Thep Excel

T.INVคำนวณค่าผกผันของการแจกแจงแบบ T (หางซ้าย)

T.INV ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็นและองศาอิสระ ฟังก์ชันนี้ช่วยสร้างช่วงความเชื่อมั่น (confidence interval) หรือทดสอบสมมติฐาน โดยทำงานกับหางซ้ายของการแจกแจง t

fx
=T.INV(probability, deg_freedom)

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
probability Number ความน่าจะเป็นของการแจกแจง t (ค่าระหว่าง 0 ถึง 1) – โดย 0.05 หมายถึง 5% และ 0.975 หมายถึง 97.5%
deg_freedom Number องศาอิสระ (degrees of freedom) – โดยทั่วไปคือ จำนวนตัวอย่าง – 1 เช่น ถ้า n=30 แล้ว df=29 ค่าที่ไม่ใช่จำนวนเต็มจะถูกตัดทิ้งส่วนทศนิยม

Additional Notes

T.INV เป็นฟังก์ชันสถิติที่คำนวณค่าผกผันของการแจกแจงแบบ t (Student’s t-distribution) ทางหางซ้าย โดยกำหนดความน่าจะเป็นและองศาอิสระ

ฟังก์ชันนี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับ T.DIST – ถ้า T.DIST รับค่า t และหา probability ให้คุณ ส่วน T.INV รับ probability และหาค่า t ให้คุณ

ส่วนตัวผม การใช้ T.INV นั้นจำเป็นมากในการสร้างช่วงความเชื่อมั่น เช่น เมื่อคุณต้องการระดับความเชื่อมั่น 95% คุณก็ใช้ T.INV เพื่อหาค่า t ที่จะใช้คำนวณขีดจำกัด (margin of error) ของช่วงความเชื่อมั่นนั้น โดยไม่ต้องไปมองตาราง t-distribution ในหนังสือเรียน

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – หา t-value สำหรับช่วงความเชื่อมั่น 95%T.INV(0.975, 60)

สมมติว่าเรากำลังสร้างช่วงความเชื่อมั่น 95% สำหรับตัวอย่าง 61 ชิ้น (df=60) ที่ระดับนัยสำคัญ 5% โดยแบ่งเป็นสองหาง ค่า probability คือ 0.975 (คือ 0.5 + 0.475) ผลลัพธ์ 2.0003 คือค่า t ที่เราจะใช้คำนวณขีดจำกัดของช่วงความเชื่อมั่น

fx
=T.INV(0.975, 60)

ผลลัพธ์2.0003
ตัวอย่างจริง – สร้างช่วงความเชื่อมั่น 95% สำหรับค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสมมติค่าเฉลี่ย (A1) = 150, ค่าความเบี่ยงเบน (A2) = 20, n (A3) = 25 =A1-T.INV(0.975,A3-1)*A2/SQRT(A3) ← ขีดจำกัดล่าง =A1+T.INV(0.975,A3-1)*A2/SQRT(A3) ← ขีดจำกัด…

เรามีตัวอย่าง 25 คน (df=24) โดยค่าเฉลี่ย 150 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 20 ใช้ T.INV(0.975, 24) ได้ค่า t = 2.0639 จากนั้นคำนวณ margin of error = 2.0639 * 20 / sqrt(25) = 8.26 ดังนั้นช่วงความเชื่อมั่น 95% คือ 150 ± 8.26 = [141.74, 158.26]

fx
=สมมติค่าเฉลี่ย (A1) = 150, ค่าความเบี่ยงเบน (A2) = 20, n (A3) = 25
=A1-T.INV(0.975,A3-1)*A2/SQRT(A3) ← ขีดจำกัดล่าง
=A1+T.INV(0.975,A3-1)*A2/SQRT(A3) ← ขีดจำกัดบน

ผลลัพธ์ขีดจำกัดล่าง: 139.65, ขีดจำกัดบน: 160.35
ตัวอย่างเปรียบเทียบ – องศาอิสระที่ต่างกันT.INV(0.975, 10) → ผลลัพธ์ 2.2281 =T.INV(0.975, 30) → ผลลัพธ์ 2.0423 =T.INV(0.975, 1000) → ผลลัพธ์ 1.9623

ที่น่าสังเกตคือเมื่อองศาอิสระเพิ่มขึ้น (ตัวอย่างมากขึ้น) ค่า t-value จะลดลง เพราะการแจกแจง t จะเข้าใกล้การแจกแจงแบบปกติ (normal distribution) และค่า z-value สำหรับ 0.975 คือ 1.96 ดังนั้นตัวอย่างขนาดใหญ่จะมีขีดจำกัดช่วงความเชื่อมั่นที่แคบลง

fx
=T.INV(0.975, 10) → ผลลัพธ์ 2.2281
=T.INV(0.975, 30) → ผลลัพธ์ 2.0423
=T.INV(0.975, 1000) → ผลลัพธ์ 1.9623

ผลลัพธ์เมื่อ df เพิ่มขึ้น ค่า t จะลดลงเข้าใกล้ 1.96 (z-value)
ตัวอย่างระดับนัยสำคัญต่างกัน – 90% confidence levelT.INV(0.95, 30) → 1.6973 (90% confidence level, α=0.10, two-tailed)

ถ้าต้องการช่วงความเชื่อมั่น 90% (แทน 95%) ค่า probability คือ 0.95 (คือ 0.5 + 0.45) และ df=30 ได้ค่า t = 1.6973 ซึ่งค่อนข้างน้อยกว่า 1.96 เพราะระดับความเชื่อมั่นต่ำลง

fx
=T.INV(0.95, 30) → 1.6973 (90% confidence level, α=0.10, two-tailed)

ผลลัพธ์1.6973

FAQs

T.INV และ T.INV.2T ต่างกันอย่างไร?+

T.INV คำนวณค่าผกผันสำหรับหางซ้าย (left-tailed) ถ้า probability = 0.975 จะได้ค่า t ที่ความน่าจะเป็นสะสม 97.5% ส่วน T.INV.2T (two-tailed) ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานแบบสองหาง ถ้าต้องการช่วงความเชื่อมั่น 95% สองหาง ใช้ T.INV.2T(0.05, df) จะได้ค่า t ที่เหมาะสม

ความน่าจะเป็น (probability) ควรเป็นเท่าไหร่เมื่อต้องการช่วงความเชื่อมั่น 95%?+

ใช้ 0.975 ไม่ใช่ 0.95 เพราะเราแบ่งระดับนัยสำคัญ 5% ออกเป็นสองหาง (ซ้ายและขวา) ได้ 2.5% ต่อหาง ดังนั้น 0.5 + 0.475 = 0.975 ส่วน 99% confidence level ใช้ 0.995

ค่า probability ต้องอยู่ในช่วงเท่าไหร่?+

ต้องอยู่ระหว่าง 0 (ไม่รวม) ถึง 1 (ไม่รวม) ถ้า probability = 0 หรือ = 1 จะได้ error #NUM!

องศาอิสระ (degrees of freedom) ต้องคำนวณอย่างไร?+

โดยทั่วไป df = n – 1 เมื่อ n คือจำนวนตัวอย่าง ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีข้อมูล 50 ชิ้น แล้ว df = 49 ค่า df ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 1 มิฉะนั้นจะได้ error #NUM!

ทำไม T.INV ถึงให้ค่า t-value ได้ ส่วน T.DIST ให้ probability?+

T.INV และ T.DIST เป็นฟังก์ชันผกผันกัน T.DIST คำนวณจากค่า t ไปหา probability ส่วน T.INV คำนวณจาก probability ไปหาค่า t ลองนึกว่า SQRT และ POWER นั่นแหละ

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ T.INV จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้T.INVStatistical
Statistical (9)
CONFIDENCE.NORM

CONFIDENCE.NORM คำนวณ margin of error สำหรับช่วงความเชื่อมั่นของค่าเฉลี่ยประชากร เมื่อทราบค่า standard deviation แบบ Normal Distribution (Z-Test)

CONFIDENCE.T

CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก

F.INV

F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล

NORM.S.INV

ฟังก์ชัน NORM.S.INV ใช้หาค่า Z-score (ค่าผกผัน) จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, std=1) ส่วนใหญ่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและการประเมินความเสี่ยง

T.DIST

T.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ t (Student's t-distribution) หางซ้าย ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานกับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก

T.DIST.2T

T.DIST.2T ใช้หาค่าความน่าจะเป็น (p-value) ของการแจกแจงแบบ t สองหาง ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

T.DIST.RT

ฟังก์ชัน T.DIST.RT ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจง t-distribution ทางด้านขวา (right-tailed) สำหรับการทดสอบสมมติฐานด้วยตัวอย่างขนาดเล็ก

T.INV.2T

T.INV.2T ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็น สำหรับการแจกแจงแบบ Student's t-distribution แบบสองหาง ตัวช่วยสำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

T.TEST

ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

Compatibility (1)
TDIST

คำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Student's t-distribution สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ใช้กับ Excel เวอร์ชันเก่าก่อนที่จะมี T.DIST และ T.DIST.2T เข้ามาแทนที่

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่