คำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Student’s t-distribution สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ใช้กับ Excel เวอร์ชันเก่าก่อนที่จะมี T.DIST และ T.DIST.2T เข้ามาแทนที่
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| x | Number | ค่า t-statistic ที่ต้องการหาความน่าจะเป็น ต้องเป็นค่าที่ไม่ติดลบ (x ≥ 0) มิฉะนั้นจะได้ #NUM! |
| deg_freedom | Integer | degrees of freedom ต้องเป็นจำนวนเต็มที่มีค่าอย่างน้อย 1 ขึ้นไป โดยทั่วไปคือ n-1 ของขนาดตัวอย่าง |
| tails | Integer | ระบุประเภทการทดสอบ: ใส่ 1 สำหรับ one-tailed test (P(X > x)) หรือ 2 สำหรับ two-tailed test (P(|X| > x)) ค่าอื่นนอกจาก 1 และ 2 จะได้ #NUM! |
TDIST คำนวณค่า p-value จากการแจกแจงแบบ Student’s t-distribution โดยรับค่า t-statistic (x), degrees of freedom, และจำนวน tails (1 หรือ 2) แล้วคืนค่าความน่าจะเป็นที่ใช้ตัดสินใจว่าจะ reject หรือ fail to reject สมมติฐานหลักในการทดสอบทางสถิติ ฟังก์ชันนี้ใช้ได้เฉพาะค่า x ที่ไม่ติดลบ (x ≥ 0) และ tails ต้องเป็น 1 หรือ 2 เท่านั้น
ที่เจ๋งคือ แค่ใส่ค่า t ที่คำนวณได้จากการทดสอบ พร้อม degrees of freedom ก็ได้ค่า p-value ออกมาทันที ไม่ต้องไปเปิดตาราง t-distribution ให้เสียเวลา และยังเลือกได้ว่าจะทดสอบแบบ one-tailed หรือ two-tailed ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
ส่วนตัวผม ถ้าเปิดไฟล์เก่าที่ใช้ TDIST อยู่แล้วก็ไม่ต้องรีบเปลี่ยน แต่ถ้าสร้างไฟล์ใหม่ ผมแนะนำให้ใช้ T.DIST.2T หรือ T.DIST.RT แทนเลย เพราะ Microsoft บอกว่าแม่นยำกว่าและรองรับในอนาคต 😎
หาค่า p-value แบบ one-tailed สำหรับค่า t = 2.5 ที่มี degrees of freedom = 10 ได้ผลลัพธ์ประมาณ 0.0157 หรือ 1.57% ซึ่งน้อยกว่า 0.05 แสดงว่าสามารถ reject H0 ได้ที่ระดับนัยสำคัญ 5%
หาค่า p-value แบบ two-tailed สำหรับค่า t = 2.5 ที่มี degrees of freedom = 10 ได้ผลลัพธ์ประมาณ 0.0314 หรือ 3.14% เป็นสองเท่าของ one-tailed เพราะนับทั้งสองหางของการแจกแจง ใช้เมื่อสมมติฐานไม่ระบุทิศทาง
สำหรับ degrees of freedom = 60 และค่า t = 1.96 (เทียบเท่า z = 1.96 ใน normal distribution) ได้ p-value ประมาณ 0.0546 หรือ 5.46% ซึ่งใกล้เคียงกับ 5% ของ normal distribution แสดงให้เห็นว่ายิ่ง df สูงยิ่งใกล้ normal
เปลี่ยนเป็น one-tailed test ด้วยค่าเดิม ได้ p-value ประมาณ 0.0273 หรือ 2.73% ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของ two-tailed พอดี ดังนั้นถ้าเปลี่ยน tails จาก 2 เป็น 1 ผลลัพธ์จะเหลือครึ่งเดียวเสมอ
TDIST รับแค่ tails = 1 หรือ 2 เท่านั้นครับ ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าใส่ค่าอื่น Excel จะ return #NUM! ทันที ผมเคยงงตอนแรกเหมือนกัน เพราะนึกว่ามีตัวเลือกเพิ่มเติม แต่จริงๆ ก็แค่สองแบบนี้พอ
TDIST ออกแบบมาให้รับแค่ค่า x ที่ไม่ติดลบครับ เพราะ t-distribution สมมาตร ถ้าอยากหา p-value สำหรับ t = -2.5 ผมจะใช้ ABS() ครอบก่อน เช่น =TDIST(ABS(-2.5), 10, 1) หรือสลับไปใช้ T.DIST(-2.5, 10, TRUE) ของเวอร์ชันใหม่ที่รับค่าลบได้เลย
TDIST เป็นเวอร์ชันเก่าที่มีมาตั้งแต่ Excel รุ่นแรกๆ ครับ ส่วน T.DIST เป็นเวอร์ชันใหม่ที่ Microsoft แนะนำให้ใช้แทน ข้อแตกต่างสำคัญคือ T.DIST รับค่า x ติดลบได้ และแยกเป็น T.DIST (cumulative), T.DIST.RT (right-tail), T.DIST.2T (two-tailed) ชัดเจนกว่า ผมแนะนำให้ใช้เวอร์ชันใหม่สำหรับงานใหม่ครับ
ขึ้นอยู่กับ H1 ที่ตั้งไว้ครับ ถ้า H1 บอกทิศทางชัดเจน เช่น 'ค่าเฉลี่ยกลุ่ม A มากกว่ากลุ่ม B' ใช้ one-tailed (tails=1) ถ้า H1 แค่บอกว่า 'แตกต่างกัน' โดยไม่ระบุทิศ ใช้ two-tailed (tails=2) ผมเจอสายสถิติหลายคนแนะนำให้ใช้ two-tailed เป็น default ไว้ก่อนเพื่อความ conservative ครับ
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ TDIST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
T.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ t (Student's t-distribution) หางซ้าย ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานกับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
T.DIST.2T ใช้หาค่าความน่าจะเป็น (p-value) ของการแจกแจงแบบ t สองหาง ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
ฟังก์ชัน T.DIST.RT ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจง t-distribution ทางด้านขวา (right-tailed) สำหรับการทดสอบสมมติฐานด้วยตัวอย่างขนาดเล็ก
T.INV ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็นและองศาอิสระ ฟังก์ชันนี้ช่วยสร้างช่วงความเชื่อมั่น (confidence interval) หรือทดสอบสมมติฐาน โดยทำงานกับหางซ้ายของการแจกแจง t
ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่