Thep Excel

STDEVหา SD (Sample) ของกลุ่มตัวอย่าง

STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1

fx
=STDEV(number1, [number2, number3, …])

ความนิยม6/10
ความยาก4/10
ประโยชน์7/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
number1 Number/Range ตัวเลขแรกหรือช่วงเซลล์ที่เป็นตัวอย่าง
[number2, number3, …]ไม่บังคับ Number/Range ตัวเลขเพิ่มเติมหรือช่วงเซลล์ (สูงสุด 255 อาร์กิวเมนต์)

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

STDEV เป็นฟังก์ชันคำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งบอกว่าข้อมูลกระจัดกระจายจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน ตัวเลขน้อย = ข้อมูลสม่ำเสมอ, ตัวเลขมาก = ข้อมูลกระจายมาก

ที่ต้องระวังคือ STDEV เป็นฟังก์ชันเก่า Microsoft แนะนำให้ใช้ STDEV.S แทนแล้ว (ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน) ส่วน STDEV.P ใช้สำหรับประชากรทั้งหมด แต่ STDEV ใช้เฉพาะตัวอย่างเท่านั้น

ส่วนตัวผม ถ้างบประมาณหรือสำรวจ = ใช้ STDEV (sample) แต่ถ้าเป็นข้อมูลเต็มตัว = ใช้ STDEV.P 😎

Examples

คำนวณ SD จากคะแนนสอบกลุ่มตัวอย่างSTDEV(A2:A11)

ถ้า A2:A11 มีคะแนน 72, 68, 85, 90, 78, 82, 88, 76, 95, 80 จะได้ SD = 8.65 แสดงว่าคะแนนกระจายตัวประมาณ 8.65 คะแนนจากค่าเฉลี่ย

fx
=STDEV(A2:A11)

ผลลัพธ์8.65
เปรียบเทียบความแปรปรวนของสินค้า 2 แบบสินค้า A: =STDEV(B2:B21) ได้ 2.5 | สินค้า B: =STDEV(C2:C21) ได้ 8.3

ใช้เปรียบเทียบความนำหนักของสินค้า 20 ชิ้น แต่ละแบบ สินค้า A (SD=2.5) สม่ำเสมอกว่า สินค้า B (SD=8.3)

fx
สินค้า A: =STDEV(B2:B21) ได้ 2.5 | สินค้า B: =STDEV(C2:C21) ได้ 8.3

ผลลัพธ์สินค้า A มีการนำหนักสม่ำเสมอ, สินค้า B มีการนำหนักไม่สม่ำเสมอ
ควบคุมคุณภาพการผลิตSTDEV(D2:D100)

วัดความหนาของผลิตภัณฑ์ 99 ชิ้น ได้ SD = 0.15 mm หมายความว่าความหนาเบี่ยงเบนจากมาตรฐาน ±0.15 mm ถ้า SD มากเกินไป = มีปัญหาคุณภาพ

fx
=STDEV(D2:D100)

ผลลัพธ์0.15 mm
วิเคราะห์ความเสี่ยงการลงทุนSTDEV(E2:E252)

วิเคราะห์ผลตอบแทนหุ้นรายวันเป็นเวลา 1 ปี (252 วัน) ได้ SD = 3.2% หมายความว่าผลตอบแทนโดยปกติจะเบี่ยงเบน ±3.2% จากค่าเฉลี่ย (ยิ่ง SD สูง = เสี่ยงสูง)

fx
=STDEV(E2:E252)

ผลลัพธ์3.2%

FAQs

STDEV กับ STDEV.S ต่างกันยังไง?+

ได้ผลลัพธ์เหมือนกันเลย STDEV เป็นฟังก์ชันเก่า STDEV.S เป็นรุ่นใหม่ (Excel 2010+) Microsoft แนะนำให้ใช้ STDEV.S แทน

STDEV ต่างจาก STDEV.P ยังไง?+

STDEV = sample (ตัวอย่าง) ใช้ n-1 | STDEV.P = population (ประชากรทั้งหมด) ใช้ n ถ้าข้อมูลเป็นตัวอย่างเท่านั้น = ใช้ STDEV

ใช้กับ Excel เวอร์ชันไหนได้?+

ทุกเวอร์ชัน Excel (Excel 2007 ขึ้นไป) แม้ว่าเก่า แต่ยังใช้ได้ (แต่ควรใช้ STDEV.S ใหม่กว่า)

STDEV ไม่นับอะไร?+

ไม่นับค่าว่าง (Empty cells), ข้อความ, ข้อผิดพลาด (#N/A, #VALUE!) ในช่วง แต่นับ TRUE/FALSE ถ้าพิมพ์ตรงเซลล์

ทำไม STDEV ใช้ n-1 ไม่ใช้ n?+

เพราะข้อมูลเป็นตัวอย่างเท่านั้น ใช้ n-1 จะ bias ต่ำกว่า n หรือเรียกว่า Bessel's correction

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ STDEV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้STDEVCompatibility
Statistical (11)
AVEDEV

คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)

CONFIDENCE.T

CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก

COVARIANCE.P

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

DEVSQ

DEVSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของผลต่างระหว่างแต่ละค่ากับค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

KURT

KURT ใช้คำนวณค่าความโด่ง (Kurtosis) ของชุดข้อมูล เพื่อบอกว่าข้อมูลมีความสูง (peaked) หรือความแบน (flat) เมื่อเทียบกับการแจกแจงปกติ

SKEW

SKEW คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของข้อมูล ซึ่งบอกว่าการแจกแจงเบ้ไปทางไหน ค่าบวก = เบ้ขวา ค่าลบ = เบ้ซ้าย ค่าศูนย์ = สมมาตร

STDEV.P

STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)

STDEV.S

STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด

STDEVA

STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)

STDEVPA

STDEVPA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด โดยจะรวมข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (Text = 0, TRUE = 1, FALSE = 0) ต่างจาก STDEV.P ที่จะไม่นับข้อความและตรรกะ

VARA

VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป

Compatibility (3)
FTEST

ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)

STDEVP

คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย STDEV.P แล้ว

VAR

VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า

Math and trigonometry (2)
AGGREGATE

AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด

SUMSQ

SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน

Database (2)
DSTDEV

DSTDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Sample) จากฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อต้องการวิเคราะห์ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างจากข้อมูลขนาดใหญ่

DSTDEVP

คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Population) จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไข

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่