คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่
=VARP(number1, [number2], ...)
=VARP(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number | Yes | ตัวเลขแรก หรือช่วงข้อมูลที่ต้องการคำนวณ Variance ของประชากร | |
| number2 | Number | Optional | ตัวเลขเพิ่มเติม หรือช่วงข้อมูลอื่นๆ ใส่ได้สูงสุด 255 arguments รวมกัน |
VARP(2, 4, 4, 4, 6)=VARP(2, 4, 4, 4, 6)
1.6
VARP(10, 20, 30, 40, 50)=VARP(10, 20, 30, 40, 50)
200
VARP(5, 5, 5, 5)=VARP(5, 5, 5, 5)
VARP(1345, 1301, 1368, 1322, 1310)=VARP(1345, 1301, 1368, 1322, 1310)
594.16
ผมอธิบายแบบนี้เลย: VARP ใช้สูตร σ² = Σ(x-μ)²/N (หารด้วย N) ส่วน VAR ใช้สูตร s² = Σ(x-x̄)²/(N-1) (หารด้วย N-1) ความแตกต่างคือ VARP ถือว่าข้อมูลทั้งหมดคือ “ประชากร” ที่สมบูรณ์ เช่น คะแนนนักเรียนทั้งห้อง แต่ VAR ถือว่าเราเก็บแค่บางส่วนมาเป็น “ตัวอย่าง” เช่น สำรวจลูกค้าแค่ 100 คนจาก 10,000 คน
ผมแนะนำให้ใช้ VAR.P สำหรับงานใหม่ทุกชิ้น เพราะ Microsoft ระบุว่า VARP เป็น compatibility function ที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้กับเวอร์ชันเก่าเท่านั้น ผลลัพธ์เหมือนกัน 100% แต่ชื่อ VAR.P ชัดเจนกว่า ถ้าเปิดไฟล์เก่าที่ใช้ VARP อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร ปล่อยไว้ได้เลย
ตรงนี้ต้องระวัง! ถ้าใส่ TRUE/FALSE หรือตัวเลขในรูปข้อความ **โดยตรงเป็น Argument** (เช่น =VARP(1,TRUE,”2″)) Excel จะนับค่านั้นด้วย แต่ถ้าค่าเหล่านั้นอยู่ใน **Cell Reference หรือ Array** VARP จะข้ามไปเลย ผมเลยระวังไม่ Mix ข้อมูลประเภทต่างกันในช่วงที่ใช้คำนวณ
เพราะตัวหาร! VARP หารด้วย N ส่วน VAR หารด้วย N-1 ตัวหาร N-1 น้อยกว่า N ดังนั้นผลหารของ VAR จึงมากกว่าเสมอ ยิ่งข้อมูลน้อยยิ่งเห็นความแตกต่างชัด เช่น ข้อมูล 3 ตัว: VARP หาร 3, VAR หาร 2 ต่างกันถึง 50%! แต่ถ้าข้อมูล 1000 ตัว ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกันแล้ว
VARP คำนวณค่าความแปรปรวน (Variance) โดยถือว่าข้อมูลที่ใส่เป็นประชากรทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง (Sample) สูตรที่ใช้คือ σ² = Σ(x – μ)² / N ซึ่งหารด้วย N ทั้งหมด ต่างจาก VAR ที่หารด้วย N-1 ค่า Variance ยิ่งสูง แปลว่าข้อมูลกระจายตัวมากขึ้น
ที่เจ๋งคือ VARP ยังคงทำงานได้ปกติใน Excel ทุกเวอร์ชัน ตั้งแต่รุ่นเก่าจนถึง Microsoft 365 เลยเหมาะสำหรับไฟล์ที่ต้องส่งให้คนที่ใช้ Excel รุ่นเก่ากว่า 2010 แต่สำหรับงานใหม่ Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.P แทนเพราะผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
ส่วนตัวผม ถ้าเขียนสูตรใหม่จะใช้ VAR.P เลยเพราะชื่อชัดกว่า แต่ถ้าเจอไฟล์เก่าที่ใช้ VARP อยู่แล้ว ผมก็ปล่อยทิ้งไว้เลย เพราะผลลัพธ์ออกมาเหมือนกัน 100% 😎