| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | ค่าเริ่มต้น | คำอธิบาย |
|---|---|---|---|
| delimiter | scalar | ตัวคั่นระหว่างค่าแต่ละส่วน (เช่น “|”) | |
| expression1 | scalar | ค่าส่วนที่ 1 | |
| expression2 | scalar | ค่าส่วนที่ 2 | |
| [expression3]ไม่บังคับ | scalar | ไม่ระบุ | ค่าส่วนเพิ่มเติม (ถ้ามี) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
COMBINEVALUES ใช้รวมหลายค่าให้เป็นสตริงเดียวโดยมีตัวคั่น (delimiter) มักใช้สร้างคีย์รวม (composite key) เช่น CustomerID|OrderID เพื่อช่วยทำงานจำแนก/จับคู่ข้อมูล หรือสร้างคีย์สำหรับการจัดกลุ่มในรายงาน
เช่น รวม CustomerID และ OrderID เป็นคีย์เดียว
รวมรหัส/ชื่อ/ปี ให้แสดงในรูปแบบเดียวกัน
เหมาะเมื่ออยากมีคีย์เดียวที่ระบุเอกลักษณ์จากหลายคอลัมน์ในแถวเดียว
รองรับมากกว่า 2 ค่า ทำให้สร้างคีย์หลายส่วนได้สะดวก
ใช้ทำ label สำหรับแสดงผลในภาพรวม/ตารางได้ง่าย
CONCATENATE ต่อได้ 2 ค่าและไม่ได้มีแนวคิดเรื่องตัวคั่นเป็นหลัก ส่วน COMBINEVALUES ออกแบบมาสำหรับรวมหลายค่าโดยมี delimiter ชัดเจน เหมาะกับการทำคีย์รวม
เลือกตัวคั่นที่ไม่ชนกับข้อมูลจริง เช่น "|" หรือ " / " เพื่อหลีกเลี่ยงความกำกวมเมื่อแยกส่วนหรืออ่านค่า
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ COMBINEVALUES จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CONCATENATE ต่อข้อความ 2 ค่าให้เป็นสตริงเดียว เหมาะกับการทำ label หรือรวมข้อความจาก 2 แหล่งในบริบทปัจจุบัน
CONCATENATEX ทำหน้าที่รวมข้อความจากแต่ละแถวในตารางเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับสร้างรายชื่อค่าที่คั่นด้วยจุลภาค หรือรวมข้อมูลจากหลายแถว ใช้ได้กับตัวอักษรหรือค่าใดๆที่ต้องการทำให้เป็นข้อความ
FIXED แปลงตัวเลขเป็นข้อความ พร้อมกำหนดจำนวนทศนิยม และเลือกใส่/ไม่ใส่ตัวคั่นหลักพัน เหมาะกับการแสดงผลแบบรูปแบบคงที่
FORMAT ใช้แปลงค่า (ตัวเลข วันที่ เวลา) เป็น Text ตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น แปลง 0.25 เป็น "25%" หรือ 2025-12-20 เป็น "20/12/2025" โดยสนับสนุน locale ต่างๆ
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่