STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย ‘รวม’ ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value1 | Any (Number/Text/Boolean/Range) | ค่าแรก สามารถเป็นตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือการอ้างอิงช่วง |
| [value2]ไม่บังคับ | Any (Number/Text/Boolean/Range) | ค่าที่สอง ขึ้นไปจนถึง 255 ค่า สามารถข้ามไปได้ |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
STDEVA เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้วัดการกระจายของข้อมูล เหมาะสำหรับข้อมูลตัวอย่าง (Sample Data) ไม่ใช่ข้อมูลประชากร
จุดเด่นของ STDEVA คือมันรวม Text และ Logical Values ในการคำนวณ:
– TRUE นับเป็น 1
– FALSE นับเป็น 0
– ข้อความจะนับเป็น 0
ส่วน STDEV.S (หรือ STDEV ยุ่น) จะข้ามข้อความไป ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
ถ้าคุณมี ‘ข้อมูลทั้งหมด’ (ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง) ให้ใช้ STDEVPA แทน STDEVA
สมมติ A2:A10 มีคะแนนสอบ: 85, 90, 78, 92, 88, 95, 80, 87, 91
STDEVA จะคำนวณว่าคะแนนเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยเท่าไหร่
สมมติ B2:B8 มี: 1, 0, TRUE, "No", FALSE, 1, 0
STDEVA จะแปลงเป็น: 1, 0, 1, 0, 0, 1, 0 แล้วคำนวณ SD
สมมติ C2:C6 มี: 5, 3, "N/A", 4, 2
STDEVA นับ "N/A" เป็น 0 → คำนวณ SD ของ [5, 3, 0, 4, 2]
STDEV.S ข้ามข้อความไป → คำนวณ SD ของ [5, 3, 4, 2] เท่านั้น
ผลลัพธ์จึงต่างกัน
ใช้ Table Reference (Table[Column]) จะดึงข้อมูลทั้งคอลัมน์ (ไม่รวม Header) อัพเดตอัตโนมัติเมื่อมีข้อมูลใหม่
STDEVA รวม Text และ Logical Values (text=0, TRUE=1, FALSE=0) ส่วน STDEV.S ข้ามข้อความไป ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันถ้าข้อมูลมีข้อความ
ใช้ STDEVP หรือ STDEVPA (สำหรับรวม Text) แทน STDEVA
ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ค่า สามารถเป็น range หรือค่าแต่ละตัว เช่น =STDEVA(A1:A10, B1:B10, 5, 10)
STDEVA จะแปลงทั้งหมดเป็น 0 แล้วคำนวณ ผลลัพธ์จะเป็น 0 (ไม่มีความแปรปรวน)
ข้อมูลว่างในช่วง (empty cell) จะถูกข้าม แต่ error value จะทำให้ฟังก์ชันคืนค่า error
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ STDEVA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)
STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
STDEVPA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด โดยจะรวมข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (Text = 0, TRUE = 1, FALSE = 0) ต่างจาก STDEV.P ที่จะไม่นับข้อความและตรรกะ
VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป
VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0
STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่