Text.Trim ลบอักขระที่ระบุออกจากต้นและท้ายของข้อความ ค่าเริ่มต้นจะลบแค่ช่องว่าง
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| text | Text | สตริงข้อความที่ต้องการลบอักขระนำหน้าและลงท้าย | |
| [trim]ไม่บังคับ | Text or List | Whitespace characters | อักขระที่ต้องการลบ สามารถเป็นตัวอักษรเดี่ยวหรือรายการอักขระ ค่าเริ่มต้นเป็นช่องว่าง |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
Text.Trim(text, optional trim) ใช้สำหรับล้างข้อมูล (data cleaning) โดยลบอักขระที่ไม่ต้องการจากต้นและท้ายสตริง
จุดเจ๋งของ Text.Trim คือความยืดหยุ่น – คุณสามารถลบแค่ช่องว่าง หรือกำหนดอักขระเฉพาะเจาะจงก็ได้ ทำให้มันเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการข้อมูลสกปรกจากแหล่งภายนอก
ส่วนตัวผม มักใช้ Text.Trim ตอนนำเข้าข้อมูลจากรูปแบบสมัยโบราณเช่น fixed-width files ที่มี padding อยู่เยอะเลย รวมกับ Table.TransformColumns ทำให้ clean data ขึ้นมาได้เรียบร้อย
ข้อมูลที่นำเข้าจากระบบอื่นมักมีช่องว่างหน้า-หลังติดมา ทำให้การค้นหาหรือเปรียบเทียบผิดพลาด
ลบเครื่องหมายดอกจัน (*) หรือขีดกลาง (-) ที่อาจติดมากับรหัสสินค้า
ลบช่องว่างออกจากต้นและท้ายอัตโนมัติ ข้อความตรงกลางคงเดิม
ลบเลขศูนย์ออกจากต้นและท้าย เหมาะใช้กับข้อมูลรหัสจากเฟรม legacy ที่มี padding
ระบุรายการอักขระให้ลบหลาย ๆ ตัวสลับกัน เมื่อข้อมูลมีเครื่องหมายพิเศษอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง
ใช้ each _ เพื่อทำให้อักขระแต่ละตัวในคอลัมน์ text ถูก trim พร้อมกัน
จะลบอักขระ whitespace ทั้งหมด ได้แก่ ช่องว่าง tab newline carriage return และอักขระว่าง Unicode อื่น ๆ
ฟังก์ชันจะคืนค่า null ออกมา จึงปลอดภัยต่อ null handling
Text.Trim ลบแค่ต้นและท้ายเท่านั้น ถ้าต้องลบตรงกลาง ให้ใช้ Text.Replace แทน
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ Text.Trim จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
ดึงข้อความหลังจากตัวคั่นที่กำหนด สามารถเลือกว่าจะใช้ตัวคั่นที่ 1, 2, 3 เป็นต้น
Text.Clean ลบตัวอักษรควบคุมที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ (Control Characters) เช่น Line Feed, Tab, Carriage Return ออกจากข้อความ โดยเก็บเฉพาะตัวอักษรที่มองเห็นได้และพิมพ์ได้
Text.Length ใช้นับจำนวนตัวอักษรทั้งหมดในสตริงข้อความ รวมถึงช่องว่างและอักขระพิเศษ ผลลัพธ์คืนค่าเป็นตัวเลข มีประโยชน์ในการตรวจสอบคุณภาพข้อมูล การกรองข้อมูลตามความยาว หรือการคำนวณ Logic ต่างๆ
Text.Lower ใช้แปลงอักขระทั้งหมดในข้อความให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) ช่วยให้ข้อมูลมีรูปแบบสอดคล้องกัน สามารถกำหนด Culture เพื่อให้การแปลงเป็นไปตามกฎของภาษาและภูมิภาคที่ต้องการ
Text.Pad เพิ่มอักษรเติมให้ข้อความมีความยาวที่ต้องการ สามารถเพิ่มไปทางด้านซ้าย กลาง หรือขวาของข้อความ ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการจัดรูปแบบข้อความให้มีความยาวเท่ากัน เช่นรหัสสินค้า หรือรหัสพนักงาน
Text.PadEnd จะเพิ่มอักขระที่ระบุ (เช่น '0' หรือ '-') เข้าไปด้านหลังของข้อความ จนกว่าความยาวของข้อความนั้นจะถึงจำนวนหลักที่ต้องการ ใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้สม่ำเสมอ หรือสร้าง Field ที่มี Character ครบตาม Spec
Text.PadStart จะเพิ่มอักขระที่ระบุ (เช่น '0' หรือ '-') เข้าไปด้านหน้าของข้อความ จนกว่าความยาวของข้อความนั้นจะถึงจำนวนหลักที่ต้องการ ใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้สม่ำเสมอ หรือนำไปใช้กับ Sort ได้อย่างถูกต้อง
Text.Replace ใช้สำหรับแทนที่ทุกส่วนของข้อความเก่าในข้อความหลักด้วยข้อความใหม่ เป็น Case Sensitive และแทนที่ทีละครั้งที่เจอในข้อความทั้งหมด
Text.Split(text, separator) ใช้แยกข้อความเป็น List โดยอิงตามตัวคั่น (delimiter) ที่ระบุ สามารถใช้ตัวคั่นเพียงตัวเดียวหรือหลายตัวอักษร เช่น "|" หรือ ", the " ผลลัพธ์คืนค่าเป็น List ของข้อความ
Text.TrimEnd จะลบช่องว่างหรืออักขระส่วนเกินที่อยู่ด้านขวาสุดของข้อความออก สามารถระบุ List ของอักขระที่ต้องการลบได้ เป็นเครื่องมือที่ดีในการทำความสะอาดข้อมูลที่ Copy มาแล้วมี Space หรือสัญลักษณ์ต่อท้ายเกินมา
Text.TrimStart จะลบช่องว่างหรืออักขระส่วนเกินที่อยู่ด้านซ้ายสุดของข้อความออก สามารถระบุ List ของอักขระที่ต้องการลบได้ ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการทำความสะอาดข้อมูลที่ Copy มาแล้วมี Space หรือสัญลักษณ์นำหน้าเกินมา
Text.Upper แปลงอักขระทั้งหมดในข้อความเป็นตัวอักษรใหญ่ โดยรองรับการตั้งค่า culture ต่างๆ เพื่อจัดการการแปลงที่ถูกต้องตามภาษา
Table.AddFuzzyClusterColumn เพิ่มคอลัมน์ใหม่ที่มีค่าตัวแทนสำหรับแต่ละกลุ่ม โดยจับคู่ข้อมูลที่คล้ายกัน แม้จะมีข้อความที่ต่างกัน เช่น การสะกด ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่-เล็ก หรือช่องว่าง
Table.TransformColumns ใช้สำหรับแปลงข้อมูลในคอลัมน์โดยใช้ฟังก์ชันที่กำหนดไว้ แต่ละคอลัมน์สามารถมีการแปลงแตกต่างกันได้ รองรับการเปลี่ยนแปลงประเภทข้อมูลในเวลาเดียวกัน
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่