CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| array | Range/Array | ตารางหรือช่วงข้อมูลต้นฉบับที่ต้องการดึงแถวมาแสดง | |
| row_num1 | Number | ลำดับแถวที่ต้องการเลือก (จำนวนเต็ม) ถ้าใส่เลขลบจะนับจากแถวสุดท้ายขึ้นมา | |
| [row_num2]ไม่บังคับ | Number | – | ลำดับแถวถัดไปที่ต้องการเลือก (ใส่ได้หลายตัว) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
ฟังก์ชัน CHOOSEROWS ใน Excel ช่วยให้คุณเลือกดึงเฉพาะแถวที่ต้องการจากตารางหรือช่วงข้อมูล โดยระบุลำดับแถวที่ต้องการได้ทั้งแบบนับจากบนลงล่าง (เลขบวก) หรือนับจากล่างขึ้นบน (เลขลบ)
ใช้ CHOOSEROWS(-1) เพื่อดึงข้อมูลล่าสุด (บรรทัดสุดท้าย) จาก Log หรือบันทึกการทำงานมาแสดงในหน้า Dashboard โดยไม่ต้องเลื่อนดูท้ายตาราง
ใช้ CHOOSEROWS ร่วมกับ CHOOSECOLS เพื่อตัดและจัดเรียงข้อมูลใหม่ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้เหมาะกับการนำไปทำรายงานหรือกราฟ
ใช้ CHOOSEROWS ร่วมกับ RANDARRAY เพื่อสุ่มเลือกแถวจากรายชื่อทั้งหมดมาทำเป็นรายการผู้โชคดี
ดึงข้อมูลจากช่วง A2:D20 มาเฉพาะแถวที่ 1, 3 และ 5 โดยคงลำดับคอลัมน์ไว้เหมือนเดิม
ใช้ -1 เพื่อดึงแถวสุดท้ายของตาราง SalesData ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อตารางมีการเพิ่มข้อมูลใหม่ต่อท้ายตลอดเวลา
ดึงข้อมูล 3 แถวสุดท้ายมาแสดง โดยเรียงจากล่างขึ้นบน (แถวสุดท้ายขึ้นก่อน)
เรียงลำดับตาราง SalesTable ตามยอดขาย (คอลัมน์ 2) จากมากไปน้อยก่อน แล้วใช้ CHOOSEROWS เลือก 3 แถวแรก (Top 3)
เลือกแถวที่ 1 ซ้ำกัน 3 ครั้ง เหมาะสำหรับการสร้างป้ายชื่อหรือ Label ที่ต้องใช้ข้อมูลชุดเดิมซ้ำๆ
FILTER เลือกแถวตาม 'เงื่อนไข' (เช่น ยอดขาย > 1000) แต่ CHOOSEROWS เลือกตาม 'ลำดับตำแหน่ง' (เช่น แถวที่ 1, 5, 10) โดยไม่สนใจค่าในข้อมูล
มักเกิดจากระบุเลขแถวเป็น 0 (ไม่มีแถวที่ 0) หรือระบุเลขแถวเกินจำนวนที่มีจริง (เช่น ตารางมี 10 แถว แต่เลือกแถวที่ 11)
ไม่ได้ CHOOSEROWS ใช้ได้เฉพาะใน Excel 365, Excel 2021 และ Excel for Web เท่านั้น
แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน DROP(array, 1) จะง่ายกว่า เพราะหมายถึง 'ทิ้ง' 1 แถวแรก แล้วเอาที่เหลือทั้งหมด
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CHOOSEROWS จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)
DROP จะตัดข้อมูลออกตามจำนวนที่ระบุ ถ้าใส่เลขบวกจะตัดจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ทิ้งไป ถ้าใส่เลขลบจะตัดจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) ทิ้งไป ส่วนที่เหลือจะถูกนำมาแสดงผล
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ
INDEX คืนค่าหรือ reference ของเซลล์จากตำแหน่งที่ระบุใน range หรือ array โดยอ้างอิงจากหมายเลขแถวและคอลัมน์ที่เราระบุ มักถูกใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อสร้าง INDEX-MATCH pattern ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เยอะ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากทิศทางไหนก็ได้ และไม่พังเมื่อมีการแทรกหรือลบคอลัมน์
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน
SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์
TAKE ช่วยตัดข้อมูลบางส่วนออกมาใช้งาน โดยระบุจำนวนที่ต้องการ ถ้าใส่เลขบวกจะดึงจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ถ้าใส่เลขลบจะดึงจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) คล้ายกับคำสั่ง LIMIT หรือ TOP/BOTTOM ใน Database
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่