ISEVEN ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นเลขคู่หรือไม่ และส่งกลับ TRUE (ถ้าเป็นเลขคู่) หรือ FALSE (ถ้าเป็นเลขคี่) ใช้ได้กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number | Number | ค่าตัวเลขที่ต้องการตรวจสอบว่าเป็นเลขคู่หรือไม่ สามารถป้อนตัวเลข ที่อ้างอิงเซลล์ หรือสูตรได้ |
ISEVEN เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าตัวเลขที่ป้อนเข้าไปเป็นเลขคู่หรือไม่
ฟังก์ชันนี้จะส่งกลับ TRUE ถ้าตัวเลขหารด้วย 2 ลงตัว (เลขคู่) และส่งกลับ FALSE ถ้าเป็นเลขคี่ ที่สำคัญคือ ISEVEN ทำงานกับจำนวนเต็มเท่านั้น ถ้าค่าที่ป้อนเข้าไปเป็นทศนิยม Excel จะตัดส่วนทศนิยมออกแล้วจึงตรวจสอบ
ตัวอย่างเช่น ISEVEN(4.9) จะส่งกลับ TRUE เพราะ Excel เห็นว่ามันเป็น 4 แต่ ISEVEN(4.1) ก็จะส่งกลับ TRUE เหมือนกัน ใช้ฟังก์ชันนี้ร่วมกับ IF เพื่อแบ่งข้อมูลตามว่าเป็นเลขคู่หรือคี่ได้ง่ายๆ
4 เป็นเลขคู่ (4÷2=2) ดังนั้น ISEVEN(4) จึงส่งกลับ TRUE
5 เป็นเลขคี่ (5÷2=2.5 ไม่ลงตัว) ดังนั้น ISEVEN(5) จึงส่งกลับ FALSE
หากเซลล์ A1 เก็บค่า 7 ผลจะเป็น FALSE เพราะ 7 เป็นเลขคี่
ตรวจสอบว่า A1 เป็นเลขคู่หรือคี่ แล้วส่งกลับข้อความที่เหมาะสม
ใช่ ทำได้ เช่น ISEVEN(-4) จะส่งกลับ TRUE เพราะ -4 เป็นเลขคู่ และ ISEVEN(-3) จะส่งกลับ FALSE เพราะ -3 เป็นเลขคี่
ISEVEN จะตัดส่วนทศนิยมออก เช่น ISEVEN(4.7) เท่ากับ ISEVEN(4) ซึ่งส่งกลับ TRUE ดังนั้นฟังก์ชันนี้ใช้ได้แค่กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
ISEVEN จะส่งกลับข้อผิดพลาด #VALUE! เพราะฟังก์ชันนี้ต้องการค่าตัวเลขเท่านั้น
ISEVEN ตรวจสอบว่าเป็นเลขคู่ส่งกลับ TRUE หากเป็นเลขคู่ ส่วน ISODD ตรวจสอบว่าเป็นเลขคี่ส่งกลับ TRUE หากเป็นเลขคี่ ใช้กันตามจุดประสงค์ของคุณ
ISEVEN ส่งกลับค่าแบบบูลีน คือ TRUE (เป็นเลขคู่) หรือ FALSE (เป็นเลขคี่) เท่านั้น
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ ISEVEN จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นเลขคี่หรือไม่ ส่งกลับ TRUE ถ้าเป็นคี่ FALSE ถ้าเป็นคู่
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่