MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| number1 | Number | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลแรก | |
| [number2]ไม่บังคับ | Number | – | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (ใส่ได้สูงสุด 255 ตัว) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน MEDIAN ใช้สำหรับหาค่ามัธยฐาน (Median) หรือ “ค่ากึ่งกลาง” ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน โดยมีค่าที่สูงกว่าและต่ำกว่าจำนวนเท่ากัน
ที่เจ๋งของ MEDIAN คือความ “ทนทาน” ต่อค่าสุดโต่ง ถ้าข้อมูลมีค่าแปลกๆ (เช่น เงินเดือนมีคนเอก 10 ล้านปะปน) ค่ามัธยฐานจะไม่โดนส่าหรี่เหมือน AVERAGE ที่จะดีดตัวไป ทำให้ MEDIAN สะท้อนความเป็นจริงได้ดีกว่า
ส่วนตัวผม ถ้างานเกี่ยวกับสถิติ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ราคา เงินเดือน หรือค่าใช้จ่าย ผมจะเลือก MEDIAN ก่อนเสมอ 😎
หาค่ากลางของเงินเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเงินเดือนผู้บริหารที่สูงมาก (Skewed Data)
ราคาบ้านมักใช้ Median Price แทน Average Price เพราะบ้านหรูไม่กี่หลังอาจดึงค่าเฉลี่ยให้สูงเกินจริง
มีข้อมูล 5 ตัว ค่าตรงกลางคือตัวที่ 3 (50) ซึ่งแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ตัวที่น้อยกว่า และ 2 ตัวที่มากกว่า
มีข้อมูล 4 ตัว ค่าตรงกลางคือค่าเฉลี่ยของตัวที่ 2 (20) และตัวที่ 3 (30) ซึ่งเท่ากับ (20+30)/2 = 25
ค่ามัธยฐานคือ 3 (ไม่สนใจค่า 1000) ในขณะที่ค่าเฉลี่ย (AVERAGE) จะกระโดดไปเป็น 202 ซึ่งอาจไม่สะท้อนค่ากลางที่แท้จริง
ใช้ช่วงข้อมูลตัวอักษรแทนการพิมพ์ค่าเดี่ยว ซึ่งสะดวกกว่าสำหรับข้อมูลจำนวนมาก
AVERAGE (ค่าเฉลี่ย) นำทุกค่ามาคิดรวมกัน จึงอ่อนไหวต่อค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติ ส่วน MEDIAN (มัธยฐาน) ดูแค่ลำดับตรงกลาง จึงทนทานต่อค่าสุดโต่งได้ดีกว่า
ทำงานได้ปกติครับ Excel จะเรียงลำดับข้อมูลในหน่วยความจำให้อัตโนมัติก่อนหาค่ากลาง (ไม่ส่งผลต่อข้อมูลต้นฉบับ)
ได้ครับ ถ้ามีข้อมูลเป็นเลขคู่จำนวน 2 ค่าตรงกลาง ผลลัพธ์จะเป็นค่าเฉลี่ยของ 2 ค่านั้น ซึ่งอาจได้เศษได้
ไม่นับครับ MEDIAN จะข้ามเซลล์ว่างและข้อความโดยอัตโนมัติ นับแค่ตัวเลขเท่านั้น
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ MEDIAN จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
GEOMEAN หาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean) ของชุดข้อมูล ใช้ได้ดีกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น อัตราการเติบโต ผลตอบแทน หรือความเสี่ยง
ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด
MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
PERCENTILE.EXC หาค่าเปอร์เซ็นไทล์ของข้อมูล โดยไม่รวมค่าที่ 0% และ 100% (Exclusive method) เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีการกระจายตัวแบบปกติและต้องการการประเมินที่แม่นยำยิ่งขึ้น
หาค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k (แบบ Inclusive: 0 ≤ k ≤ 1) ซึ่งรวมค่าขอบ 0% และ 100% ในการคำนวณ
QUARTILE.EXC หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยใช้วิธี Exclusive ที่ไม่นับค่าต่ำสุดและสูงสุดเป็นตำแหน่งควอร์ไทล์ที่เป็นไปได้
ฟังก์ชันที่หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยอิงจากการแบ่งข้อมูล 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
SKEW.P ใช้คำนวณค่าความเบ้ของการแจกแจงข้อมูลทั้งหมด (ประชากร) ต่างจาก SKEW ที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง
หาค่าเฉลี่ยโดยตัดค่าหัวท้ายออกตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด เหมาะสำหรับข้อมูลที่มี Outliers
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
คำนวณค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของชุดข้อมูล เช่น P90 หรือ P50 เหมาะสำหรับวิเคราะห์การกระจายตัวของข้อมูลและกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน
ฟังก์ชัน QUARTILE แบ่งชุดข้อมูลออกเป็นสี่ส่วน แล้วคืนค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), หรือ Q3 ใช้วิเคราะห์การกระจายข้อมูลได้ทันที แต่ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ QUARTILE.INC แทน
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่