่เป็นไปได้
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| FORECAST.ETS Statistical | =FORECAST.ETS(target_date, values, timeline, [seasonality], [data_completion], [aggregation])
FORECAST.ETS พยากรณ์ค่าในอนาคตโดยใช้เทคนิค Exponential Triple Smoothing (ETS) ซึ่งจัดการกับเทรนด์และฤดูกาลได้อัจฉริยะ
|
2016 | 5 | 4 | 6 |
| GAUSS Statistical | =GAUSS(z)
GAUSS คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าจะอยู่ระหว่างค่าเฉลี่ยและค่า Z-score ที่กำหนด โดยคืนค่า NORM.S.DIST(z, TRUE) – 0.5
|
2013 | 5 | 4 | 6 |
| NPV Financial | =NPV(rate, value1, ...)
คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| FISHERINV Statistical | =FISHERINV(y)
FISHERINV แปลงค่า Fisher transformation กลับเป็นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient) ระหว่าง -1 ถึง 1
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| BINOM.DIST Statistical | =BINOM.DIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)
คำนวณโอกาสที่จะ 'สำเร็จ' จำนวน k ครั้ง จากการทดลอง n ครั้ง (เช่น โยนเหรียญ 10 ครั้ง ออกหัว 5 ครั้ง มีโอกาสกี่ %)
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| PHI Statistical | =PHI(x)
ฟังก์ชัน PHI ส่งกลับค่าฟังก์ชันความหนาแน่นความน่าจะเป็น (PDF) สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal Distribution) ที่ค่า Z ที่ระบุ มีประโยชน์ในการวิเคราะห์สถิติและความน่าจะเป็น
|
2013 | 5 | 4 | 6 |
| ROMAN Math and trigonometry | =ROMAN(number, [form])
ROMAN ใช้แปลงตัวเลข (1–3999) ให้เป็นเลขโรมันในรูปข้อความ เช่น 10 → "X" และ 2024 → "MMXXIV" โดยสามารถกำหนดรูปแบบ (form) เพื่อให้เป็นแบบคลาสสิกหรือแบบย่อได้
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| CEILING.MATH Math and trigonometry | =CEILING.MATH(number, [significance], [mode])
ปัดตัวเลขขึ้นไปตามตัวคูณที่ระบุ โดยจัดการกับตัวเลขติดลบได้ดีกว่า CEILING ธรรมชาติ เลือกทิศทางการปัดได้
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| COSH Math and trigonometry | =COSH(number)
คำนวณค่า Hyperbolic Cosine (ไฮเพอร์โบลิก โคไซน์) ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| MAXIFS Statistical | =MAXIFS(max_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)
MAXIFS ใช้หาค่าสูงสุดจากช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขหนึ่งหรือมากกว่า แตกต่างจาก MAX ที่หาเพียงค่าสูงสุดทั้งหมด MAXIFS มีความยืดหยุ่นในการกรองข้อมูลก่อนหาค่าสูงสุด
|
2019 | 5 | 4 | 6 |
| F.DIST Statistical | =F.DIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2, cumulative)
F.DIST ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F สำหรับทดสอบความแตกต่างของความแปรปรวนระหว่างกลุ่มข้อมูล มีทั้งโหมด CDF และ PDF
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| DECIMAL Math and trigonometry | =DECIMAL(text, radix)
DECIMAL ใช้แปลง "ข้อความตัวเลข" ที่อยู่ในฐานที่กำหนด (radix 2–36) ให้เป็นเลขฐาน 10 เหมาะเมื่อคุณได้รหัส/เลขฐานอื่นจากระบบภายนอก (เช่น Hex หรือ Binary) แล้วต้องการนำมาคำนวณต่อใน Excel เป็นคู่กลับด้านของ BASE
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| GCD Math and trigonometry | =GCD(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน GCD หาค่าตัวหารร่วมมากที่สุด (Greatest Common Divisor) ของจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการลดทอนเศษส่วนและการแยกตัวประกอบ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| QUARTILE.INC Statistical | =QUARTILE.INC(array, quart)
ฟังก์ชันที่หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยอิงจากการแบ่งข้อมูล 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| FORECAST.ETS.SEASONALITY Statistical | =FORECAST.ETS.SEASONALITY(values, timeline, [data_completion], [aggregation])
ฟังก์ชัน FORECAST.ETS.SEASONALITY ตรวจจับความยาวของรอบฤดูกาล (seasonality) ในข้อมูลอนุกรมเวลา โดยใช้อัลกอริทึม Exponential Triple Smoothing (ETS) ที่ Excel ใช้สำหรับพยากรณ์
|
2016 | 5 | 4 | 6 |
| HYPGEOM.DIST Statistical | =HYPGEOM.DIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop, cumulative)
HYPGEOM.DIST หาความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบไฮเพอร์จีโอเมทริก ใช้สำหรับสถานการณ์การสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัดโดยไม่มีการใส่คืน
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| PMT Financial | =PMT(rate, nper, pv, [fv], [type])
PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| ACOT Math and trigonometry | =ACOT(number)
ฟังก์ชัน ACOT ใช้หาค่า Arccotangent (inverse cotangent) ของตัวเลข โดยคืนค่ามุมในหน่วยเรเดียนตั้งแต่ 0 ถึง Pi
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| FREQUENCY Statistical | =FREQUENCY(data_array, bins_array)
FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| BINOM.DIST.RANGE Statistical | =BINOM.DIST.RANGE(trials, probability_s, number_s, [number_s2])
หาโอกาสความสำเร็จในช่วงที่กำหนด (เช่น สำเร็จระหว่าง 3 ถึง 5 ครั้ง) สะดวกกว่าการใช้ BINOM.DIST มาลบกัน
|
2013 | 5 | 4 | 6 |
| POISSON.DIST Statistical | =POISSON.DIST(x, mean, cumulative)
POISSON.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง ใช้คำนวณความน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนครั้งในช่วงเวลาที่กำหนด
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| COS Math and trigonometry | =COS(number)
ส่งกลับค่า Cosine (โคไซน์) ของมุมที่ระบุในหน่วยเรเดียน ใช้สำหรับคำนวณปัญหาตรีโกณมิติในวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| F.DIST.RT Statistical | =F.DIST.RT(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
ฟังก์ชัน F.DIST.RT ใน Excel ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F ทางหางขวา (Right-tailed) ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น ANOVA เพื่อหาค่า P-value และตัดสินใจว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญหรือไม่
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| FACTDOUBLE Math and trigonometry | =FACTDOUBLE(number)
ฟังก์ชัน FACTDOUBLE ใช้คำนวณค่า Double Factorial (!!) ของตัวเลข เช่น 5!! = 5 × 3 × 1 = 15 หรือ 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| FACT Math and trigonometry | =FACT(number)
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| SIN Math and trigonometry | =SIN(number)
ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้คำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมต้องอยู่ในหน่วยเรเดียนเสมอ นิยมใช้ในงานวิศวกรรม การสำรวจ และฟิสิกส์ เช่น หาความสูงหรือแรงในแนวดิ่งจากมุมเอียงที่ทราบ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวเลขระหว่าง -1 ถึง 1 เสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| FORECAST.ETS.STAT Statistical | =FORECAST.ETS.STAT(values, timeline, statistic_type, [seasonality], [data_completion], [aggregation])
ส่งกลับค่าสถิติต่างๆ จากการวิเคราะห์พยากรณ์แบบ ETS (Exponential Triple Smoothing) เช่น Alpha, Beta, Gamma, MASE, SMAPE, MAE, RMSE และ Step size
|
2016 | 5 | 4 | 6 |
| LOGNORM.DIST Statistical | =LOGNORM.DIST(x, mean, standard_dev, cumulative)
LOGNORM.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Lognormal สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงเบ้ขวา (โดยทั่วไปข้อมูลที่เป็นบวก)
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| NORM.INV Statistical | =NORM.INV(probability, mean, standard_dev)
NORM.INV ช่วยหาค่า x ของการแจกแจงปกติเมื่อทราบความน่าจะเป็น ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นฟังก์ชันผกผันของ NORM.DIST ที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางสถิติและการทำนาย
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| MMULT Math and trigonometry | =MMULT(array1, array2)
คูณเมทริกซ์ 2 ตัวตามกฎพีชคณิตเชิงเส้น (matrix multiplication) ใช้ทำโมเดลถ่วงน้ำหนักหลายมิติ วิเคราะห์ระบบสมการ และงานวิศวกรรม/การเงินที่ต้องคูณตารางข้อมูลหลายชุดพร้อมกัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| INTERCEPT Statistical | =INTERCEPT(known_y's, known_x's)
ฟังก์ชัน INTERCEPT ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณจุดที่เส้นถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression Line) ตัดกับแกน Y (ค่า Y เมื่อ X = 0).
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| BINOM.INV Statistical | =BINOM.INV(trials, probability_s, alpha)
ฟังก์ชันหาจำนวนความสำเร็จที่น้อยที่สุด ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสม >= ค่าเกณฑ์ที่กำหนด เหมือนจะตอบว่า 'ต้องลองกี่ครั้งถึงจะมั่นใจได้'
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| T.DIST.2T Statistical | =T.DIST.2T(x, deg_freedom)
T.DIST.2T ใช้หาค่าความน่าจะเป็น (p-value) ของการแจกแจงแบบ t สองหาง ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| ATANH Math and trigonometry | =ATANH(number)
ATANH คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Tangent ของตัวเลข ซึ่งเป็นค่ากลับของฟังก์ชัน TANH ใช้ในการแก้สมการที่เกี่ยวข้องกับไฮเพอร์โบลิกแทนเจนต์
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| MINA Statistical | =MINA(value1, [value2], ...)
หาค่าต่ำสุดของรายการ พร้อมนับรวมข้อความและค่าตรรกะ ต่างจาก MIN ที่ไม่สนใจข้อความ
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| STDEVA Statistical | =STDEVA(value1, [value2], ...)
STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| F.INV Statistical | =F.INV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| ACOTH Math and trigonometry | =ACOTH(number)
คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Cotangent ของตัวเลข ใช้ในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับฟังก์ชันไฮเปอร์โบลิก
|
2013 | 5 | 2 | 6 |
| EVEN Math and trigonometry | =EVEN(number)
ปัดเศษขึ้นให้เป็นจำนวนเต็มคู่ที่ใกล้ที่สุด โดยปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์ (ห่างจาก 0)
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| FORECAST Statistical | =FORECAST(x, known_y's, known_x's)
ฟังก์ชันที่ใช้สมการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) เพื่อพยากรณ์ค่าในอนาคต โดยยึดตามแนวโน้มข้อมูลในอดีต
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| LOGNORM.INV Statistical | =LOGNORM.INV(probability, mean, standard_dev)
LOGNORM.INV คำนวณค่าผกผันของการแจกแจง Lognormal โดยรับค่าความน่าจะเป็นและส่งคืนค่า X ที่สอดคล้องกับความน่าจะเป็นนั้น ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงิน
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
| PV Financial | =PV(rate, nper, pmt, [fv], [type])
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| FLOOR.PRECISE Math and trigonometry | =FLOOR.PRECISE(number, [significance])
ปัดเศษลงเป็นจำนวนเต็มหรือทศนิยมตามตัวคูณที่ระบุ โดยทำงานกับทั้งเลขบวกและเลขลบ
|
2010 | 5 | 2 | 6 |
| AVEDEV Statistical | =AVEDEV(number1, [number2], ...)
คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| KURT Statistical | =KURT(number1, [number2], ...)
KURT ใช้คำนวณค่าความโด่ง (Kurtosis) ของชุดข้อมูล เพื่อบอกว่าข้อมูลมีความสูง (peaked) หรือความแบน (flat) เมื่อเทียบกับการแจกแจงปกติ
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| CHISQ.DIST Statistical | =CHISQ.DIST(x, deg_freedom, cumulative)
CHISQ.DIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared ซึ่งใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
|
2010 | 5 | 4 | 6 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย