STDEVPA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด โดยจะรวมข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (Text = 0, TRUE = 1, FALSE = 0) ต่างจาก STDEV.P ที่จะไม่นับข้อความและตรรกะ
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| value1 | Any (Number, Text, Logical, Range) | ค่าแรกในชุดข้อมูล สามารถเป็นตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือการอ้างอิงเซลล์/ช่วง |
| [value2]ไม่บังคับ | Any (Number, Text, Logical, Range) | ค่าเพิ่มเติม (สามารถใส่ได้ถึง 254 ค่า หรือรวมกับ value1 ได้สูงสุด 255) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
STDEVPA คือฟังก์ชันที่ใช้คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร (Population Standard Deviation) แต่มีความพิเศษคือจะนับข้อความและค่าตรรกะด้วย ซึ่งแตกต่างจากฟังก์ชันประเภท STDEV อื่นๆ
จุดเด่นของ STDEVPA คือความสามารถในการ handle ข้อมูลผสม หากข้อมูลของคุณมีข้อความปนอยู่ STDEVPA จะนับข้อความว่างๆ เป็น 0 แล้วคำนวณการกระจายของข้อมูลรวมทั้งส่วนที่เป็นข้อความด้วย ซึ่งมีประโยชน์เมื่อต้องการวิเคราะห์ความเสี่ยงของข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
ส่วนตัวผม STDEVPA ใช้ก็ไม่บ่อยนัก เพราะในความเป็นจริงถ้าข้อมูลของคุณมี text ผสมอยู่ มักจะต้องทำความสะอาดข้อมูลก่อน แม่น STDEVPA จะ handle ได้ แต่ผลลัพธ์อาจจะ misleading เพราะ text นับเป็น 0 ถ้าข้อมูลคุณมี 100 values แต่ 50 เป็น text ผลลัพธ์จะเอียงไปทางต่ำมาก 😎
ข้อมูล: 10, 15, 20, 25, 30 | ค่าเฉลี่ย = 20 | STDEVPA คำนวณการกระจายตัวของข้อมูลประชากรทั้งหมด ผลลัพธ์ 7.07 บอกว่าข้อมูลกระจายตัวออกไป 7.07 หน่วยจากค่าเฉลี่ย
สมมติ A2:A6 มีค่า 10, 15, ข้อความ "Error", 25, 30 — STDEVPA ถือว่าข้อความที่อยู่ในช่วงเซลล์ = 0 แล้วคำนวณการกระจายของ 10, 15, 0, 25, 30 (ค่าเฉลี่ย = 16) ได้ 10.68 ข้อควรรู้: ข้อความต้องอยู่ในช่วงเซลล์ ถ้าพิมพ์ตรงๆ เช่น =STDEVPA(10,15,"Error",25,30) จะได้ #VALUE!
ข้อมูล: 5, 10, TRUE (นับเป็น 1), FALSE (นับเป็น 0), 15 | STDEVPA คำนวณการกระจายของ 5, 10, 1, 0, 15 | ค่าเฉลี่ย = 6.2 ผลลัพธ์ 5.64
สมมติ A2:A6 มีค่า 10, 15, ข้อความ "Text", 25, 30 — STDEV.P จะไม่นับ "Text" เลย คำนวณเฉพาะ 10, 15, 25, 30 ได้ 7.91 | STDEVPA นับ "Text" ในช่วงเป็น 0 คำนวณ 10, 15, 0, 25, 30 ได้ 10.68 ผลลัพธ์ต่างกันเพราะการนับ text ต่างกัน
STDEVPA รวมข้อความและค่าตรรกะ (Text=0, TRUE=1, FALSE=0) ส่วน STDEV.P จะไม่นับข้อความและตรรกะเลย ถ้าข้อมูลของคุณเป็นตัวเลขล้วน ผลลัพธ์จะเหมือนกัน
ข้อความที่อยู่ในช่วงเซลล์ทั้งหมดนับเป็น 0 ส่วนข้อความตัวเลข (เช่น "5") ที่พิมพ์ตรงในฟังก์ชันจะถูกแปลงเป็นตัวเลข 5 แต่ถ้าพิมพ์ข้อความที่ไม่ใช่ตัวเลขตรงๆ (เช่น "Error") จะได้ #VALUE! ไม่ใช่ 0
ใช้เมื่อข้อมูลของคุณแทนประชากรทั้งหมด (ไม่ใช่ sample) และข้อมูลมี text/logic ปนอยู่ ถ้าข้อมูลเป็นตัวเลขล้วน ใช้ STDEV.P ดีกว่า
STDEVPA ใช้ division by n (สำหรับประชากร) | STDEVA ใช้ division by n-1 (สำหรับ sample) ถ้าข้อมูลของคุณเป็น sample ใช้ STDEVA
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ STDEVPA จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
DEVSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของผลต่างระหว่างแต่ละค่ากับค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)
STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)
VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่