Thep Excel

VARP – คำนวณความแปรปรวนของประชากรทั้งหมด (Compatibility)

คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่

=VARP(number1, [number2], ...)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
2/10

Difficulty
3/10

Usefulness
2/10

Syntax & Arguments

=VARP(number1, [number2], ...)

Argument Type Required Default Description
number1 Number Yes ตัวเลขแรก หรือช่วงข้อมูลที่ต้องการคำนวณ Variance ของประชากร
number2 Number Optional ตัวเลขเพิ่มเติม หรือช่วงข้อมูลอื่นๆ ใส่ได้สูงสุด 255 arguments รวมกัน

Examples

คำนวณ Variance ของชุดข้อมูลง่ายๆ 5 ค่า
VARP(2, 4, 4, 4, 6)
ใส่ตัวเลข 5 ค่าโดยตรง: 2, 4, 4, 4, 6 ค่าเฉลี่ย = 4 และ Variance = [(2-4)²+(4-4)²+(4-4)²+(4-4)²+(6-4)²] / 5 = (4+0+0+0+4)/5 = 1.6 นี่คือตัวอย่างคลาสสิกที่ใช้สอน Variance กันในสถิติ
Excel Formula:

=VARP(2, 4, 4, 4, 6)

Result:

1.6

เปรียบเทียบ VARP กับ VAR (Population vs Sample)
VARP(10, 20, 30, 40, 50)
ชุดข้อมูล 10, 20, 30, 40, 50 มีค่าเฉลี่ย = 30 และ VARP หารด้วย N=5 ได้ Variance = 200 ถ้าใช้ VAR แทนจะได้ 250 เพราะหารด้วย N-1=4 ความแตกต่างนี้สำคัญมาก ถ้าข้อมูลคือประชากรทั้งหมดให้ใช้ VARP แต่ถ้าเป็นแค่ตัวอย่างให้ใช้ VAR
Excel Formula:

=VARP(10, 20, 30, 40, 50)

Result:

200

ค่า Variance เป็น 0 เมื่อข้อมูลเหมือนกันหมด
VARP(5, 5, 5, 5)
เมื่อข้อมูลทุกตัวเท่ากันหมด (5, 5, 5, 5) ค่าเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยเป็น 0 ทุกตัว ดังนั้น Variance = 0 หมายความว่าข้อมูลไม่มีการกระจายตัวเลย ผมใช้กรณีนี้ทดสอบว่าสูตรทำงานถูกต้องหรือเปล่า
Excel Formula:

=VARP(5, 5, 5, 5)

VARP เทียบกับ VAR.P — ผลลัพธ์เหมือนกัน 100%
VARP(1345, 1301, 1368, 1322, 1310)
ทดสอบกับข้อมูล 5 ค่า VARP ให้ผลลัพธ์เดียวกันกับ VAR.P ทุกประการ ฟังก์ชันนี้ยังคงทำงานได้ใน Excel ทุกเวอร์ชัน แต่ถ้าเขียนสูตรใหม่ Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.P เพื่อความชัดเจน
Excel Formula:

=VARP(1345, 1301, 1368, 1322, 1310)

Result:

594.16

FAQs

VARP ต่างจาก VAR อย่างไร?

ผมอธิบายแบบนี้เลย: VARP ใช้สูตร σ² = Σ(x-μ)²/N (หารด้วย N) ส่วน VAR ใช้สูตร s² = Σ(x-x̄)²/(N-1) (หารด้วย N-1) ความแตกต่างคือ VARP ถือว่าข้อมูลทั้งหมดคือ “ประชากร” ที่สมบูรณ์ เช่น คะแนนนักเรียนทั้งห้อง แต่ VAR ถือว่าเราเก็บแค่บางส่วนมาเป็น “ตัวอย่าง” เช่น สำรวจลูกค้าแค่ 100 คนจาก 10,000 คน

ควรใช้ VARP หรือ VAR.P ดี?

ผมแนะนำให้ใช้ VAR.P สำหรับงานใหม่ทุกชิ้น เพราะ Microsoft ระบุว่า VARP เป็น compatibility function ที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้กับเวอร์ชันเก่าเท่านั้น ผลลัพธ์เหมือนกัน 100% แต่ชื่อ VAR.P ชัดเจนกว่า ถ้าเปิดไฟล์เก่าที่ใช้ VARP อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร ปล่อยไว้ได้เลย

VARP จัดการกับ Text หรือ Logical Value อย่างไร?

ตรงนี้ต้องระวัง! ถ้าใส่ TRUE/FALSE หรือตัวเลขในรูปข้อความ **โดยตรงเป็น Argument** (เช่น =VARP(1,TRUE,”2″)) Excel จะนับค่านั้นด้วย แต่ถ้าค่าเหล่านั้นอยู่ใน **Cell Reference หรือ Array** VARP จะข้ามไปเลย ผมเลยระวังไม่ Mix ข้อมูลประเภทต่างกันในช่วงที่ใช้คำนวณ

ทำไมผลลัพธ์ VARP ถึงน้อยกว่า VAR เสมอ?

เพราะตัวหาร! VARP หารด้วย N ส่วน VAR หารด้วย N-1 ตัวหาร N-1 น้อยกว่า N ดังนั้นผลหารของ VAR จึงมากกว่าเสมอ ยิ่งข้อมูลน้อยยิ่งเห็นความแตกต่างชัด เช่น ข้อมูล 3 ตัว: VARP หาร 3, VAR หาร 2 ต่างกันถึง 50%! แต่ถ้าข้อมูล 1000 ตัว ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกันแล้ว

Resources & Related

Additional Notes

VARP คำนวณค่าความแปรปรวน (Variance) โดยถือว่าข้อมูลที่ใส่เป็นประชากรทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง (Sample) สูตรที่ใช้คือ σ² = Σ(x – μ)² / N ซึ่งหารด้วย N ทั้งหมด ต่างจาก VAR ที่หารด้วย N-1 ค่า Variance ยิ่งสูง แปลว่าข้อมูลกระจายตัวมากขึ้น

ที่เจ๋งคือ VARP ยังคงทำงานได้ปกติใน Excel ทุกเวอร์ชัน ตั้งแต่รุ่นเก่าจนถึง Microsoft 365 เลยเหมาะสำหรับไฟล์ที่ต้องส่งให้คนที่ใช้ Excel รุ่นเก่ากว่า 2010 แต่สำหรับงานใหม่ Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.P แทนเพราะผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ

ส่วนตัวผม ถ้าเขียนสูตรใหม่จะใช้ VAR.P เลยเพราะชื่อชัดกว่า แต่ถ้าเจอไฟล์เก่าที่ใช้ VARP อยู่แล้ว ผมก็ปล่อยทิ้งไว้เลย เพราะผลลัพธ์ออกมาเหมือนกัน 100% 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *