Table.SelectColumns ใช้สำหรับเลือกคอลัมน์เฉพาะจากตารางและสร้างตารางใหม่ที่มีเฉพาะคอลัมน์เหล่านั้น
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| table | table | ตารางต้นฉบับที่ต้องการเลือกคอลัมน์ | |
| columns | text or list | ชื่อคอลัมน์ที่ต้องการ (ข้อความเดี่ยว หรือ list of text) | |
| [missingField]ไม่บังคับ | MissingField code | Error (ค่าเริ่มต้นจะ error ถ้าหาคอลัมน์ไม่เจอ) | พฤติกรรมเมื่อคอลัมน์ไม่มี: MissingField.UseNull หรือ MissingField.Ignore |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
Table.SelectColumns(table, columns, [missingField]) ใช้ในการ keep หรือ drop คอลัมน์ที่เราต้องการจากตารางข้อมูล
ส่วนตัวผมใช้ Table.SelectColumns เวลาที่ต้องการลดจำนวนคอลัมน์หลัง import ข้อมูล เพื่อให้โมเดลปะหนาเพียบ ทำให้ Power BI ที่แสดงผลเร็วขึ้น และเข้าใจข้อมูลที่จำเป็นง่ายขึ้นครับ เจ๋งตรงที่สามารถจัดเรียงลำดับคอลัมน์ได้ด้วย – ลำดับใน columns parameter นั่นแหละคือลำดับในตารางผลลัพธ์
เลือกเฉพาะคอลัมน์ที่จำเป็นต้องใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อลดการใช้หน่วยความจำ
เมื่อระบุ List ของคอลัมน์ ผลลัพธ์จะเรียงลำดับตาม List นั้น (ใช้ Reorder ได้ในตัว)
ใช้ text string เดี่ยว "Name" เพื่อเลือกแค่คอลัมน์เดียว
ลำดับใน list {"Name", "CustomerID"} คือลำดับคอลัมน์ในผลลัพธ์ – จึงต่างจากตารางต้นฉบับ
ค่าเริ่มต้น missingField ไม่ระบุ จึง error เมื่อขาด Email – เพื่อแก้ให้เพิ่ม MissingField.UseNull
MissingField.UseNull สร้างคอลัมน์ Email ขึ้นมาหากไม่มี แล้วใส่ค่า null ทั้งหมด
ใช่ Table.SelectColumns นั่นแหละ – ระบุชื่อคอลัมน์ที่ต้องการเท่านั้น คอลัมน์ไม่อยู่ในรายการจะถูก drop อัตโนมัติ
Table.SelectColumns ระบุ keep ไหนแบบ whitelist (เก็บแค่ที่ระบุ), Table.RemoveColumns ระบุ remove ไหนแบบ blacklist (ลบของที่ระบุ) – ผลลัพธ์อาจเหมือนกันแต่การ think ต่างกัน
จากลำดับใน columns parameter นั่นเอง – ถ้า list {"Name", "ID"} จะ Name อยู่ซ้าย ID อยู่ขวา ไม่ได้ตามตารางต้นฉบับ
ชื่อคอลัมน์พิมพ์ผิด หรือคอลัมน์ไม่มีจริง – เช็คชื่อให้ถูก case-sensitive หรือเพิ่ม MissingField.UseNull ถ้าคอลัมน์บางอย่างอาจขาด
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Table.SelectColumns จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
Table.Column ดึงค่าจากคอลัมน์เฉพาะออกมาจากตาราง และคืนค่าเป็น List เพื่อให้สามารถนำไปประมวลผลต่อได้
Table.ColumnNames ดึงชื่อคอลัมน์ทั้งหมดจากตารางและคืนค่าเป็นลิสต์ของข้อความ เหมาะสำหรับการทำงานแบบไดนามิกกับโครงสร้างตารางที่ไม่แน่นอน
Table.ConformToPageReader ปรับโครงสร้างตารางให้เข้ากับกลไก page reader โดยรับฟังก์ชันสำหรับการจัดรูปแบบ เป็นฟังก์ชันภายในของ Power Query ไม่แนะนำให้ใช้ในโค้ดทั่วไป
แปลง List ของ Record เป็นตาราง โดยแต่ละ Record กลายเป็นหนึ่งแถว เหมาะสำหรับข้อมูลจาก API หรือ JSON
Table.RemoveColumns ใช้ลบคอลัมน์เดียวหรือหลายคอลัมน์จาก table ครั้งเดียว เป็นวิธีที่สะดวกเมื่อต้องการลบ column ที่ไม่ต้องการ เช่น unwanted columns จากการโหลด Excel หรือ column ชั่วคราวหลังใช้คำนวณเสร็จ
Table.RenameColumns ใช้สำหรับเปลี่ยนชื่อคอลัมน์หนึ่งหรือหลายคอลัมน์ในตารางพร้อมกัน โดยส่งผ่าน list ของ rename pairs {ชื่อเก่า, ชื่อใหม่}
จัดเรียงลำดับคอลัมน์ในตารางใหม่ตามลำดับที่ต้องการ พร้อมจัดการกรณีคอลัมน์หายไป
Table.ReplacePartitionKey แทนที่ partition key ของตาราง ซึ่งเป็น metadata สำหรับการแบ่งพาร์ทิชันและการจัดการข้อมูลภายใน เอาไว้ควบคุมวิธีการแบ่งพาร์ทิชันของข้อมูลในตารางนั้น
Table.SelectRows เป็นฟังก์ชันสำหรับกรองตาราง (filter table) ใน Power Query โดยใช้ฟังก์ชันเงื่อนไข (condition function) เพื่อตรวจสอบแต่ละแถว ถ้าเงื่อนไขคืนค่า true จะเก็บแถวนั้นไว้ ถ้าเป็น false จะตัดทิ้ง สามารถใช้ keyword 'each' ร่วมกับการอ้างอิงคอลัมน์ด้วย [ColumnName] เพื่อเขียนเงื่อนไขได้สะดวก รองรับการกรองตามตัวเลข ข้อความ วันที่ การตรวจสอบค่า null และเงื่อนไขที่ซับซ้อนด้วย and/or operators ฟังก์ชันนี้รองรับ Query Folding ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อทำงานกับ data source ขนาดใหญ่
Table.TransformColumnNames ใช้ฟังก์ชันแปลงชื่อ (Name Generator) เพื่อเปลี่ยนชื่อคอลัมน์ทั้งหมดในตาราง เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคอลัมน์เป็นแบบเดียวกัน เช่น ตัวพิมพ์ใหญ่ ลบช่องว่าง หรือเพิ่ม Prefix
Table.TransformColumns ใช้สำหรับแปลงข้อมูลในคอลัมน์โดยใช้ฟังก์ชันที่กำหนดไว้ แต่ละคอลัมน์สามารถมีการแปลงแตกต่างกันได้ รองรับการเปลี่ยนแปลงประเภทข้อมูลในเวลาเดียวกัน
Tables.GetRelationships ดึงข้อมูลความสัมพันธ์ (Relationships) ระหว่างตารางต่างๆ จาก Navigation Table เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล
SharePoint.Tables เป็นฟังก์ชันสำหรับดึงข้อมูลทั้งหมดจาก SharePoint List มา Power Query โดยคืนค่าตารางที่มีแถวสำหรับแต่ละรายการใน List พร้อมกับจัดการการเชื่อมต่อและการรับรองตัวตนอัตโนมัติ
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่