ฟังก์ชัน T.DIST.RT ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจง t-distribution ทางด้านขวา (right-tailed) สำหรับการทดสอบสมมติฐานด้วยตัวอย่างขนาดเล็ก
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| x | Number | ค่า t (t-value) ที่ต้องการหาค่าความน่าจะเป็น เป็นค่าจากการคำนวณ t-statistic มักเป็นบวก แต่ T.DIST.RT จะใช้ค่าสัมบูรณ์ |
| deg_freedom | Number | องศาอิสระ (degrees of freedom) ซึ่งมักคำนวณจาก n – 1 (ขนาดตัวอย่าง ลบ 1) ต้องเป็นจำนวนเต็มบวก |
T.DIST.RT ช่วยหาค่า P-value สำหรับการแจกแจง t-distribution โดยส่วนหนึ่งสำเรียจากขนาดตัวอย่างที่มี องศาอิสระ (degrees of freedom) ที่ระบุ
ฟังก์ชันนี้ทำให้ไม่ต้องจำค่าวิกฤตจากตารางแจกแจง t แล้ว คุณอาจใช้ T.DIST.RT เมื่อต้องการคำนวณค่า P-value ในการทดสอบด้านเดียว (one-tailed test) หรือเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กกับค่าอ้างอิง
ที่เจ๋งคือ T.DIST.RT อ่าน “Right-Tailed” ตรง ๆ ถ้าต้องการทั้งสองหาง (two-tailed) ให้คูณผลลัพธ์ด้วย 2 แล้วข้อมูลตัวอย่างสามารถใช้ T.DIST() แทนได้ถ้าตั้ง cumulative parameter เป็น FALSE
คำนวณค่า P-value สำหรับ t-statistic = 2.5 กับ df = 24 (ตัวอย่างขนาด 25) ผลลัพธ์ 0.0112 หมายว่า โอกาส 1.12% ที่จะได้ค่า t ≥ 2.5 หากสมมติฐานว่างเป็นจริง
t-value 1.96 กับ df = 60 ให้ P-value ≈ 0.0273 ตัวอย่างนี้พบว่าค่า t ที่ 1.96 เมื่อองศาอิสระมากขึ้น จะมีค่า P-value ลดลงเมื่อเทียบกับการแจกแจง t ที่มี df น้อย
t-statistic 3.0 กับ df = 15 ได้ P-value = 0.00449 ซึ่ง < 0.05 แสดงว่าผลลัพธ์มีนัยสำคัญทางสถิติ ปฏิเสธสมมติฐานว่าง (reject H0)
ค่า t เดียวกัน (2.0) แต่ df ต่างกัน df=10 ได้ P-value สูงกว่า df=100 เพราะการแจกแจง t ที่มี df เล็กนั้นมี tail หนักกว่า
T.DIST.RT คือ right-tailed probability เฉพาะ ส่วน T.DIST มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะมี parameter cumulative ซึ่งให้เลือกว่าจะใช้ two-tailed (FALSE) หรือ cumulative (TRUE)
P-value บอกความน่าจะเป็นที่จะได้ผลลัพธ์ที่รุนแรงเท่านี้หรือมากกว่า หากสมมติฐานว่างเป็นจริง ถ้า P-value < 0.05 (หรือระดับนัยสำคัญที่กำหนด) แสดงว่าปฏิเสธสมมติฐานว่าง
T.DIST.RT จะปัดเศษ df ลงเป็นจำนวนเต็ม แนะนำให้คำนวณ df จากข้อมูลจริง มักเป็น n – 1 หรือ n1 + n2 – 2 สำหรับการเปรียบเทียบสองกลุ่ม
ต้องคำนวณ t-statistic ก่อน ซึ่งสูตรเปลี่ยนไปตามประเภทของการทดสอบ (one-sample, two-sample, paired) หรือให้ใช้ T.TEST() ที่ Excel เคยคำนวณให้
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ T.DIST.RT จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
ฟังก์ชัน NORM.S.DIST ช่วยหาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Mean=0, SD=1) ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ
T.DIST หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ t (Student's t-distribution) หางซ้าย ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานกับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
T.INV ใช้หาค่า t-value จากความน่าจะเป็นและองศาอิสระ ฟังก์ชันนี้ช่วยสร้างช่วงความเชื่อมั่น (confidence interval) หรือทดสอบสมมติฐาน โดยทำงานกับหางซ้ายของการแจกแจง t
ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
คำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Student's t-distribution สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ใช้กับ Excel เวอร์ชันเก่าก่อนที่จะมี T.DIST และ T.DIST.2T เข้ามาแทนที่
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่