MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลแรก ที่ต้องการหาค่าฐานนิยม | |
| [number2]ไม่บังคับ | Number/Range | – | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (สามารถเพิ่มได้สูงสุด 255 ตัว) เชื่อมด้วยเครื่องหมายจุลภาค |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน MODE ใช้สำหรับหาค่าฐานนิยม (Mode) หรือค่าที่ปรากฏซ้ำกันบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล
ที่เจ๋งคือ MODE ได้ผลดีเวลาข้อมูลมีการกระจายตัวสูง – ถ้าเลขส่วนใหญ่คุณมีค่าเหมือนกัน MODE จะบอกว่าค่าไหนเป็น “ตัวแทน” ของข้อมูล บ่อยครั้งที่ MODE ให้ความหมายตรงกว่า Average ในชีวิตจริง เช่น “ไซส์รองเท้าที่ขายดีที่สุด” หรือ “อายุกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่”
ส่วนตัวผม MODE ก็เป็นฟังก์ชัน “เก่าแบบหนี” ใน Excel ที่อยู่เพื่อความเข้ากันได้เท่านั้น (legacy function) ถ้าข้อมูลของคุณมีหลายค่าฐานนิยม MODE จะคืนแค่ค่าแรกที่เจออกมา ซึ่งอาจทำให้คุณพลาดข้อมูลสำคัญ เพราะฉะนั้น ถ้าใช้ Excel ใหม่ ขอแนะนำให้ใช้ **MODE.SNGL** หรือ **MODE.MULT** แทนจะดีกว่า 😎
หาขนาดเสื้อที่ขายดีที่สุด (Most Frequent Size) หรือระดับราคาที่ลูกค้านิยมซื้อมากที่สุด
วิเคราะห์ผลคะแนนสอบเพื่อดูว่านักเรียนส่วนใหญ่ทำคะแนนได้เท่าไหร่
เลข 20 ปรากฏ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นความถี่สูงสุดในชุดข้อมูล ตัวเลขอื่น (10, 30, 40) ปรากฏเพียง 1 ครั้ง ดังนั้น MODE จึงคืนค่า 20
ช่วง A2:A50 มีข้อมูลไซส์รองเท้า (41, 42, 42, 42, 43, 44, 45, …) เลข 42 ปรากฏบ่อยที่สุด ความหมาย: ไซส์ 42 ขายดีที่สุดในสต็อก
ข้อมูลทุกตัวมีค่าไม่ซ้ำกันเลย (ความถี่เท่ากันที่ 1) ฟังก์ชันจึงหาค่าฐานนิยมไม่ได้และคืนค่า Error #N/A เพราะไม่มี "ตัวแทน" ที่ชัดเจน
ทั้ง 1 และ 2 ปรากฏ 2 ครั้งเท่ากัน (ความถี่เท่ากัน) MODE จะคืนค่าของตัวแรกที่มันเจอในลำดับข้อมูล ซึ่งคือ 1 หากต้องค่าทั้งหมด ให้ใช้ MODE.MULT แทน
ข้อมูลคะแนน (B2:B30) มีเกรด 75 ปรากฏมากกว่าเกรดอื่น ความหมาย: เกรด 75 เป็นตัวแทนของระดับความสามารถกลุ่มใหญ่
ทำงานเหมือนกันทุกประการครับ แต่ MODE.SNGL เป็นชื่อใหม่ที่ Microsoft แนะนำให้ใช้แทน MODE เพื่อความชัดเจนว่าคืนค่าเดียว (Single) ใน Excel ใหม่ MODE อาจถูกถอดออกได้ในอนาคต
ต้องใช้ฟังก์ชัน **MODE.MULT** ครับ ซึ่งจะคืนค่าออกมาเป็น Array ของค่าที่ซ้ำสูงสุดทั้งหมด เช่น =MODE.MULT(1,1,2,2,3) จะคืน {1,2} ทั้งสองค่า
ไม่ครับ MODE ทำงานกับตัวเลขเท่านั้น (numbers) ถ้าใส่ข้อความหรือค่าว่าง MODE จะละเว้นค่านั้นไป ถ้าข้อมูลเป็นข้อความ คุณอาจต้องใช้ COUNTIF เพื่อหารูปแบบซ้ำกันแทน
**AVERAGE** = ค่าเฉลี่ย (รวมทั้งหมดแล้วหารด้วยจำนวน) | **MEDIAN** = ค่ากลาง (ตัวกลางเมื่อจัดเรียง) | **MODE** = ค่าที่ซ้ำบ่อย (ความถี่สูงสุด) แต่ละตัวบอกคนละเรื่องของข้อมูล
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MODE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร
MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
MODE.MULT ค้นหาค่าที่ซ้ำกันมากที่สุด (ฐานนิยม) ของข้อมูล และคืนค่าเป็น Array หากมีหลายค่าที่ซ้ำเท่าๆ กัน
MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
หาค่าเฉลี่ยโดยตัดค่าหัวท้ายออกตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด เหมาะสำหรับข้อมูลที่มี Outliers
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่