Thep Excel

25 functions

DATE สร้างวันที่จากตัวเลขปี เดือน วัน แยกกัน รองรับการบวก/ลบเดือนที่เกิน 12 หรือค่าลบ และปรับวันที่ให้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้างวันที่จากสูตรหรือใช้ในเงื่อนไข SUMIFS COUNTIFS AVERAGEIFS

Syntax
=DATE(year, month, day)

DATEDIF เป็นฟังก์ชัน 'ลับ' (Hidden Function) ที่ใช้คำนวณระยะเวลาระหว่างวันที่สองวัน โดยสามารถเลือกหน่วยได้: ปี, เดือน, วัน, หรือการรวมกัน เหมาะใช้คำนวณอายุ, อายุงาน, หรือระยะเวลาโครงการอย่างแม่นยำ

Syntax
=DATEDIF(start_date, end_date, unit)

DATEVALUE แปลงวันที่ที่อยู่ในรูปข้อความให้เป็น serial number ซึ่ง Excel ใช้เก็บวันที่ รองรับรูปแบบวันที่หลากหลาย เหมาะสำหรับแปลงวันที่ที่ Import มาจากระบบอื่น

Syntax
=DATEVALUE(date_text)

DAY คืนค่าวันที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 ถึง 31 จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ ทำให้เราสามารถดึงเฉพาะ "เลขวัน" ออกมาใช้งานได้ โดยไม่ต้องสนใจเดือนหรือปี

Syntax
=DAY(serial_number)

DAYS360 คำนวณจำนวนวันระหว่างสองวันที่โดยใช้เกณฑ์ปีละ 360 วัน (เดือนละ 30 วัน) เป็นมาตรฐานในงานบัญชีและการเงิน รองรับ 2 วิธีคำนวณ: US (NASD) และ European

Syntax
=DAYS360(start_date, end_date, [method])

EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน

Syntax
=EDATE(start_date, months)

EOMONTH คืนค่าวันที่วันสุดท้ายของเดือน โดยนับจากวันที่เริ่มต้นไปข้างหน้าหรือย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ระบุ เหมาะสำหรับกำหนดวันครบกำหนดสิ้นเดือน

Syntax
=EOMONTH(start_date, months)

ISOWEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ตามมาตรฐาน ISO 8601 (สัปดาห์เริ่มวันจันทร์ สัปดาห์แรกมีวันพฤหัสบดี) ทำให้วันที่ 1 ม.ค. อาจอยู่ในสัปดาห์ปีก่อน ใช้ในการรายงานแบบรายสัปดาห์ตามมาตรฐานสากล

Syntax
=ISOWEEKNUM(date)

MONTH คืนค่าเดือนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 (มกราคม) ถึง 12 (ธันวาคม) จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยในการทำรายงานสรุปยอดขายรายเดือน หรือการคำนวณไตรมาส

Syntax
=MONTH(serial_number)

NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน

Syntax
=NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])

คำนวณจำนวนวันทำการระหว่างสองวัน โดยสามารถกำหนดว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ได้เอง (มีประโยชน์กับประเทศต่างๆ ที่มีเวลาทำงานแตกต่างกัน เช่น ดูไบอาทิตย์-จันทร์ หรือ มาเลเซีย ศุกร์-เสาร์) รองรับทั้งรูปแบบตัวเลข (1-7, 11-17) และรูปแบบข้อความ (7 ตัวอักษร) สำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด

Syntax
=NETWORKDAYS.INTL(start_date, end_date, [weekend], [holidays])

NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่

Syntax
=NOW()

TIME สร้างค่าเวลา (Time Serial) จากส่วนประกอบ ชั่วโมง นาที และวินาที แตกต่างจาก TIMEVALUE ที่อ่านเวลาจากข้อความ TIME ใช้ตัวเลขแยกจากกัน มีประโยชน์สำหรับการสร้างเวลาแบบไดนามิก

Syntax
=TIME(hour, minute, second)

TODAY คืนค่า Serial Number ของวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเวลาจะเป็น 0:00:00 เสมอ.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท ที่ต้องระวังคือไม่เหมาะกับการบันทึกวันที่ทำรายการ (Transaction Date) ที่ต้องการให้คงที่ครับ เพราะมันจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์

Syntax
=TODAY()

WEEKDAY คืนค่าตัวเลข 1 ถึง 7 ซึ่งแทนวันในสัปดาห์ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้วันไหนเป็นวันแรกของสัปดาห์ (return_type) ค่าเริ่มต้นคือ วันอาทิตย์ = 1 แต่ที่นิยมใช้ในไทยมักจะเป็นแบบ วันจันทร์ = 1

Syntax
=WEEKDAY(serial_number, [return_type])

WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์

Syntax
=WEEKNUM(serial_number, [return_type])

WORKDAY คำนวณวันที่ทำงานที่อยู่ถัดไป/ย้อนหลังจากวันที่เริ่มต้น โดยหักวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดพิเศษที่ระบุออก

Syntax
=WORKDAY(start_date, days, [holidays])

คำนวณหาวันที่หลังจากนับไป n วันทำการ โดยสามารถกำหนดว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ (เหมาะสำหรับการค้นหาวันกำหนด deadline, วันนัดหมาย, วันส่งมอบสินค้า ในประเทศต่างๆ ที่มีวันทำงานแตกต่างกัน) รองรับทั้งรูปแบบตัวเลข (1-7, 11-17) และรูปแบบข้อความ (7 ตัวอักษร) สำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด

Syntax
=WORKDAY.INTL(start_date, days, [weekend], [holidays])