Thep Excel

DateTime.Timeดึงเวลาจาก DateTime

ฟังก์ชันที่ดึงเฉพาะส่วนเวลา (Time) ออกจากค่า DateTime เมื่อคุณต้องการแยกเวลาจากค่าวันที่และเวลารวมกัน

fx
=DateTime.Time(dateTime) as nullable time

ความนิยม6/10
ความยาก2/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 3 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
dateTime datetime ค่า DateTime ที่ต้องการดึงเวลา สามารถเป็น datetime value หรือ null

Additional Notes

DateTime.Time เป็นฟังก์ชัน Power Query ที่ช่วยดึงเวลาออกจากค่า DateTime ทำให้คุณสามารถแยกเฉพาะส่วนเวลาโดยปล่อยวันที่ไปได้ ฟังก์ชันนี้รับค่า DateTime และคืนค่าเวลาเป็น time type

ที่เจ๋งคือ DateTime.Time ทำให้ง่ายมากในการแยกข้อมูล เมื่อคุณมีข้อมูล timestamp ต้องการเอาแค่เวลาเท่านั้น ไม่ต้องเขียนสูตรซับซ้อน สามารถใช้กับ Time-based Analysis ได้เลย

ส่วนตัวผม ผมใช้ DateTime.Time ในการจำแนกช่วงเวลาการทำงาน เช่นดึงเวลาจากชุดข้อมูล sales log แล้วดู pattern ว่าเวลาไหนยอดขายเยอะที่สุด 😎

Examples

ดึงเวลาจาก DateTime พื้นฐานDateTime.Time(#datetime(2010, 12, 31, 11, 56, 02))

ดึงเฉพาะส่วนเวลา 11:56:02 ออกจาก DateTime ที่กำหนด ส่วนวันที่ 31 ธันวาคม 2010 ถูกตัดทิ้ง

fx
=DateTime.Time(#datetime(2010, 12, 31, 11, 56, 02))

ผลลัพธ์#time(11, 56, 2)
ดึงเวลาจาก DateTime ที่มีมิลลิวินาทีDateTime.Time(#datetime(2025, 5, 20, 14, 30, 15))

ดึงเวลา 14:30:15 จากค่า DateTime ที่เป็นวันที่ 20 พฤษภาคม 2025 เลขชั่วโมง นาที วินาทีได้อย่างถูกต้อง

fx
=DateTime.Time(#datetime(2025, 5, 20, 14, 30, 15))

ผลลัพธ์#time(14, 30, 15)
ใช้ DateTime.Time ในตาราง Power QueryTable.AddColumn(Source, "Time Only", each DateTime.Time([DateTimeColumn]))

เพิ่มคอลัมน์ใหม่ชื่อ "Time Only" โดยใช้ DateTime.Time ดึงเวลาจากคอลัมน์ DateTimeColumn ทุกแถว แต่ละแถวจะได้ time value แยกออกมา

fx
= Table.AddColumn(Source, "Time Only", each DateTime.Time([DateTimeColumn]))

ผลลัพธ์คอลัมน์ใหม่ที่มีเฉพาะค่าเวลา ทั้งตาราง
ดึงเวลาเพื่อจำแนกช่วงเวลาlet TimeValue = DateTime.Time(#datetime(2025, 5, 20, 14, 30, 15)) in if TimeValue >= #time(9, 0, 0) and TimeValue < #time(17, 0, 0) then "Business Hours" else "…

ดึงเวลาแล้วเปรียบเทียบว่าอยู่ในช่วงเวลาทำงาน (9:00-17:00) หรือไม่ ผลลัพธ์คือ "Business Hours" เพราะเวลา 14:30 อยู่ในช่วงนั้น

fx
= let TimeValue = DateTime.Time(#datetime(2025, 5, 20, 14, 30, 15)) in if TimeValue >= #time(9, 0, 0) and TimeValue < #time(17, 0, 0) then "Business Hours" else "After Hours"

ผลลัพธ์"Business Hours"

FAQs

DateTime.Time กับ DateTime.Date ต่างกันอย่างไร?+

ผม จะอธิบายความแตกต่างนะ DateTime.Date ดึงแค่วันที่ (date) ทิ้งเวลาไป แต่ DateTime.Time ดึงแค่เวลา (time) ทิ้งวันที่ไป ใช้ตามความต้องการของข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์

ถ้า input เป็น null จะเป็นไง?+

ผมเคยพบปัญหานี้ DateTime.Time จะคืนค่า null กลับมา ถ้าค่า input เป็น null ต้องใช้ if statement เพื่อตรวจสอบก่อน เช่น if input = null then null else DateTime.Time(input)

ใช้ DateTime.Time ได้กับ Power BI ไหม?+

ได้ครับ ผมใช้ในทั้ง Power BI Desktop และ Excel Power Query ทำหน้าที่เดียวกัน คือดึงเวลาจาก DateTime

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ DateTime.Time จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้DateTime.TimeDateTime functions
DateTime functions (4)
DateTime.Date

ดึงเฉพาะส่วนวันที่ (Date) ออกจากค่า DateTime หรือ DateTimeZone โดยทิ้งเวลาไป

DateTime.From

DateTime.From แปลงค่าต่างๆ (Text, Date, Time, Number) ให้เป็นข้อมูลชนิด DateTime ด้วยการระบุค่าและรหัสภาษาทำให้สะดวกในการจัดการข้อมูลวันเวลาจากแหล่งต่างๆ

DateTime.LocalNow

DateTime.LocalNow คืนค่า DateTime (วันที่ + เวลา) ปัจจุบันตามระบบ เทียบเท่า NOW() ใน Excel แต่ทำงานบน Power Query

DateTime.ToText

แปลงค่า DateTime เป็นข้อความ (Text) โดยสามารถกำหนดรูปแบบวันที่และเวลาตามต้องการได้

Time functions (1)
Time.From

Time.From แปลงค่าต่างๆ เช่น ข้อความ ตัวเลข DateTime เป็นค่าเวลา ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการแปลงข้อมูลเวลาจากรูปแบบข้อความหรือรูปแบบอื่นๆ มาเป็นค่าเวลาที่ถูกต้อง

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่