Thep Excel

CORRELหาค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient)

CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

fx
=CORREL(array1, array2)

ความนิยม5/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
array1 Range/Array ชุดข้อมูลแรก (เช่น ค่าใช้จ่ายการตลาด)
array2 Range/Array ชุดข้อมูลที่สอง (เช่น ยอดขาย) ต้องมีจำนวนข้อมูลเท่ากับ array1

Additional Notes

CORREL (Correlation) เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้หาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสองชุด ผลลัพธ์บอกเราว่าเมื่อข้อมูลชุดแรกเพิ่มขึ้น ข้อมูลชุดที่สองจะเพิ่มขึ้น ลดลง หรือไม่เปลี่ยนแปลง

ทำไมต้องใช้ CORREL? เพราะการมองตาคร่าวๆ เข้าใจผิดได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น อุณหภูมิสูงและยอดขายเย็นสูงพร้อมกัน คุณอาจคิดว่าเกี่ยวข้องกัน แต่ CORREL จะบอกคุณความสัมพันธ์ที่แท้จริง

ผลลัพธ์ที่ได้:
– ค่าใกล้ +1 = ความสัมพันธ์ทางบวกแรง (หนึ่งเพิ่มอีกอันก็เพิ่ม)
– ค่าใกล้ 0 = ไม่มีความสัมพันธ์
– ค่าใกล้ -1 = ความสัมพันธ์ทางลบแรง (หนึ่งเพิ่มอีกอันลดลง)

ประเด็นที่ต้องระวัง: CORREL ต้องการจำนวนข้อมูลเท่ากันในทั้งสองชุด และไม่รวมค่า Text หรือ Empty cells ถ้าข้อมูลขาดหรือพิมพ์ผิด ผลลัพธ์อาจเสีย

Examples

ความสัมพันธ์ทางบวก – ค่าโฆษณากับยอดขายCORREL(B2:B10, C2:C10)

สมมติ B2:B10 = ค่าโฆษณา (1000, 1500, 2000…) และ C2:C10 = ยอดขาย (50000, 60000, 75000…) ผลลัพธ์ 0.92 หมายถึง เมื่อจ่ายโฆษณามากขึ้น ยอดขายก็เพิ่มตามไปด้วย (ความสัมพันธ์แรง)

fx
=CORREL(B2:B10, C2:C10)

ผลลัพธ์0.92
ไม่มีความสัมพันธ์ – ความสูงกับผลงานพนักงานCORREL(D2:D15, E2:E15)

D2:D15 = ความสูงพนักงาน, E2:E15 = อัตราขาย ผลลัพธ์ 0.08 (เกือบ 0) แสดงว่าความสูงกับผลงาน ไม่เกี่ยวข้องกัน

fx
=CORREL(D2:D15, E2:E15)

ผลลัพธ์0.08
ความสัมพันธ์ทางลบ – ราคากับปริมาณขายCORREL(F2:F20, G2:G20)

F2:F20 = ราคาสินค้า (100, 95, 90…), G2:G20 = จำนวนที่ขาย ผลลัพธ์ -0.78 แสดงว่า ยิ่งราคาสูง ปริมาณขายยิ่งลดลง (ไปสวนทางกัน)

fx
=CORREL(F2:F20, G2:G20)

ผลลัพธ์-0.78
ใช้กับ Table ReferenceCORREL(Sales[Advertising_Spend], Sales[Revenue])

ถ้าคุณใช้ Table ใน Excel คุณสามารถใช้ชื่อคอลัมน์แทนการอ้างอิง A1:A10 วิธีนี้สะดวกกว่าและอัพเดตอัตโนมัติเมื่อมีข้อมูลใหม่

fx
=CORREL(Sales[Advertising_Spend], Sales[Revenue])

ผลลัพธ์0.85

FAQs

CORREL กับ PEARSON ต่างกันอย่างไร?+

ทั้งสองให้ผลลัพธ์เหมือนกัน CORREL เป็นชื่อที่ใช้บ่อย PEARSON เป็นชื่อเรียกตามสถิติ ใช้ตัวไหนก็ได้

ทำไม CORREL บอกว่าข้อมูลไม่เท่ากัน (#N/A)?+

array1 และ array2 ต้องมีจำนวนข้อมูลเท่ากัน เช่น ถ้า array1 มี 10 ค่า array2 ต้องมี 10 ค่าด้วย นับตัวเลขดูให้ดี

ถ้าผลลัพธ์ 0 หมายความว่าไม่มีความสัมพันธ์เลยใช่ไหม?+

ใช่ ค่า 0 หรือใกล้ 0 (เช่น -0.15 ถึง 0.15) หมายความว่าข้อมูลทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกัน

CORREL ใช้ได้กับข้อมูลประเภทไหน?+

เฉพาะตัวเลข Text หรือค่าว่างจะถูกข้ามไป ถ้าคุณต้องการความสัมพันธ์ข้อมูลชนิดอื่น ต้องแปลงเป็นตัวเลขก่อน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CORREL จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้CORRELStatistical
Statistical (7)
COVARIANCE.P

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

COVARIANCE.S

COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร

FISHER

FISHER แปลงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นค่า Fisher Z ที่มีการกระจายแบบปกติ ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

FISHERINV

FISHERINV แปลงค่า Fisher transformation กลับเป็นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient) ระหว่าง -1 ถึง 1

LINEST

LINEST คำนวณค่าสถิติสำหรับเส้นตรงที่เหมาะสมที่สุด ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Linear Regression Analysis)

PEARSON

หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation coefficient) ระหว่างสองชุดข้อมูล – เหมือน CORREL

RSQ

ฟังก์ชันที่ส่งคืนค่า R-squared (R²) หรือสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ แสดงสัดส่วนของความแปรปรวนในตัวแปรตามที่สามารถอธิบายได้จากตัวแปรอิสระ ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1

Compatibility (2)
COVAR

ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน

TTEST

คำนวณค่า p-value ของ Student's t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลสองชุดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (ฟังก์ชันรุ่นเก่า แนะนำให้ใช้ T.TEST แทน)

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่